หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบผ่าน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมแล้ว แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงว่า ควรกลับไปแก้ไขอีกรอบหรือไม่ เพราะ ตัว พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่ผ่านสภาฯ ไม่ได้ระบุให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ใช้คำว่า บุพการี ในการรับดูแลบุตร แต่ให้ใช้คำว่า ผู้ปกครอง ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่า การไม่ได้ใช้คำว่า บุพการี ในการรับดูแลบุตร เป็นการลดทอนการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์หรือไม่
ทีมข่าวได้สอบถามนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งระบุว่า อาจยังมีเรื่องที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้สิทธิเรื่องการรับบุตรบุญธรรมอยู่แล้ว
แต่การที่ใช้ คำว่า บุพการี ไม่ได้ เพราะในทางกฎหมาย จะไปทับซ้อนกับ"บิดา - มารดา " ผู้ให้กำเนิดตามธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อข้อกฎหมายอื่นๆตามมา
หลัง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมผ่านสภาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือต้องให้ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.พิจารณา ซึ่งนายธัญวัจน์ ระบุว่า ตอนนี้มีแต่สัญญาณบวก เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และ เท่าที่ตนเองทราบมา สว.จะพิจารณา พ.ร.บ.ดังกล่าว ในสัปดาห์หน้า ในวันที่มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคงจะผ่านฉลุย และ มีผลเป็นกฎหมายบังคับใช้ ก่อนสิ้นปีนี้