การศึกษาใหม่พบ คุณภาพอากาศ-PM2.5 ในบ้านอาจแย่กว่าข้างนอกเสียอีก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การศึกษาวิจัยใหม่พบว่า มลพิษและฝุ่น PM2.5 ภายในบ้าน อาจมากกว่าฝุ่นภายนอกบ้าน ชี้อาจเป็นอันตรายมากกว่า

ในช่วงฤดูกาลนี้ หลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหามลพพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งทุกครั้งที่หลายคนตื่นเช้ามามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเห็นภาพเมืองจมฝุ่น ก็เชื่อว่าคงทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านไปเจอกับอากาศสุดแสนจะไม่บริสุทธิ์

แต่ในการศึกษาวิจัยใหม่ที่เพิ่งเปิดเผยออกมากลับพบว่า ความเป็นจริงแล้ว อากาศที่อยู่ภายในบ้านของแต่ละคน (หากไม่ได้เปิดเครื่องกรองอากาศ) ก็อาจย่ำแย่ไม่ต่างจากภายนอก หรือในบางกรณี อาจหนักกว่าด้วยซ้ำ

เศรษฐา ลงนามร่าง “พ.ร.บ.อากาศสะอาด”ฉบับพรรคก้าวไกลแล้ว

“อาจารย์แมน” ขอโทษสังคม ลั่นไม่ลงนะของลับ-นะดากแล้ว

ศาลออกหมายจับน้องชายนักการเมืองคดี “หมูเถื่อน"

การศึกษาใหม่พบ คุณภาพอากาศในบ้านอาจแย่กว่าข้างนอกเสียอีก ช่างภาพพีพีทีวี
เมืองกรุงเทพฯ จมฝุ่น PM2.5

ไดสัน (Dyson) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก เปิดเผยผลลัพธ์ผลการศึกษาโครงการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศภายในอาคารและบ้านเรือนที่รวบรวมโดยเครื่องฟอกอากาศไดสันมากกว่า 2.5 ล้านเครื่องใน 31 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปี 2022-2023

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่มลพิษ 2 ประเภท ได้แก่ PM2.5 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)

PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ 1/25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ อนุภาคเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แหล่งที่มาได้แก่ การเผาฟืนไฟ การปรุงอาหารด้วยแก๊สและให้ความร้อน ขี้เถ้า และฝุ่นต่าง ๆ

ส่วนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) คือสารมลพิษจากก๊าซ รวมถึงเบนซีนและฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งสามารถปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำความสะอาดหรือการปรุงอาหารด้วยแก๊ส รวมถึงจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและสเปรย์ฉีดร่างกาย เทียน เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง

ผลการศึกษาพบว่า “บ้านเกือบทุกหลังประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในบ้านแย่กว่าภายนอกบ้าน”

ไดสันพบว่า เกือบทุกประเทศที่ทำการศึกษา ประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในบ้านย่ำแย่กว่านอกบ้านเป็นเวลา 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ขณะที่สหรัฐฯ มีระดับ PM2.5 ภายในอาคารเกินค่าเฉลี่ยของภายนอกอาคารติดต่อกันนานถึง 9 เดือนของปี 2022 โดยมากกว่าภายนอกประมาณ 9% โดยเฉลี่ย

การศึกษายังพบว่า เดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศส่วนใหญ่มีฝุ่น PM2.5 ภายในอาคารมากกว่ากลางแจ้งมากที่สุด ส่วนในสหรัฐฯ ระดับ PM2.5 ในร่มจะสูงกว่ากลางแจ้งช่วงเดือนมีนาคม โดยสูงกว่ากลางแจ้งถึง 30%

การศึกษาของไดสันยังยืนยันว่า ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ระดับมลพิษทางอากาศสูงสุด อย่างที่หลายคนก็พอทราบ

โดยในช่วงฤดูหนาว ผู้คนใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น และสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ผู้คนปิดบ้าน ปิดหน้าต่าง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท และอาจเกิดความร้อนจากการเผาไหม้ เช่น การใช้แก๊ส เตาฟืน หรือแม้แต่การจุดเทียน

ไดสันย้ำว่า การเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นหรือมลพิษทางอากาศ อาจไม่เลวร้ายเท่า “การสัมผัส” กับมลพิษต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งนั่นหมายความว่า การที่เราอยู่ในบ้าน และสัมผัสกับอากาศที่ไม่ดีเป็นเวลานาน บางครั้งอาจเลวร้ายยิ่งกว่าการออกไปเจอฝุ่นข้างนอกเสียอีก

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมลพิษทางอากาศที่อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อเราทั้งสิ้น สิ่งที่เราทุกคนต้องทำ (นอกจากการซื้อเครื่องฟอกอากาศมาช่วยบรรเทา) ก็คือการที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน หรือประชาชน เห็นความสำคัญของปัญหานี้ และหาวิธีแก้ไขที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยอาจเริ่มง่าย ๆ จากการลดการเผาหรือจุดไฟต่าง ๆ ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็คือ หยุดการเผาขยะและเผาอ้อย รวมถึงลดการใช้รถที่สร้างมลพิษ

 

เรียบเรียงจาก Dyson

เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี

มอเตอร์เวย์ M6 เปิดให้ใช้ฟรีตลอดปี 2567 เก็บค่าผ่านทางปี 2568

โปรแกรมฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบแรก นัดแรก 13 ม.ค 67

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