Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

ไล่พิรุธทีละข้อ ทำคนไม่เชื่อ “ทนายตั้ม” ได้เงิน 71 ล้านบาทด้วยความเสน่หา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อัจฉริยะ-ทนายเกิดผล-ปานเทพ” เผยพิรุธแต่ละข้อของ “ทนายตั้ม” ที่ทำให้ไม่เชื่อว่าได้เงิน 71 ล้านบาทจาก “เจ๊อ้อย” ด้วยความเสน่หา

หนึ่งในคดีที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดขณะนี้ คือเรื่องของ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ว่าเป็นการฉ้อโกงเงิน “เจ๊อ้อย” มาหรือไม่ หรือเป็นการได้มาโดยเสน่หา 71 ล้านบาทจากการเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ตามที่กล่าวอ้างจริง

แต่ที่ผ่านมามีข้อมูลออกมาว่า เงินที่ทนายตั้มได้จากเจ๊อ้อยเป็นเงินจากการหลอกลงทุน หลอกใช้หนี้ หลอกซื้อของนู่นนี่ และสัญญาณร้ายแรงสุดคือ ตำรวจสอบสวนกลางบอกว่าใกล้ออกหมายเรียกหรือหมายจับทนายตั้มแล้ว

คอนเทนต์แนะนำ
“ทนายตั้ม” แจงเงิน 10 ล้านเป็นค่าทนาย-ช่วยคดีจนจบ แต่ยังไม่พูดถึงปม บิ๊ก ตร.

ไล่เรียงพิรุธทีละข้อ ทำคนไม่เชื่อทนายตั้มได้เงิน 71 ล้านบาทด้วยความเสน่หา ช่างภาพพีพีทีวี
ษิรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม

เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า สิ่งที่ทนายตั้มกล่าวอ้างนั้น ยังมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือหรือไม่?

คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36 วันที่ 31 ต.ค. 67 ว่า ส่วนตัวตนเชื่อจะมีการออกหมายจับเร็ว ๆ นี้และอาจโดนคดีในลักษณะ “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” หรือการฉ้อโกงเหยื่อคนเดียวต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเงิน 71 ล้าน เรื่องรถ เรื่องจ้างเขียนแบบ เรื่องให้ช่วยใช้หนี้ เหล่านี้อาจเข้า

“ผมรู้จักเขามาตั้งแต่ปลายปี 2560 ไม่ตกใจที่มีเรื่องแบบนี้ รู้ว่าเขาทำแบบนี้ประจำ แต่สังคมไม่เชื่อผม สังคมด่าผม สังคมมองว่าเราเป็นแค่คู่ทะเลาะกัน พูดอะไรไปเหมือนใส่ความ” คุณอัจฉริยะกล่าว

ผลประกบคู่คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีม แมนยู ชน สเปอร์ส ลิเวอร์พูล ไม่หนัก

เขาตั้งข้อสังเกตโดยไม่ได้นำเสนอหลักฐานว่า “ช่วงที่รู้จักกันแรก ๆ ทนายตั้มมีรถหรูแค่ BMW Series 5 ส่วนภรรยาขับรถเบนซ์ มีบ้านที่ จ.สมุทรสาครอีก 3 หลัง หลังละไม่เกิน 4-5 ล้าน รวมทรัพย์สินอาจจะถึง 50 ล้านบาท แต่หลังมีรื่องถูกหมายจับ หายหน้าไป 2 ปี เมื่อกลับมาใหม่กลับมีเงินเกิน 200 ล้าน ผมว่าผิดปกติวิสัยของทนายทั่วไป”

คุณอัจฉริยะบอกอีกว่า ช่วงนั้นยังไม่เจอเจ๊อ้อยด้วยซ้ำ เพราะเคสเจ๊อ้อยเพิ่งเจอกันตอนปี 2566 ทนายตั้มตอนนั้นเพิ่งกลับมาตอนต้นปี 2566 อยู่ ๆ มีรถหรูหลายคัน นาฬิกาหรูหลายเรือน

“ตอนนั้นยังมองเลยว่าทำอะไร บางคนบอกเขาทำธุรกิจมืดเว็บพนัน แต่ผมว่าเขาคงไม่ทำ แต่ถ้าจะบอกว่าได้จากว่าความ เราอยู่วงการนี้ ต่อให้ฟลุก ๆ ก็ไม่เกิน 20 ล้านบาท อันนี้เยอะเกินไป” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมบอก

คุณอัจฉริยะย้ำว่า แต่ละปีทนายตั้มทำกี่คดี สามารถนับได้ งบการเงินของบริษัทก็ต้องบอกว่ามีกี่คดี ขึ้นศาลกี่คดี ดังนั้นในเวลา 6 ปีได้อย่างมากไม่เกิน 120 ล้านบาท แต่นี่มีเกิน 200 ล้านบาท “บริษัทเขาปีที่แล้วยังขาดทุนอยู่เลย เอาเงินที่ไหนมาเป็นร้อยล้าน”

