น้ำท่วม 2567 วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เสี่ยงท่วมกรุงเหมือนปี 2554 ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วม 2567 ที่หลายฝ่ายกังวลท่วมกรุงเหมือนปี 2554 พร้อมเปิดความเสี่ยงหลักที่อาจทำให้ความกังวลมีโอกาสเป็นจริง!

สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงนี้ เรียกได้ว่าเริ่มทำให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะภาคประชาชนเกิดความกังวล เนื่องจากมีประกาศว่าในช่วงหลังจากนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มเพิ่มสูงขึ้น จากผลของน้ำทะเลหนุนสูงและการเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง จนมีการประกาศเฝ้าระวังอุทกภัยในหลายพื้นที่ของหลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร จนเริ่มมีคำถามว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะซ้ำรอยเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 หรือไม่

คอนเทนต์แนะนำ
รวมพิกัดส่งต่อความช่วยเหลือ "น้ำท่วม" พร้อมช่องทางติดต่อ เช็กที่นี่!

ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk เกี่ยวกับกรณีนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

นายพลอิหร่านหายตัวปริศนา หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

ยืนยัน! น้ำท่วมปีนี้ยังห่างไกลปี 2554

ผศ.สิตางศุ์ กล่าวว่า ในกรณีเฉพาะของกรุงเทพมหานคร จากข้อมูลที่มีการอัปเดตล่าสุด ไม่ซ้ำรอยปี 2554 แน่นอน ถือว่าห่างไกลมาก เนื่องจากปี 2554 มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของฝนที่มีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พายุ 4 - 5 ลูก เช่น พายุไห่ถาง พายุโซนร้อนกำลังแรงนกเต็น ประกอบกับเขื่อนภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ก็มีน้ำเต็มมาตลอด เมื่อถึงช่วงที่ระบายน้ำออก ฝนก็มาตกที่ช่วงท้ายเขื่อนบริเวณภาคกลาง ทำให้อิ่มน้ำ มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำ นี่คือสภาวะของช่วงน้ำท่วมปี 2554

จากข้อมูลปัจจุบัน เขื่อนภูมิพลเก็บน้ำไปแล้วประมาณ 70% ยังสามารถรับน้ำได้อีก 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์อาจดูหวาดเสียว เนื่องจากขณะนี้เก็บน้ำไปแล้วกว่า 80% ซึ่งจากที่ประเมินดูก็ยังสามารถรับได้หลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตร แต่ต้องมาประเมินกันอีกครั้งในช่วง 5 - 6 วันให้หลังว่าจะมีฝนในบริเวณนั้นหรือไม่

ขณะที่ข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ระบุว่า สถานการณ์แม่น้ำยมเริ่มคลี่คลาย สามารถส่งน้ำต่อมาที่ปลายแม่น้ำน่านได้ ขณะที่แม่น้ำวังไม่มีอะไรแล้ว น้ำที่มาจากจังหวัดเชียงรายจะลงไปยังแม่น้ำโขงทั้งหมด ส่วนน้ำทางจังหวัดเชียงใหม่จะไปลงที่เขื่อนภูมิพลทั้งหมด และอาจจะมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณกำแพงเพชร อุทัยธานี และจังหวัดในช่วงแม่น้ำท่าจีน แต่โดยรวมไม่มีอะไรน่ากังวล

ผศ.สิตางศุ์ กล่าวต่อว่า ปริมาณน้ำที่กำลังมาอาจคำนวณได้ไม่ชัดเจน แต่จากการประเมินเขื่อนภูมิพลโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานย้อนหลัง 20 ปี พบว่ามีน้ำเข้าโดยเฉลี่ยต่อจากนี้ไปน่าจะประมาณ 900 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร หรือหากย้อนไปดูในปีที่น้ำมากที่สุด จะพบว่าเคยเข้ามาถึง 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

ซึ่งขณะนี้เขื่อนภูมิพลสามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นต่อให้น้ำมาเยอะที่สุดเหมือนในช่วง 20 ปีย้อนหลังก็ยังสามารถรับได้สบาย ๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล

ผศ.สิตางศุ์ กล่าวต่อว่า จากการประชุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลที่ตรงกันว่าในช่วงวันที่ 8 - 9 ตุลาคมนี้อาจจะมีฝนตกภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน จากนั้นฝนจะไปที่ภาคตะวันออก เป็นฝนเล้กน้อยถึงปานกลาง ระยะต่อไปก็จะลงไปที่ภาคใต้ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรน่ากังวล

