ยังคงเป็นที่จับตาในสังคมสำหรับเครือข่ายอาณาจักร "The iCON Group" ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยพฤติกรรมของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ "บอสพอล" ผู้ต้องหาคดี The iCON ว่า มีการใส่เครื่องดักฟังในกางเกงชั้นใน วิกผม รวมถึงบันทึกเสียงขณะสนทนาทั้งต่อหน้าและบนโทรศัพท์ด้วย จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า 18 บอสที่ถูกจับกุมอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และอาจมีผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาอีกมากมาย
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊ก สายไหมต้องรอด และ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญวิทยาเชิงพฤติกรรม และจิตวิทยาอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV พร้อมวิเคราะห์ถึงกรณีดังกล่าว ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
อาหารบำรุงเลือด สำหรับผู้ต้องการบริจาคโลหิต ป้องกันขาดธาตุเหล็ก
เจาะพฤติกรรม "บอสพอล" ผ่านจิตวิทยาอาชญากร
ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า พูดอย่างง่าย ๆ ถ้าคุณไม่ได้ทำผิด ทำงานสุจริต ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แต่การที่อยู่ในที่มืด อาวุธของคุณคือความลับของคนอื่น เอาไว้แทงกลับ ปกป้องตัวเอง ถ้าวันไหนเรื่องเราปูด เราก็มีหลักฐานเพื่อให้เรื่องเขาปูดได้เหมือนกัน
นี่คือพฤติกรรมในวงการสีเทาสีดำ มีการหักหลัง เอาความลับมาเปิดเผย ไม่เช่นนั้นจะไม่มีการไถ่ข้อมูล พอคนเลวกับคนเลวมาทำงานด้วยกัน ก็จะมีการแทงกันไปแทงกันมา ซึ่งถ้าหากฉลาดก็จะอยู่ในวงการนี้ได้ยาวนาน แต่ถ้าไม่ฉลาดด้วยแล้วเลวด้วยจะสามารถเดินได้ในวงการนี้แปปเดียวเท่านั้น ถ้าดันไปเจอคนที่ฉลาดแล้วเป็นคนดี เขาก็พร้อมจะปูดเรื่องของคุณ
ดร.ตฤณห์ กล่าวต่อว่า นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ ยกตัวอย่าง ถ้าตนขายส้มกิโลกรัมละ 40 บาท ทุกวัน ลูกค้าจ่ายเงินมาตนจ่ายเงินไป ตนจะอัดเสียงเขาทำไม? จะอัดวิดีโอเขาทำไม?
ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า บอสพอล ตั้งใจเลือกออกรายการที่เขาสามารถควบคุมได้ ตัวอย่างเช่น รายการโหนกระแส ออกเพื่อใช้เป็นกระบอกเสียงเพื่อกดดัน สร้างความตึงเครียดให้คนที่มาขูดรีดเขา เหมือนประกาศว่ารายชื่อของทุกคนอยู่ในกำมือตนแล้ว และยังเป็นการให้กำลังใจลูกข่ายที่ยังอยู่ฝั่งของเขาผ่านการแสดงความรับผิดชอบด้วย แต่พอไปรายการในช่วงเย็น บอสพอลจึงมาวางกลยุทธ์ว่าจะพูดอย่างไรให้สามารถสื่อสารไปในทางที่เขาต้องการ
