เปิดประวัติ “เสี่ยโจ้” เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มีข้อมูลสืบสวนเชิงลึก รายงานว่า เรือทั้ง 3 ลำ ที่หายไปนั้น อาจจะเป็นเครือข่ายของ “โจ้ น้ำมันเถื่อน” หรือ “โจ้ ปัตตานี” หนึ่งในขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ยังหลบหนีหมายจับคดีน้ำมันเถื่อน และอีกหลายคดีอยู่ในต่างประเทศ

เราจะพาย้อนรอยอิทธพล "โจ้ ปัตตานี" หรือ เสี่ยโจ้ เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน ที่เคยมีคดีเป็นที่โด่งดังเมื่อปี 2564 ในคดีฟอกเงินค้าน้ำมันเถื่อน ถูกตำรวจจับได้แต่หลบหนีออกนอกประเทศไปได้

"โจ้ "อายุ 56 ปี หรือหลายคนรู้จักในชื่อ “เสี่ยโจ้ ปัตตานี”แต่งงานกับ "เจ๊ญา" ที่มีเชื้อสายเจ้าเมืองปัตตานี มีคอนเนคชันกับบุคคลระดับสูงในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

 

เรือของกลาง รายการเข้มข่าวค่ำ
เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน

โดยเสี่ยโจ้ เริ่มเข้าสู่วงการค้าน้ำมันเถื่อนตั้งแต่ปี 2544 แต่เพิ่งจะร่ำรวยในปี 2554 ใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากอดีตนายตำรวจใหญ่จังหวัดปัตตานี

มีกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัดสหทรัพย์ทวีค้าไม้มีรายได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ต่อเดือน และการดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 พบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 180,000 ล้านบาท

เคยมีคดีเป็นที่โด่งดังเมื่อปี 2564 ในคดีฟอกเงินค้าน้ำมันเถื่อน โดยถูกตำรวจกองปราบปรามจับได้หลังหนีกลบดาน ย่านห้วยขวาง

คดีนี้ขยายผลมาจากคดีเมื่อปี 2555 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน จับกุมเรือลักลอบขายน้ำมันในน่านน้ำ จ.สงขลา พร้อมของกลางเป็นน้ำมัน 2,000 ลิตร และเงินสด 48 ล้านบาท ต่อมายังตรวจพบเอกสารซื้อขายน้ำมันเถื่อนกว่า 10,000 ครั้ง รวมจำนวน 400-500 ล้านลิตร และบัญชีจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ที่บ้านพักของเสี่ยโจ้ ต่อมาพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งไปยังอัยการสูงสุด จากคดีดังกล่าวทำให้เสี่ยโจ้ ได้รับฉายาว่า "เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน" 

นอกจากนี้ ข้อมูลใน คำพิพากษาฎีกา ที่ 3332/2562 ซึ่งเป็นคดีระหว่างอดีตภรรยาเสี่ยโจ้ หรือที่เราขอเรียกว่า "เจ๊ญา" ถูก ปปง.ฟ้องในความผิดมูลฐานตามมาตร 3 วงเล็บ 7 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีศุลกากรในการทำน้ำมันเถื่อนของเสี่ยโจ้ พบว่า เสี่ยโจ้ ได้ช่องทางจัดหาน้ำมันจากประเทศมาเลเซีย ที่มีการจัดสรรน้ำมันราคาถูกพิเศษให้กับชาวประมง โดยใช้คอนเนคชั่นของภรรยาอดีตนายตำรวจใหญ่คุ้มครอง ประสานงานกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียผ่านบริษัทนายหน้า นำน้ำมันดีเซลราคาพิเศษที่ทางการมาเลเซียอุดหนุนกิจการประมง ได้ถึงเดือนละ 100-150 ล้านลิตร

โดยบริษัทนายหน้า ได้ผลประโยชน์ 2-4 บาทต่อลิตร เป็นเงิน 200-300 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่้เสี่ยโจ้ ได้ผลประโยชน์จากการจำหน่ายน้ำมันในอ่าวไทย 2 - 2.40 บาทต่อลิตร เป็นเงิน 200-300 ล้านบาทต่อเดือน แต่ต้องจ่ายส่วยจำนวนมาก ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ร่วมลงทุน ข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองหลายคน

