เว็บไซต์ IQAir รายงานคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 25 มี.ค.67 เวลา 10.37 น. พบว่า ประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีค่าฝุ่นสูงขึ้นมาติดเป็นท็อป 10 ของโลกอีกครั้ง โดยอยู่อันดับที่ 5 ซึ่งมีดัชนีคุณภาพอากาศ 162 US AQI อยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทางเดินหายใจ
ขณะที่กรุงเทพมหานคร รั้งอันดับ 31 ของโลก มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 72 US AQI อยู่ในเกณฑ์อากาศปานกลาง ประชาชนทั่วไปยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้
ซึ่งทางเว็บไซต์ IQAir ได้รายงานคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 25 มี.ค.67 เวลา 10.37 น. พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก
โดยมีการจัด 10 อันดับเมืองใหญ่ที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกไว้ดังนี้
- เดลี ประเทศอินเดีย
- ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน
- ธากา ประเทศบังกลาเทศ
- แอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย
- เชียงใหม่ ประเทศไทย
- เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
- ย่างกุ้ง ประเทศเมียร์มาร์
- กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
- ไคโร ประเทศอียิปต์
- ปักกิ่ง ประเทศจีน
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ระบบติดตามฝุ่นของ GISTDA รายงานสถานการณ์ฝุ่นของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 10.00 น. พบ 18 อำเภออยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) และอีก 7 อำเภออยู่ในเกณฑ์มีเริ่มผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) โดย 5 อำเภอที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุด ได้แก่
- อำเภอฝาง 110.9 ไมโครกรัม
- อำเภอแม่อาย 100.9 ไมโครกรัม
- อำเภอไชยปราการ 100.2 ไมโครกรัม
- อำเภอเชียงดาว 91.8 ไมโครกรัม
- อำเภอเวียงแหง 90.6 ไมโครกรัม
ทั้งนี้ หากดูจากกราฟค่าเฉลี่ยจะพบว่า ค่าฝุ่นของจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกราฟค่อย ๆ เปลี่ยนจากคุณภาพอากาศสีส้มเป็นคุณภาพอากาศสีแดง และมีการคาดการณ์ว่าในช่วงบ่ายวันที่ 25 มี.ค.67 ค่าฝุ่นจะพุ่งสูงขึ้นอีก
คำแนะนำทางสุขภาพ
สำหรับคำแนะนำทางสุขภาพของประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ที่ได้เริ่มได้รับผลกระทบจากฝุ่น
ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ เป็นต้น
ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : สำหรับเด็ก ผู้สูงวัย และผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
เช็กเงื่อนไข เปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone-iPad หากแบตเสื่อม