เขาเป็นคนที่ฉลาด อยู่ในวงการการทำธุรกิจคล้ายแบบนี้มา 20 กว่าปีแล้ว วึ่งคนที่เคยร่วมทางกันมาก็มีถูกดำเนินคดีไปบ้างแล้ว แล้วเหตุใดจะไม่รู้ทางหนีทีไล่
ส่วนตัวมองว่า แผนของบอสพอลคือ วางแผนเรื่องการโดนจับในทุก ๆ ปี อยู่ที่ว่าปีไหนเรื่องจะปูดขึ้นมา หากกลับไปดูไฟล์แรกที่มีการอัดเสียงไว้ จะพบว่าเขาเตรียมการมานานแล้ว จากนั้นมีการวางแผน A B C หากให้ประกัน ไม่ให้ประกันตัว จะต้องทำอย่างไรต่อ ข้อต่อสู่มีอะไรบ้าง และอื่น ๆ
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า แค่ “บอสพอล” ออกสื่อออกรายการต่าง ๆ เราก็เห็นความผิดปกติในเบื้องต้นอยู่แล้ว ออกรายการหนึ่งช่วงกลางวันหนึ่งเป็นบุคลิกหนึ่ง พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงออกอีกรายการหนึ่งกลับกลายเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง กลายเป็นเหมือนอีกคนหนึ่งไปเลยในเวลาไม่ถึงวัน
ส่วนตัวมองว่าบอสพอลเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี มีทีมที่ปรึกษาที่เก่งมาก ทำทุกอย่างเป็นระบบ เขารู้ว่าตอนกลางวันต้องไปเจอกับใคร มีพฤติกรรมลักษณะอย่างไร ตอนเย็นต้องไปเจอกับใคร มีพฤติกรรมลักษณะอย่างไร
มหากาพย์ The iCON "บอสพอล" ฉลาดสุด เลือกใช้ถูกคน ส่ง "หนอน" แทรกซึมทุกที่
นายเอกภพ กล่าวว่า เงินของ The iCON นั้นมีเยอะมาก จนเราไม่รู้ว่าวันนี้ไปอยู่ในกระเป๋าใครบ้าง หรือไว้ใจใครได้บ้าง เขาอัดเสียงเป็นร้อย ๆ คน หลายคนสามารถเข้าถึงได้ จนไม่รู้ว่าจะสามารถไว้ใจใครหรือหน่วยงานไหนได้บ้าง หรือคนที่เราไปคุยจะมีการแอบรับเงินด้วยหรือไม่
บางทีข้อมูลที่เราให้หน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ ไป เขาต้องเอาข้อมูลไปต่อยอด ไม่ใช่มาตั้งคำถามว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงเดี๋ยวเตรียมตัวโดนฟ้อง แบบนี้มันไม่ใช่ ต้องรับข้อมูลมาสืบสวนขยายผลเพื่อตามหาต่อไป
ยกตัวอย่างเช่น เพจสายไหมต้องรอดรับข้อมูลมาว่าบ้านของบอสรายนี้แกนนำรายนี้มีการเคลื่อนย้ายของ จึงมีการลงไปสัมภาษณ์ชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการขนย้ายของจริงไหม ปรากฏว่าจริง ข้อมูลตรงกัน จุดนี้ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องต้องเข้าชาร์จ ไม่ใช่มาบอกว่า เรื่องนี้จริงไหม ไปสอบถามมาแล้วว่าไม่จริง แล้วอย่างไรต่อ ก็ให้ไปตรวจสอบต่อไป
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าแกนนำจบที่บอส 18 คนเป็นเรื่องยาก ตนและประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างไว้ใจตำรวจสอบสวนกลาง คิดว่าเล่นงานหมด โดยรอบแรกเล่นงานจากบนลงล่าง จับตรวจค้น ยึดทรัพย์ เพราะมองว่าถ้าไม่จับตัวข้างบนก่อน อาจมีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ จากนั้นค่อยทยอยเล่นงานลงมาเป็นแม่ข่ายต่าง ๆ