โดยคำเบิกความที่ปรากฎในคำพิพากษานี้ โยงใยไปถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และมือทำงานคืออดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ ที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากเสี่ยโจ้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

  ในรายละเอียดคำเบิกความที่ปรากฎในเอกสารที่ 3332 พบว่าเสี่ยโจ้เดินทางเข้าพบกับอดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำรวมทั้งหมด 7 ครั้งที่ห้องทำงาน แต่ละครั้งหอบเงินจำนวนมากใส่กระเป๋าเป้ เป็นส่วยน้ำมันเถื่อนรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 147.4 ล้านบาท และในจุดนี้ ฝั่งเจ้าหน้าที่มีการแอบอ้างเบื้องสูง

ต่อมาหน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าตรวจค้นบริษัทของเสี่ยโจ้ สามารถยึดบัญชีส่วย ที่ปรากฎรายชื่อข้าราชการระดับสูง นักการเมือง ถึง 17 เล่ม รวมทั้งชื่อของอดีตผู้การตำรวจน้ำท่านนี้ ทำให้ตำรวจระดับสูงทั้ง 3 นายถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา

ทั้งหมดรับสารภาพติดคุกคนละ 5 ปี แต่อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำที่แอบอ้างเบื้องสูง ถูกแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติม ถูกพิพากษาจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี 6 เดือน

สถานะของนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ตอนนี้ คือ ผู้ต้องหาหลบหนีคดี มีคคีติดตัวถึง14 คดี

1.คดี 1/2555 แจ้งความอันเป็นเท็จหรือให้ถ้อยคำเท็จต่อเจ้าพนักงานงาน โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีนี้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้ขาดอายุความ

2.คดีเล่นการพนันสลากกินรวบ หรือ หวยเถื่อน

3.คดีร่วมกันนำของที่ยังไม่ได้เสียภาษีเข้ามาในราชอาณาจักร

4.คดีร่วมกันทำให้เสียหายซึ่งเรือของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึด

5.คดีร่วมกันนำน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังไม่ได้เสียภาษีเข้ามาในราชอาณาจักร

6.คดีทำขึ้นปลอมขึ้นซึ่งดวงตราประทับสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ

7.คดีเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งเสียโจ้มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน

8.คดีตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยได้รับอนุญาต

9.คดีปลอมเอกสาร

10.คดีหลบหนีไประหว่างการควบคุมตัวของเจ้าพนักงานตำรวจ

11.คดีขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน

12.คดีหลบหนีไประหว่างคุมขังตามอำนาจศาล

13.คดีเป็นเจ้าของเรือไม่ได้ติดตั้งระบบติดตามเรือ

14.คดีเรือที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงแต่ใช้ทำการประมง

ซึ่งแต่ละคดี ไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ในคดีฟอกเงินน้ำมันเถื่อน ที่ตำรวจจับเสี่ยโจ้ได้ที่ห้วยขวางในปี2564ตำรวจใช้เวลานานกว่า 7 ปี ก่อนจะจับตัวเสี่ยโจ้ได้แต่เสี่ยโจ้ มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าวกลับรอดคุก เพราะในตอนนั้น 5 พ.ย.2564 พนักงานอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง ทำให้จำเป็นต้องปล่อยตัวเสี่ยโจ้เป็นการชั่วคราวก่อน เพราะตำรวจไม่มีอำนาจคุมตัว

ต่อมา 7พ.ย. 2564 กลับพบว่าเสี่ยโจ้มีหมายจับศาลปัตตานีจึงรีบขอหมายค้นตามตัวเสี่ยโจ้ที่บ้านพัก ซึ่งก็ไร้วี่แววและคาดว่าเสี่ยโจ้เดินทางออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า เตรียมรับมือมรสุมกำลังแรงขึ้น 14-21 มิ.ย.

โปรแกรมบอลยูโร 2024 ทุกคู่ เวลาแข่งขัน EURO 2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