ส่วนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกคันกั้นน้ำต้องเผชิญกับน้ำเอ่อล้นอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงวันที่ 18 - 20 ตุลาคมนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้น เป็นวิถีปกติอยู่แล้วในระดับที่มากกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นประสบภัยพิบัติหรือเลวร้ายเหมือนปี 2554

น้ำท่วมปีนี้ต่างกับปี 2554 เพราะปัจจัยต่างกัน

นายชวลิต กล่าวว่า ในปี 2554 พายุโซนร้อนกำลังแรงนกเต็น ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 70% - 80% ซึ่งถือว่าเยอะมาก เมื่อพายุไห่ถาง พายุเนสาท และพายุนัลแก เข้ามาภายในระยะเวลา 7 วันติดต่อกัน ก็เข้ามาเติมปริมาณน้ำในเขื่อนให้เต็มทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอ่างขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวมถึงน้ำในทุ่งก็มีอยู่ เมื่อมีน้ำมาก ก็เกิดภาวะที่ว่าจะนำน้ำลงสู่ทะเลอย่างไร เพราะน้ำในเขื่อนก็เต็ม ท้ายเขื่อนก็เต็ม เขื่อนจะไม่ปล่อยก็ไม่ได้ เพราะเป็นความปลอดภัยกับตัวเขื่อน

นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย

นายชวลิต กล่าวต่อว่า หากเทียบกับปีนี้ สำหรับน้ำในทุ่ง เรียกได้ว่ากรมชลประทานระบายน้ำลงทะลมาราว 6 สัปดาห์แล้ว ทำให้มีน้ำอยู่ไม่มาก ส่วนพื้นที่นอกคันกั้นน้ำที่โดนน้ำท่วมมาราวเดือนครึ่ง เป็นเพราะมีการปล่อยน้ำออกมาเพียง 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้น้ำท่วม

เช่น ตลอดคลองโผงเผง บริเวณแม่น้ำน้อย ซึ่งขณะนี้มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว และขณะนี้แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ยังรับน้ำได้อยู่ ต้องรอดูท่าทีของปริมาณฝนในช่วงสัปดาห์ที่ 2 - 3 ของเดือนตุลาคมนี้

เนื่องจากร่องฝนที่ถูกมวลอากาศเย็นดันลงไปอยู่ภาคใต้ ขณะนี้กลับขึ้นมาอยู่บริเวณกรุงเทพมหานครแล้ว และจะเลื่อนไปอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา และจะเลื่อนไปอยู่ในพื้นที่ปกติ คือ นครสวรรค์

จากนั้นพอลมหนาวมาถึงแล้ว สมมติว่ามีฝนน้อยลง พายุเข้ามา เมื่อพายุเข้ามาแล้วจะโดนลมหนาวตีออกไปบริเวณชายฝั่งเวียดนาม ทำให้พายุไม่เข้ามาถึงไทยโดยตรง คนเวียดนามก็รับหมด

ชี้สถานการณ์เลวร้ายสุดที่อาจเกิดขึ้น

ผศ.สิตางศุ์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดถ้าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 18 - 20 ตุลาคมนี้ คือ น้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะพยายามรักษาระดับอัตราการระบายที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากถูกระบายออกมามากกว่านี้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำที่สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ และฝนจากแม่น้ำสะแกกรังและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งหากต้องระบายเกินกว่านี้ ก็จำเป็นต้องเป็นต้องระบายลงทุ่งตามแผนที่วางไว้

หรืออีกกรณีหนึ่งคือ ถ้าในช่วงวันดังกล่าวมีฝนตกลงมาในกรุงเทพเยอะ ประกอบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น และไม่สามารถระบายลงทะเลได้ บทสุดท้ายจะกลายเป็นน้ำจากหลายแหล่งมารวมกัน

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาก็ไม่ได้แจ้งว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะมีฝนตกหนักในกรุงเทพ มีเพียงตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

