รู้จัก “สินบน” ความผิดที่โดนทั้งผู้ให้ – ผู้รับ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สินบนคืออะไร...แม้หลายคนจะเคยได้ยินคำนี้ แต่มีรายละเอียดของสินบนที่ควรรู้ไว้ เพราะมีความผิดที่โดนทั้งผู้ให้ – ผู้รับ

สินบนคืออะไร...?

สินบน คือ ทรัพย์สินหรือสิ่งของเพื่อตอบแทนผู้ที่จะช่วยให้สำเร็จตามประสงค์ หรือทรัพย์ สิ่งของเพื่อจูงใจให้ผู้รับประพฤติปฏิบัติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และผู้ให้ได้ประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว โดยการติดสินบน เป็นปัญหาการทุจริตที่พบมากในประเทศไทย ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในการทุจริตระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจในการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่มีการแข่งขันอย่างแท้จริงและกระบวนการที่ไม่โปร่งใส ทั้งนี้การกระทำความผิดฐานให้สินบน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคดีทุจริตหลาย ๆ ครั้ง ด้วยเช่นกัน

คอนเทนต์แนะนำ
2 ปี CDC ศูนย์ปราบโกง เสริมเขี้ยวเล็บ ป.ป.ช.
สรุปผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ป.ป.ช. พบช่องโหว่เอื้อทุจริต-เสี่ยงผิดกฎหมาย

สินบน ป.ป.ช.
รู้จักสินบน ความผิดที่โดนทั้งผู้ให้ – ผู้รับ

ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176 วางหลักไว้ว่า “ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ...”

สำหรับกรณีที่เข้าข่าวความผิดฐานให้สินบน อาทิ กรณีจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจากการกระทำความผิด และจำเลยได้พูดโน้มน้าวต่อรองเจ้าหน้าที่ ขอติดสินบนด้วยทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อจูงใจเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุมหรือเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากข้อกล่าวหานั้น ๆ กรณีดังกล่าวถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว เพราะแม้จะยังไม่ได้มีการให้สินบนเกิดขึ้นจริง แต่เข้าข่ายความผิดตามหลักกฎหมายที่เป็นการสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ละเว้นการจับกุม

หรือ กรณีการติดสินบนเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ระหว่าง ผู้จัดการบริษัทก่อสร้าง จ่ายเงินสินบนให้แก่ นายกเทศมนตรีเทศบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารในเขตเทศบาลที่รับผิดชอบ เพื่อเร่งรัดการอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารแม้ว่าหลักฐานการขออนุญาตจะไม่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามยังมีกรณีการกระทำผิดที่ “ผู้ให้เงิน” ไม่เข้าข่ายการให้สินบนแต่ “ผู้รับ” อาจเข้าข่ายการรับสินบน ได้แก่ กรณีที่นายประกันให้เงินแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เร่งดำเนินการติดตามผู้หลบหนีหมายจับให้ ประเด็นนี้มีคำถามว่า ผิดหรือไม่ผิด ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 176 บทสรุปคือ ผู้ยื่นข้อเสนอคือนายประกันไม่มีความผิด แต่เจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจมีความผิดฐานรับเงินสินบน ซึ่งจะคล้ายคลึงกับกรณีการให้ค่าน้ำมันรถแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้มาตรวจตราความปลอดภัยให้กับชุมชนหรือหมู่บ้าน หรือจ่ายเงินเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวกจราจรหน้าร้านอาหารหรือหน้าศูนย์การค้า ซึ่งผู้เสนอให้เงินไม่มีความผิดฐานให้สินบน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความผิดฐานรับสินบน

ทั้งนี้ การที่ผู้ให้เงินในกรณีดังกล่าวไม่ถือว่ามีความผิดฐานให้สินบนเพราะว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่จะต้องกระทำการดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว เช่น การติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิด การดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยในชุมชน และการอำนวยการจราจร เป็นต้น จึงไม่ถือว่าผู้ให้เงินจูงใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัตินอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ หรือเพื่อให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้รับเงินดังกล่าวอาจมีความผิดฐานรับเงินสินบนได้

ทรัพย์สินในลักษณะที่เข้าข่ายของรับสินบน ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176 ไม่ได้จำกัดเฉพาะเงินหรือทรัพย์สินมีมูลค่าสูงเท่านั้น  เช่น ทองคำ หุ้น รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ (บ้าน คอนโด ที่ดิน ฯลฯ) อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด (โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ค แทปเลต ฯลฯ) แต่ยังรวมถึง กระเช้า ของชำร่วย หรือแม้กระทั่งขนมนมเนย เครื่องดื่มและอาหาร รวมถึงการเสนอให้ได้ผลประโยชน์อื่นใด เช่น สิทธิพิเศษ การให้บริการต่าง ๆ ฟรี บัตรกำนัล ฯลฯ อันนำมาซึ่งการจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐให้ทุจริตหรือให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ถือเป็นการกระทำความผิดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการให้สินบนด้วยตัวเองหรือส่งคนกลางเข้ามาเป็นตัวแทนในการเจรจาก็ตาม

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่เพียงใด นิติบุคคล หรือผู้ประกอบการรายย่อย หากมีความจำเป็นต้องติดต่อกับเจ้าพนักงานของรัฐในหน่วยงานใดก็ตาม ต้องระมัดระวังไม่กระทำการอันเป็นความผิดฐานให้สินบน และต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด จึงจะช่วยในการสร้างความโปร่งใสในการติดต่อราชการ ส่งเสริมระบบราชการที่ดี และสร้างบรรยากาศ พร้อมยกระดับมาตรฐานในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐต่อไปในทุกระดับชั้น 

โทษของ “ผู้ให้สินบน”

ผู้กระทำความผิดฐานให้สินบน จะต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แม้ว่าการให้สินบนนั้นจะผ่านตัวกลาง เช่น คู่สมรส ญาติ หรือเพื่อนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็จะเป็นความผิดด้วยเช่นกัน

ส่วนนิติบุคลที่จะผิดฐานให้สินบน ตามมาตรา 176 มีองค์ประกอบความผิด 4 ข้อ คือ 1.ผู้ให้สินบนเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล เช่น ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบริษัทในเครือ 2.ผู้ให้สินบนกระทำเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล และ 3.นิติบุคคลไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิด ทั้งนี้หากนิติบุคคลทำผิดตามองค์ประกอบนี้ จะมีโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่าแต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หรือประโยชน์ที่ได้รับ

โทษของ “ผู้รับสินบน”

ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณ เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจํานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด (มิให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุพการี ผู้สืบสันดานหรือญาติที่ให้ตามประเพณีหรือตามธรรมจรรยาตามฐานานุรูป)

ถือเป็นการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ซึ่งจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพิ่มเติมด้วยแล้วแต่กรณี ซึ่งความผิดตาม มาตรา 128 นี้ ยังรวมไปถึงผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีด้วย

นอกจากนั้นยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 144 ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 - 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

มาตรา 150 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียกรับหรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท เป็นต้น

 

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