ในส่วนของแม่ข่าย หากคิดว่าเป็นผู้เสียหายให้ไปสู้ในศาล คำถามคือ คุณได้ประโยชน์จากการกระทำนี้ไหม ซึ่งก็มีหลักฐานต่าง ๆ มากมายในแชตว่าให้เน้นหาคนมาก่อน หรืออื่น ๆ ตำรวจเขามีหลักฐานอยู่แล้ว
ส่วนตัวมองว่า คนที่ฉลาดที่สุดคือบอสพอล หรือคนที่อยู่เบื้องหลังบอสพอลที่ออกแบบระบบนี้ขึ้นมา ดาราคนดังเป็นเครื่องมือของเขาหมด พอจับจุดถูกปุ๊บก็จัดให้ไปเล่นตามเกม หากสังเกตจะพบว่าไม่มีคลิปไหนที่บอสพอลออกมาเชิญชวนคนมาลงทุน มีแต่การพูดในเรื่องของการเล่านิทานให้ฟัง เขาเล่าเรื่องและพูดแค่ว่าตนทำถูกต้องตามกฎหมาย
ด้าน ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า บอสพอลส่ง “หนอน” ไปอยู่ในทุกที่ที่เขาจ่าย จริง ๆ แล้วงานนี้ทุกคนรวมถึงดาราดังโดนหลอกล่อด้วยเม็ดเงินมหาศาล ซึ่งจะมีสักกี่คนที่ปฏิเสธ เพราะชาตินี้คงไม่ได้เงินขนาดนี้หากทำงานสุจริต แต่จุดนี้เข้าข่ายฟอกเงิน เป็นแชร์ลูกโซ่แต่แรกเลยหรือไม่ และการนำสินค้ามาบังหน้าให้เป็นแค่การขายตรง ทุกอย่างเป็นกระบวนการที่แปลกทั้งหมด
ดร.ตฤณห์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้คนที่กำลังพลิกลิ้น จะมีคนที่เป็นแม่ข่าย แต่ทำทีเป็นรวบรวมผู้เสียหาย คิดว่าตนเองจะรอด
บอสพอล เลือกใช้งานดาราถูกคน ส่วนตัวได้ข่าวมาว่ามีดาราตลกที่เป็นคนอีสานคนหนึ่ง มีฐานแฟนคลับมีอิทธิพลเยอะในทางภาคอีสาน ได้รับการเชิญชวนจากบอสพอล แต่ก็ปฏิเสธไป ฉะนั้นจะเป็นสิ่งที่แสดงได้ว่าขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะตอบรับเม็ดเงินมหาศาลนี้หรือไม่
"เอกภพ" แฉบุคคลปริศนาเบื้องหลังบอสพอล แย้มเป็นคนมีอิทธิพลมาก
นายเอกภพ ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากช่วงกักโรคของบอสพอลสิ้นสุด จะเปิดให้คนที่สนิทไปเยี่ยมได้ ขอให้ตำรวจดูว่าใครบ้างที่ไปเยี่ยมเขา ตรวจสอบรายชื่อคนเหล่านั้นว่าคือใครบ้าง ตนเชื่อว่าบอสพอลจะมีบุคคลที่ไว้วางใจที่ไม่ใช่ทนาย เพราะทนายไม่ใช่คนที่เขาจะปรึกษาพูดคุยด้วยทุกเรื่อง
นายเอกภพ เชื่อว่าบอสพอลจะต้องมีคนสักคนที่เชื่อมั่นเชื่อใจ และไม่เกี่ยวกับบริษัท The iCON ต้องเชื่อมโยงไปหาเขา เขาจะเป็นคนที่สังคมไม่ตั้งข้อสงสัย ซึ่งขณะนี้ตนพอมีข้อมูลอยู่บ้าง เป็นคนมีอิทธิพลมาก หากพูดตัวย่อเดี๋ยวรู้ แนะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่บอสพอลพูดทั้งหมด
เชื่อ "บอสพอล" เตรียมทรัพย์สินไว้ใช้หลังออกคุก - แนะรัฐใช้เครื่องวัดคลื่นสมองสอบปากคำ
