ตำรวจ สน. บางรัก คุมตัว Wang Wanlong อายุ 33 ปี ชายขอทานชาวจีน ที่ถูกจับกุมขณะนั่งขอทานอยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ขึ้นรถส่งตัวไปศาลแขวงพระนครใต้ หลังถูกดำเนินคดี 2ข้อหา คือ เป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และ ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ขอทาน
โดย ร.ต.อ.จตุรงค์ พรหมบุตร พนักงานสอบสวนสน.บางรัก บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามายืนยันตัวตนผู้ต้องหา แต่จากที่สังเกตผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้มีความกังวลใดๆ มีเพียงสอบถามถึงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
กระจกเงา ชี้ กฎหมายเบา ทำให้ขอทานเยอะ
สำหรับโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบขยายผล แต่เบื้องต้นยังไม่มีรหัสปลดล็อค และในระหว่างที่เก็บโทรศัพท์ไว้ยังไม่มีบุคคลใดโทรเข้ามาเลย
ความคืบหน้าการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมขบวนการขอทานชาวจีน เพื่อที่จะสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ทีมข่าวได้ข้อมูลจากตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สน.บางรักนายหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และพยานหลักฐาน ซึ่งคาดว่าขอทานชาวจีนที่จับกุมตัวได้ในพื้นที่ สน.ต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด โดยมีพฤติกรรมกระจายกันอยู่ในหลายพื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร ซึ่งการสืบสวนขณะนี้ต้องทำอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อที่จะขยายผลไปให้ถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว
สำหรับนาย Wang Wanlong ที่ตำรวจจับได้ในพื้นที่ สน.บางรัก หลังจากนำตัวส่งศาล พนักงานสอบสวนจะทำหนังสือถึง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ให้กักตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อสืบสวนขยายผล ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ
ทีมข่าวลงพื้นที่ ย้อนกลับไปสำรวจบริเวณจุดที่นาย Wang Wanlong นั่งขอทานประจำ พ่อค้า-แม่ค้าบริเวณนี้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปกติบริเวณดังกล่าวจะมีขอทานและคนจร นั่งอยู่เต็มไปหมด เพราะจุดนี้ใกล้สถานบันเทิงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติจำนวนมาก
อย่างชายขอทานชาวจีน ด้วยความที่เป็นคนพิการ คนยิ่งสงสารมักได้เงินให้ทานจำนวนมาก โดยจากที่สังเกตเห็นขอทานจีนคนนี้นั่งขอทานได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว ส่วนใหญ่จะเห็นเดินมาตามถนนสีลม ก่อนมานั่งแถวทางเท้าหน้าโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน บางวันก็มาตั้งแต่ช่วงเช้า บางวันก็มาช่วงบ่ายไม่แน่นอน พอตกเย็นก็จะเดินกลับไปทางเดิม ขณะที่มีแม่ค้าคนนึงให้ข้อมูลทีมข่าวว่า แม่ค้าด้วยกันเคยเห็นว่า บางวันช่วงขากลับมีรถตู้หรูสีดำมาจอดรอรับขอทานชาวจีนคนนี้ด้วย
ส่วนชายขอทานชาวจีนอีกคนที่ถูกตำรวจ สน.ลุมพินีจับกุมขณะนั่งขอทานอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศกเมื่อวานนี้ จากข้อมูลพบว่า มีการเช่าห้องพักรายวันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่พอเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ พบว่าเป็นการเช่าห้องอยู่คนเดียว ไม่ได้มีใครร่วมขบวนการด้วย ทีมข่าวได้ข้อมูลมาว่า โรงแรมที่ชายขอทานจีนเช่าพัก อยู่แถวสถานนีรถไฟหัวลำโพง
ทีมข่าวลงพื้น พบว่าโรงแรมนี้อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ต้องเดินเข้าไปในซอยรถใหญ่ไม่สามารถขับเข้าไปได้ พนักงานโรงแรมให้ข้อมูลว่า ชายขอทานจีน คนนี้ขอเช่าห้องพักเป็นรายวัน ลักษณะไม่ได้เช่าติดต่อกัน ซึ่งตอนแลกที่มาขอเช่าบอกว่า พาสปอร์ตหาย แล้วใช้เอกสารแจ้งความมาขอเช่าห้องแทน ซึ่งจากที่สังเกตก็เห็นว่าอยู่คนเดียวไม่ได้พาใครมาพักด้วย
จากข้อมูลพบว่าชายขอทานชาวจีนคนนี้มาเช่าห้องพัก ช่วงเดือนตุลาคม-ปัจจุบัน เข้าไปเช่าห้องพัก 6ครั้ง เริ่มแรกเดือนตุลาคม วันที่ 14 ตุลาคม 19 ตุลาคม 20 ตุลาคม และเดือนพฤศจิกายน เช่าวันนี้ 3 พฤศจิกายน 5 พฤศจิกายน และล่าสุดคือ 10 พฤศจิกายน โดยลักษณะห้องเช่า เป็นห้องพัดลมเตียงเดียว ราคาวันละ 300 บาท
ขณะที่ชาวบ้านรอบข้างโรงแรม บอกว่าเคยเห็นชายขอทานจีนคนนี้บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะนั่งรถแท็กซี่มาลงหน้าปากซอย แล้วเดินเข้าโรงแรม แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่านั่งรถต้นทางมาจากไหน และไม่รู้ว่าเป็นคนจีนมีอาชีพขอทาน เพิ่งจะมารู้ตอนนี้เป็นข่าวเมื่อวานนี้เอง
สำหรับการดำเนินคดีกับชายขอทานชาวจีนคนนี้ ตำรวจสน. ลุมพินีได้นำตัวไปส่งศาล และทำเรื่องฝากขังที่ ตม. เพื่อขยายผลต่อ เช่นเดียวกับเคสที่ถูกจับก่อนหน้านี้
รู้วันโอนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท พร้อมวิธีเช็กเข้าบัญชี