นายสมศักดิ์ รุ่งรักษาธรรม หรือ เฮียโต อายุ 67 ปี เจ้าของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่เขาออกมาเปิดเผย และเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกลูกชายแท้ๆ กับลูกสะใภ้ ทำร้ายทั้งกักขังไว้ในห้อง และกรอกยาบางอย่าง ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานนานกว่า 2 ปี
นายสมศักดิ์ ออกมาเปิดใจว่าทุกอย่างที่ออกมาพูดเป็นเรื่องจริง ทั้งที่ถูกจับขัง และเรื่องวางยาบางอย่าง พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวเองไม่ได้บ้า และไม่ได้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง ซึ่งเคยไปตรวจที่โรงพยาบาล ผลการตรวจก็ออกมาว่าตัวเองเป็นปกติดี
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ลูกชายและลูกสะใภ้โพสต์ภาพว่า ดูแลพ่อเป็นอย่างดีทั้งพาไปกินอาหารที่ร้าน รวมถึงยังมีภาพที่ลูกชายตัดเล็บให้พ่อ นายสมศักดิ์ บอกว่าเป็นการสร้างภาพให้ดูเหมือนว่าดูแลพ่อแม่อย่างดี ส่วนเรื่องที่มีชาวบ้านเห็นว่า นายสมศักดิ์ ออกไปเดินอยู่ตามหมู่บ้านนั้น เจ้าตัวยืนยันว่า ลูกชายกับลูกสะใภ้เคยให้ออกมาเดินข้างนอกจริง และทุกครั้งที่ได้ออกมาก็พยายามจะขอความช่วยเหลือ จากชาวบ้าน แต่ไม่มีใครเชื่อ จนสุดท้ายก็ถูกจับขังไว้ไม่ให้ออกมาอีกเลย
นายสมศักดิ์ บอกว่าถึงวันนี้ต้องการดำเนินคดีกับลูกชาย ลูกสะใภ้ และคนที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด และไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะออกมาตอบโต้ หรือเคลื่อนไหวอะไร แต่อยากจะฝากถึงลูกชายว่า ขอให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ และออกมายอมรับความจริง
ด้านทีมทนายความของ “นายสมศักดิ์” บอกว่า ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ แต่อยากจะบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวที่ออกไปทางโซเชียล มีรายละเอียดต่างกัน ซึ่งทางทีมทนายนี้ข้อมูลและหลักฐานยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย จะเอามากำหนดว่าหากเกิดเหตุต้องแจ้งความเลยอาจจะไม่ใช่ โดยเฉพาะตอนที่ช่วยเฮียโตออกมา ถูกศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งจะต้องไปขอให้ศาลเพิกถอนให้เฮียโตกลับมาเป็นบุคคลปกติก่อน ซึ่งแต่ละอย่างมีระยะเวลาในการดำเนินการ
ความคืบหน้าคดี พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้วกว่า 10 ปาก และอยู่ระหว่างเตรียมเรียกตัวลูกชายและลูกสะใภ้ของ “เฮียโต” มาให้ข้อมูล เพื่อความชัดเจน ส่วนประเด็นที่สงสัยว่า ภรรยาของเฮียโต ถูกฆาตกรรมนั้น ต้องรอพิสูจน์หลักฐาน และผลนิติเวช แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยง โดยย้ำว่าคดีนี้ตำรวจจะตรวจสอบทุกมิติ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.