ผศ.สิตางศุ์ กล่าวต่อว่า จากการที่ประชุมติดตามสถานการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา มีการแจ้งแล้วว่าจะมีฝนตกในช่วง 1 - 2 วันนี้ ซึ่งภาครัฐก็มีการแจ้งไปในพื้นที่ให้เตรียมการกัน ถ้าเป็นการคาดการณ์ในช่วง 3 วัน จะค่อนข้างแม่น โดยในรอบนี้กรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้ระบุว่าจะมีอะไรร้ายแรง สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรน่ากังวล

แม้จะยังไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ปีนี้จะเห็นได้ว่าน้ำท่วมสามารถเกิดที่ไหนก็ได้ ที่จริงแล้วตั้งแต่ช่วงหน้าฝนก็มีความเป็นห่วงน้ำท่วมภาคกลางมาตลอด แต่หวยดันไปออกที่เชียงราย เชียงใหม่ และในบางพื้นที่ไม่เคยพบน้ำล้นขนาดนี้ ทำให้รู้ได้ว่าต่อจากนี้ไป การเกิดอุทกภัยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สามารถเกิดที่ไหนก็ได้ เกิดหนักขนาดไหนก็ได้

สาเหตุหลักอาจมาจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่เปลี่ยนไปจากปี 2554 มาก และการคาดการณ์ฝนจะใช้ข้อมูลย้อนหลัง 20 - 30 ปี แต่ในเรื่องของ “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” หรือ Climate Change เราเพิ่งมาตื่นตัวกันประมาณไม่เกิน 15 ปี พฤติกรรมฝนเปลี่ยน เมื่อนำข้อมูลเก่ามาคาดการณ์จะทำให้มีความคลาดเคลื่อนได้เยอะ บริบทต่าง ๆ เปลี่ยนไปเยอะมาก ต้องอาศัย AI หรือ เทคโนโลยีที่เหนือกว่าเข้ามาช่วยในการจัดการ

ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เปิด 2 ความเสี่ยงทำน้ำท่วมหนัก แนะผู้อาศัยนอกคันกั้นน้ำรีบอพยพ

นายชวลิต กล่าวว่า กรณีที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ เรื่องคันกั้นน้ำพัง กรณีนี้หากเกิดขึ้นจะเหมือนกับกรณีที่อำเภอสวรรคโลก ที่มวลน้ำจะไหลเข้ามาแรงมาก ๆ จนบ้านบางหลังในบางพื้นที่ไม่สามารถต้านทานได้อยู่ บวกกับแรงดันน้ำที่ยิงสูง 1 เมตรก็มีแรง 1 ตัน 2 เมตรก็ 2 ตัน คันกั้นน้ำหรือบ้านทั่วไปที่สูงประมาณชั้นละ 2 - 3 เมตร เมื่อปะทะกับแรงดันน้ำปริมาณนั้นแล้วก็เหมือนกับรถปิกอัปวิ่งมาชนฝาบ้าน

จึงแนะนำให้ลองตรวจคุณภาพของคันกั้นน้ำกันดู คันกั้นน้ำที่ดีหน่อยจะเป็นของกรมชลประทาน รองลงมาก็จะเป็นเทศบาล เพราะฉะนั้นชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวต้องช่วยกันตรวจ และที่เป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งคือ คันกั้นน้ำในพื้นที่ อบต.ที่อาจแข็งแรงน้อยกว่าจากงบประมาณที่ได้น้อยกว่า โดยเฉพาะโซนเหนือของ อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา อย่างบริเวณบ้านป้อม มีสภาพไม่ค่อยแข็งแรง ต้องไปตรวจสอบ

ความเสี่ยงที่สอง คือ เมื่อฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ แล้ว จะไม่สามารถระบายได้ทัน โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นเทศบาล ตัวอย่างเช่น กรณีวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีฝนตกลงที่เขตบางกะปิ 201 มิลลิเมตรในวันเดียว จากเดิมที่ตกมาอยู่แล้ว 30 - 40 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้ระบายน้ำได้ยาก ก็เป็นหน้าที่ของเทศบาลต่อไป

ด้าน ผศ.สิตางศุ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ แนะนำให้เก็บของไปอยู่ในที่สูงสักพัก เนื่องจากเมื่อน้ำท่วมแล้ว กว่าจะลดระดับก็ต้องใช้เวลา ถ้าพอมีกำลังอยู่ข้างนอกได้ ก็แนะนำให้ย้าย ส่วนผู้ที่อยู่ในคันกั้นน้ำหรืออยู่ในเมือง ก็ไม่ต้องตกใจ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