นายเอกภพ กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนอย่างบอสพอลไม่ธรรมดา และประเทศไทยไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มาเป็นครั้งแรก ตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย ฟอเร็กซ์ 3D มาเรื่อย ๆ ซึ่งบอสพอล หรือบอสอีกหลาย ๆ คนก็ต้องคิดเตรียมการวันหนึ่งที่จะต้องพลาดถูกจับอยู่แล้ว เพียงแต่เขาจะมีการถอดบทเรียนจากหลาย ๆ กลุ่มว่าต้องทำอย่างไร
วันนี้ ทรัพย์สินที่ถูกยึดไป จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นทั้งหมดที่เขามี ซึ่งหากประเมินจากสิ่งที่บอสพอลพูดว่ามีผู้เสียหายราว ๆ 3 - 4 แสนราย ความเสียหายก็ปาไป 1 หมื่นล้านบาทแล้ว แต่จากการตรวจสอบรหัสสมาชิกที่ได้มีพบว่ามีสมาชิกราว 6 แสนกว่าคน ตัวเลขถูกกดลงไปเยอะ ทำให้ควมเสียหายถูกดีดขึ้นมาอยู่แล้ว ส่วนจะมีเท่าไหร่ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป
นายเอกภพ กล่าวว่า วันนี้เราต้องถอดบทเรียนในอดีต เช่นกรณี แชร์แม่ชม้อยที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นหมื่นเป็นแสนปี สุดท้ายจำคุกจริงประมาณ 7 - 8 ปี ซึ่งหลังจากที่ออกจากคุกแล้วเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้ไม่เท่าไหร่ สวนทางกับความเสียหายที่มีมากมาย สมัยก่อนมีการเก็บเงินซุกซ่อนเป็นเงินสดเก็บไว้แล้วค่อยนำออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้
ทว่าวันนี้มีเส้นทางการเงินหลากหลาย ถ้าเขาเตรียมการไว้แล้วว่าวันหนึ่งจะถูกจับ หมายความว่าทรัพย์สินของเขาจะถูกผ่องถ่ายไปหมดแล้ว และย่อมรู้ว่าต้องถูกยึดทรัพย์สินไว้แล้ว จึงมีการเตรียมทรัพย์สินที่จะต้องถูกยึดเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่พ้นคุกก็ออกมาใช้ชีวิตใช้ทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่ต่อไป
ด้าน ดร.ตฤณห์ กล่าวว่า ตนอยากของบประมาณรัฐบาลอนุมัติเครื่อง P300 - MERMER เป็นเครื่องสแกนวัดคลื่นสมองที่ไม่สามารถโกหกได้ ไม่ใช่เครื่องจับเท็จ สมมติว่าหากนำใบหน้ามาให้ผู้ถูกสวมเครื่องนี้ดู และถามว่ารู้จักคนนี้ไหม แม้ปากจะบอกว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก แต่คลื่นสมองจะบอกความจริงไปในทางใดทางหนึ่ง
หากมีเครื่องนี้ร่วมกับการสอบปากคำ ส่วนตัวเชื่อว่า 90% จะได้ความจริง และจะได้สามารถจำกัดขอบเขตการสืบสวนสอบสวนให้แคบลง ซึ่งในปัจจุบันไทยยังไม่มีเครื่องนี้ และเครื่องนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการถามในการอ่าน หากเจ้าหน้าที่ไม่มีทักษะในการยิงคำถาม ก็ไม่มีความหมายอะไร
ดร.ตฤณห์ สันนิษฐานว่า หากปลายทางต้องติดคุกตลอดชีวิตหรือ 25 ปี แล้วเหลือเพียง 7 - 8 ปี ส่วนตัวมองว่าก็คุ้มสำหรับบอสพอล กับการที่รับโทษแล้ว ยึดทรัพย์ 1% ของตนไปแล้ว แล้วค่อยนำอีก 99% มาใช้ ซึ่งหากได้ประกันตัว เชื่อว่าออกนอกประเทศยาวแน่นอน