วันที่ 14 ต.ค. 67 หนุ่ม กรรชัย พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง พร้อมด้วยนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง และนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกชื่อดัง พาผู้เสียหาย 40 ราย เข้าแจ้งความกับสำนักงานสอบสวนกลาง เอาผิดบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป
หนุ่ม กรรชัย เผยว่า วันนี้พาผู้เสียหายเป็นจำนวน มาร้องขอความเป็นธรรม ขณะเดียวกันยืนยันว่าตนเป็นกระบอกเสียงไม่ได้ฟังแค่ผู้เสียหาย ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็พร้อมรับฟังเช่นกัน สามารถมาออกรายการตนได้
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า “ต้องฝากว่า อยากให้เยียวยาผู้เสียหายก่อนเป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งบอกว่าบริษัทไม่ผิด อยากให้มาดูผู้เสียหายก่อน”
เขาบอกอีกว่า “อยากให้คนที่เสียหายอุ่นใจสบายใจ บางคนกังวลเพราะมีคำขู่ว่าจะถูกฟ้องกลับ อยากให้ออกมารักษาสิทธิ ถ้าได้รับความเสียหายสามารถแจ้งความได้ อยู่ต่างจังหวัดก็ไปแจ้ง สภ. ได้ ไม่ต้องเข้ามาแจ้งใน กทม. เพราะท่าน ผบ.ตร.บอกแล้วว่า สภ.ทุกที่ต้องรับแจ้ง ถ้าไม่รับโดนความผิด ม.157 ไม่ใช่แจ้งแล้วบอกต้องมากรุงเทพ”
หนุ่ม กรรชัย ยังฝากถึงเพื่อนพี่น้องในวงการว่า ในฐานะพรีเซนเตอร์ อันไหนรู้สึกว่าไม่ถูกไม่ควร ให้หยุดซะ เช็กให้ดี ย้ำว่าพรีเซนเตอร์คือการนนำเสนอสรรพคุณสินค้า ไม่ใช่แนะนำให้มาลงทุนกับสินค้า อันนี้ไม่ใช่พรีเซนเตอร์
ด้าน กัน จอมพลัง บอกว่า วันนี้พาผู้เสียหายมาประมาณ 40 คน ซึ่งติดต่อมาผ่านทั้งทางรายการโหนกระแส ผ่านคุณบอย ปกรณ์ และมาที่ตนเอง
กัน จองพลังเผยว่า หลายคนอยากชี้แจง เพราะพวกเขาขายไม่ได้เลยแม้แต่กล่องเดียว แต่มีการเอาภาพและคลิปไปตัดต่อว่าสำเร็จแล้ว แล้วผู้เสียหายรายนี้เป็นผู้พิการ จึงกลัวผู้พิการคนอื่นเห็นคลิปแล้วเข้าไปติดกับเพราะคิดว่าสำเร็จ ทั้งที่ขายไม่ได้เลย
“ฝากชาวบ้าน ใครมีข้อมูลว่ามีคนมาข่มขู่ ไม่ให้แจ้งความ ให้ส่งมาที่ผม จะรื้อคนที่ขู่ออกมาให้หมด ยืนยันว่าพวกผมไม่ใช่ขบวนการรับเงิน ไม่เรียกรับเงินด้วย เวลานี้อยากให้บอสทั้งหลายมีความเป็นลูกผู้ชายเหมือนคุณบอย เกิดเรื่องแล้วก็ต้องกล้าออกมาเจอหน้าชาวบ้านประชาชน” กัน จอมพลัง กล่าว
เขาเสริมว่า “คลิปหนึ่งที่พูดว่า ‘ผมเป็นผู้บริหาร’ วันนี้ไหงกลายป็นลูกจ้างประชาสัมพันธ์ ใครที่พูด อยากให้เป็นลูกผู้ชาย”
ขณะที่ บอย ปกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้มาด้วย 3 เรื่อง เรื่องแรกคือเป็นการทำตามที่รับปากไว้ว่า ยินดีจะมาแจ้งความพร้อมผู้เสียหาย ถ้ามีผู้เสียหายไม่กล้าออก ติดต่อตนมาได้ จะประสานไปทาง หนุ่ม กรรชัย และ กัน จอมพลัง ให้ สองคือมาให้ปากคำ ยินดีเข้ารับกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย และสามคือมาลงบันทึกประจำวัน ว่าทำหนังสือยกเลิกสัญญากับคู่สัญญาแล้ว
“สำหรับผม นี่คือการประกาศจุดยืนว่าพร้อมอยู่ฝั่งผู้เสียหาย อยากทำอะไรที่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ ไม่ว่าด้วยความไม่รู้หรืออะไรก็ตาม” นักแสดงกล่าว
บอย ปกรณ์ บอกอีกว่า ไม่คิดว่าตนเป็นผู้เสียหาย แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น “ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องปกป้องสิทธิตัวเอง ความเสียหายที่เกิดกับผมเทียบไม่ได้เลยกับผู้เสียหายจริง ๆ แต่ผมต้องปกป้องสิทธิ บริษัทปกปิกข้อมูลข้อเท็จจริงกับผม ทำให้เกิดความเสียหาย และใช้รูปในทางที่ไม่ได้อนุญาต”
บอย ปกรณ์ ย้ำว่า สิ่งที่ทำให้วันนนี้ไม่ได้ทำเพื่อลบล้างความผิด และมองว่าไม่สามารถลบล้างได้ในการมีส่วนทำให้เดือดร้อน