จากภารกิจไล่ล่าเสี่ยแป้ง ที่ดำเนินมาเกือบ 1 เดือน ล่าสุดมีการตั้งคำถามเรื่องการใช้งบประมาณ ในการติดตามล่าตัวเสี่ยแป้ง นาโหนด ว่าคุ้มค่าหรือไม่ มากเกินไปหรือไม่
โดยทีมข่าวพีพีทีวี คุยกับ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าภารกิจล่าตัวเสี่ยแป้งครั้งนี้ อาจจะใช้เงินสูงถึง 10 ล้านบาท มองว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ปล่อยให้หลุดออกมาได้ตั้งแต่แรก
หน่วยบินตำรวจล่า “เสี่ยแป้ง” พบความร้อนเหนือน้ำตกท่าช้าง
ซึ่ง พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่าการระดมกำลังไล่ล่า “เสี่ยแป้ง” ในแต่ละวัน เป็นค่าใช้จ่ายรัฐทั้งทางตรงทางอ้อมมหาศาล เพราะคาดว่ามีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเกิน 500 คน ในพื้นที่ ทั้งตำรวจที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว มาจากจังหวัดใกล้เคียง ตำรวจตระเวนชายแดน และที่เดินทางไปจากส่วนกลาง
ซึ่งหากคิดค่าใช้จ่าย รวมเงินเดือนของตำรวจที่ต้องสูญเสียไปกับเรื่องนี้แทนที่ควรจะไปทำหน้าที่อื่น เบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก สำหรับคนที่มาจากนอกพื้นที่ ค่าพาหนะ ค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการบินเฮลิคอปเตอร์ รวมตลอดกว่า 20 วันที่ผ่านมา เขาประเมินว่า รัฐสูญเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งแม้งบประมาณส่วนนี้ จะเป็นงบของหน่วยงานอยู่แล้ว แต่ก็มาจากภาษี
เมื่อถามว่าการใช้เงินทั้งหมดนี้คุ้มค่าหรือไม่กับการตามล่าคนคนเดียว พ.ต.อ.วิรุตม์ ตอบว่า “ไม่คุ้มอยู่แล้ว” เพราะมองว่าเมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมขึ้น ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนจับกุม ไปจนถึงการฟ้องศาลก็มีค่าใช้จ่ายมหาศาลอยู่แล้ว ไม่ควรต้องมาจ่ายเพิ่มกับการตามล่าผู้ต้องขังที่หลุดออกไป โดยเรื่องนี้ มองว่าเป็นความย่อหย่อนของเจ้าหน้าที่ เพราะหากเสี่ยแป้งไม่มีอำนาจบารมี ก็คงจะหลุดออกมายาก
ส่วนค่าใช้จ่ายที่เสียไป จะเรียกร้องจากใครได้หรือไม่ พ.ต.อ.วิรุตม์ บอกว่า ฟ้องกับเสี่ยแป้งก็ไม่ได้ ส่วนจะไปเอาจากเจ้าพนักงานที่มีส่วนช่วยหลบหนีก็ลำบาก เพราะไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงที่เกิดจากความรับผิดทางละเมิดของเจ้าพนักงาน อาจจะคิดกันได้เฉยๆ ว่าควรมีส่วนต้องรับผิดชอบ แต่ทางกฎหมายไปไม่ถึง
ทีมข่าวพีพีทีวี สอบถามความเห็นอดีตนายตำรวจอีกคน คือ “ผู้การแต้ม” หรือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มองต่างออกไป โดยมองว่าปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง เป็นการทำงานตามปกติของตำรวจ ไม่น่าจะได้เบี้ยเลี้ยงอะไรเพิ่ม เพราะถือเป็นการทำงานตามเวลาอยู่แล้ว แม้จะออกต่างจังหวัด เว้นแต่หากทำงานเกิน 8 ชั่วโมง จึงจะต้องมีค่าล่วงเวลา
ส่วนค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าที่พัก ก็ต้องดูว่าพักที่ไหน หากพักตามเต็นท์ตามวัด ก็ไม่มีค่าที่พัก ซึ่งมองว่ากรณีนี้อยู่ในป่าไม่ได้มีโรงแรม หากพักตามกองอำนวยการที่หน่วยงานพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ ก็ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนอาหารตำรวจก็ซื้อกันเองได้ เว้นแต่อาหารพิเศษที่จะร่วมลงขันกิน เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่ต้องดูแลลูกน้อง ซึ่งส่วนมากจะไม่เบิกเบี้ยเลี้ยงกันเพราะอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่
ทีมข่าวพีพีทีวี สอบถามความเห็นอดีตนายตำรวจอีกคน คือ “ผู้การแต้ม” หรือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มองต่างออกไป โดยมองว่าปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง เป็นการทำงานตามปกติของตำรวจ ไม่น่าจะได้เบี้ยเลี้ยงอะไรเพิ่ม เพราะถือเป็นการทำงานตามเวลาอยู่แล้ว แม้จะออกต่างจังหวัด เว้นแต่หากทำงานเกิน 8 ชั่วโมง จึงจะต้องมีค่าล่วงเวลา
ส่วนค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าที่พัก ก็ต้องดูว่าพักที่ไหน หากพักตามเต็นท์ตามวัด ก็ไม่มีค่าที่พัก ซึ่งมองว่ากรณีนี้อยู่ในป่าไม่ได้มีโรงแรม หากพักตามกองอำนวยการที่หน่วยงานพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ ก็ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนอาหารตำรวจก็ซื้อกันเองได้ เว้นแต่อาหารพิเศษที่จะร่วมลงขันกิน เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่ต้องดูแลลูกน้อง ซึ่งส่วนมากจะไม่เบิกเบี้ยเลี้ยงกันเพราะอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่
เช็กปีชง 2567 นักษัตรไหน "ชงตรง-ชงร่วม" พร้อมแนะวันที่ควรแก้ชง
เชียร์ "แอนโทเนีย" รอบตัดสิน Miss Universe 2023 เช้า 19 พ.ย.นี้