ยังคงเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของคนในสังคมอย่างกว้างขวาง สำหรับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่มีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่
ล่าสุด นางสีไพร ทับปาน (เจ้น้อง) อายุ 57 ปี แม่ค้าเจ้าของแผงปลาสลิด ริมทาง ข้างถนนสุขุมวิทสายเก่า กม.ที่ 60 พื้นที่ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ให้สัมภาษณ์ว่า หลังมีกระแสข่าวของปลาหมอคางดำ เผยแพร่ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนเข้ามาถามหาซื้อปลาหมอคางดำแดดเดียว หรือปลาตากแห้งเพื่ออยากนำไปลิ้มลองบริโภค เพราะเชื่อว่าจะมีราคาที่ถูกลงกว่าปลาชนิดอื่น
ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่ามีการรับซื้อกันในราคาเพียง 10-15 บาทเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ในยุคนี้ เริ่มหาทางประหยัดค่าใช้จ่าย หลังจากเศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่อง ค้าขายได้ไม่ดี โดยตนยินดีที่จะรับซื้อมาแปรรูปในราคา 10-15 บาท หากมีคนนำมาขายให้ ก็จะนำมาแปรรูปเป็นปลาหมอคางดำแดดเดียว โดยสามารถรับซื้อได้วันละประมาณ 500 กิโลกรัม เพื่อช่วยกำจัดการแพร่ระบาด และ หากมีคนสนใจมากินปลาชนิดนี้ ก็จะให้ลดจำนวนลงได้ หรือทำให้การแพร่ระบาดนั้นหมดไปจากพื้นที่ เพราะตนก็มีอาชีพทำบ่อเลี้ยงปลาด้วย
เนื่องจากปัจจุบันนี้ปลาสลิดแดดเดียว ขายไม่คอยดี เพราะมีราคาสูง ขั้นต่ำตัวเล็กราคา กิโลกรัมละ 180 บาท ขนาดใหญ่ 240 บาท ขนาดจัมโบ้ 260 บาท ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจซบเซา คนไม่มีเงิน หรือไม่อยากใช้จ่ายเงิน โดยปกติขายได้มากถึงวันละ 30-50 กิโลกรัมต่อวันต่อแผง ทั้งที่วัดสมานฯ และที่นี่ แต่ปัจจุบันขายได้เพียงวันละประมาณ 15-30 กิโลกรัมเท่านั้นทั้งสองแผง และส่วนใหญ่คนที่ซื้อจะเลือกซื้อแต่เฉพาะปลาเล็กไม่ซื้อปลาใหญ่
ขณะที่ปลานิลนั้นราคาสูงขึ้นเพราะมีจำนวนน้อยลง จากเดิมเคยขายอยู่ที่ราคา กิโลกรัมละ 130 บาท ส่วนปลากุเลาขายที่ราคา 130-160 บาท ปลากระบอกขายส่งที่ 90-100 บาท และปลาดุกราคา 120-130 บาท
โดยหากแปรรูปปลาหมอคางดำ เป็นปลาแดดเดียวแล้ว ราคาขายน่าจะประมาณ กิโลกรัม ละ 80-90 บาท คากว่าปลาหมอคางดำแปรรูป น่าจะขายได้ดี เพราะมีกระแสตามข่าวที่กำลังมาแรงและราคาจะถูกลง เพราะเวลานี้คนต้องการของถูก