ทนายดังแนะ“สมรักษ์” เจรจาคู่กรณี เพื่อผ่อนหนักเป็นเบา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ทนายตั้ม แนะ “สมรักษ์ คำสิงห์” ควรรอเรื่องซา แล้วเข้าเจรจาคู่กรณีเพื่อผ่อนหนักเป็นเบา แง้ม “สมรักษ์” อาจมีโอกาสฟ้องกลับได้

จากกรณีนายสมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ถูกแจ้งความหลายข้อหา หลังทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 17 ปี ตามที่ปรากฎเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น

ล่าสุดนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า เชื่อว่าสุดท้าย นายสมรักษ์ จะไม่สู้คดี ถ้าใช้วิธีประนีประนอมไกล่เกลี่ย จะมีโอกาสไม่ติดคุกมากกว่า คดีนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนคดีอนาจารยอมความได้ แต่คดีพรากผู้เยาว์และคดีในส่วนข่มขืนยอมความไม่ได้

โดน 2 ข้อหา! คนสนิท “สมรักษ์” จ่อเข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้

ปิดตัวทิ้งร้าง! ค่ายมวย “ส.คิงสตาร์” ที่เคยปั้น “สมรักษ์”

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม -
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม

ซึ่งถ้าหากเจรจาแล้วผู้เสียหายยอมแถลงต่อศาลก็อาจจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ เพราะในส่วนของการต่อสู้คดียาก ข้อหาพรากผู้เยาว์ไม่มีทางสู้เลย เพราะกฎหมายคุ้มครองพ่อแม่เด็ก แต่ถ้าจะสู้ว่าตัวเองขาดเจตนาเป็นเรื่องที่สืบยาก ยิ่งถ้าเทียบกับคำสัมภาษณ์ของสมรักษ์ที่เคยให้มา คดีนี้ต้องปิดประตูชนะเลย

ทนายษิทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการข่มขืน ก็มีความชัดเจนว่ามีความพยายามทำจริง ประเด็นเดียวที่จะต่อสู้ได้คือผู้หญิงยินยอม แต่ในขณะที่ผู้หญิงยืนยันว่าไม่ยินยอม ก็ต้องดูว่าศาลจะเชื่อใคร

ในส่วนตัวคิดว่า พฤติกรรมของเพื่อนก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีผล เพราะเพื่อนยืนยันว่ายอมไปด้วย แต่เพื่อนไม่ได้อยู่ด้วยในขณะเกิดเหตุจริง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กยอมมีอะไรด้วย ส่วนแชทหลุดออกมาน่าจะเป็นประโยชน์กับเด็ก แต่ภาพในวงจรปิดที่น้องเดินคุยโทรศัพท์ลงมาแบบนิ่งๆ อาจจะเป็นประโยชน์กับสมรักษ์บ้าง แต่สุดท้ายเชื่อว่า แชทจะมีน้ำหนักมากกว่า

นายสมรักษ์ คำสิงห์ -
นายสมรักษ์ คำสิงห์

ทนายษิรา ยังได้ยกตัวอย่างคดีของนักร้องชื่อดังที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งมีการไกล่เกลี่ยกัน สุดท้ายโทษก็กลายเป็นรอลงอาญา ส่วน ในส่วนคดีล่าสุด ของปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีของสมรักษ์ มีการต่อสู้ในกรณีที่บอกว่า เหตุการณ์เกิดในรถนับว่าเป็นที่มิดชิด เมื่อไม่ได้ทำต่อหน้าธารกำนัล จึงเป็นการอนาจาร ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ และเมื่อผู้เสียหายมิได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 3 เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ จึงเป็นอันสิ้นอายุความ ซึ่งมันแตกต่างจากกรณีของสมรักษ์

ส่วนในกรณีที่มีข่าวว่าเด็กอายุ 17 เคยมีพฤติกรรมนี้มาก่อน ก็ต้องรอดูพยานหลักฐาน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง สมรักษ์ก็อาจจะมีโอกาสฟ้องกลับได้แต่ยังไงก็รอดคดีพรากผู้เยาว์แน่ๆ สำหรับการเยียวยา ส่วนตัวเชื่อว่าสมรักษ์น่าจะโดนไม่น้อยแน่ เพราะมีต้นทุนทางสังคมไม่น้อย

ทนายษิทรา  ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของเด็ก พ่อแม่อาจจะมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยหากเด็กพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดด้วย รวมทั้งสถานบริการที่ปล่อยเด็กเข้าไปซึ่งก็ต้องรับผิดด้วยแน่ๆ

เปิดสมัครสอบแข่งขัน เข้ารับราชการสังกัดสถ. 6 ตำแหน่ง 230 อัตรา

เจ้าของทีมในศึกพรีเมียร์ลีกร่ำรวยที่สุด 10 อันดับแรก

สมาคมโหร ฯ เปิดดวง 12 ราศีประจำปี 2567 ใครจะรุ่งใครจะปังเช็กเลย!

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