ด้าน คุณเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ บอกว่า เคยเอะใจเรื่องเงินของทนายตั้มเช่นกันว่ามากผิดปกติ “ตอนรู้จักใหม่ ๆ แต่งตัวปอน ๆ หน่อย แต่ไม่นานก้าวกระโดดเลย เคยถามเขาหรือคนใกล้ชิดจำไม่ได้แล้ว ว่าทำอะไรรวย ได้คำตอบว่าทนายตั้มเทรดหุ้นได้ ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ก็เลยไม่ติดใจ”

ส่วนกรณีจะร่ำรวยจากการว่าความได้หรือไม่นั้น ทนายเกิดผลมองว่า คดีที่ฟลุก ๆได้ค่าตอบแทนสูงจริง ๆ มีอยู่ เช่น คดีเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งมีการเรียกร้องค่าเสียหายสูง ๆ

และในประเด็นว่าร่ำรวยจากเงินที่ได้มาโดยเสน่หาหรือไม่นั้น ทนายเกิดผลกล่าวว่าส่วนตัวเชื่อว่าไม่ใช่เสน่หา ไม่อย่างนั้นไม่มีเหตุผลที่เจ๊อ้อยจะต้องดำเนินคดีทนายตั้ม

“สมมติเจ๊อ้อยให้โดยเสน่หา ก็ไม่มีเหตุผลต้องแจ้งความจับทนายตั้ม ไม่อย่างนั้นเท่ากับแจ้งความเท็จ เพราะเจ๊อ้อยรู้จักทนายตั้มดี ว่าถ้าเอาเรื่องไม่มีมูลมาพูด ทนายตั้มไม่ยอมแน่นอน” คุณเกิดผลบอก

เขาเสริมว่าอีกจุดที่น่าสนใจคือ เรื่องที่มีสัญญาทั้งที่บอกว่าเป็นการให้โดยเสน่หา “ถ้าให้โดยเสน่หาจะทำสัญญามัดตัวทำไม ต้องให้เปล่า ๆ หรืออาจมีข้อความแชตที่บ่งชี้ว่าเป็นการให้โดยเสน่หา ซึ่งถ้าทนายตั้มมีต้องเปิดแล้ว ไม่เงียบแบบนี้”

คุณอัจฉริยะเห็นด้วย “คิดเหมือนกัน ถ้าไม่จริงตั้มโพสต์แล้ว เพราะเป็นคนใจร้อน ถ้ามีของต้องล่อแล้ว ตอนนี้เงียบไปน่าจะดูว่าจะโดนหมายเรียกหรือหมายจับ”

นอกจากนี้ คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งได้พูดคุยกับเจ๊อ้อย และที่ผ่านมานำข้อมูลฝั่งเจ๊อ้อยมาเปิดเผย ได้โฟนอินเข้ามาในรายการ บอกว่า ทนายตั้มมีพิรุธหลายอย่าง

“ผมได้สัมภาษณ์เจ๊อ้อยวันแรก 4 ชั่วโมง วันที่สอง 3 ชั่วโมง เดิมเราไม่คิดจะเปิดข้อมูลเหล่านี้ เพราะคิดว่าจะเปิดพร้อมตำรวจแถลง แต่มันมีเหตุการณ์พิรุธ” คุณปานเทพบอก

พิรุธประการแรกที่คุณปานเทพกล่าวถึงคือ ทนายตั้มดูร้อนใจผิดปกติ มีความพยายามติดต่อ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องเจ๊อ้อยมาเปิดเผยเป็นรายแรก

ประการที่สอง วันที่ทนายตั้มไปออกรายการโทรทัศน์ วันนั้นคดีเจ๊อ้อยเกิดขึ้นแล้ว มีข้อพิพาทเงิน 71 ล้านบาทแล้ว แต่ทนายตั้มไปออกรายการตัดหน้าคดีที่อาจเกิดขึ้น เป็นความพยายามชิงความได้เปรียบในพื้นที่สื่อก่อน อีกทั้งสิ่งที่พูดในรายการยังไม่พูดทั้งหมด

“ที่บอกว่าได้เงินเดือน 3 แสนบาท 1 ปีจะได้ 3.6 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเงินเดือนตรงนี้ก็ยังมีการยกเลิกสัญญา เจ๊อ้อยพูดเองเลยว่าทนายตั้มไม่ค่อยทำอะไรเลย รู้สึกไม่คุ้มเงิน ในเมื่อ 3.6 ล้านบาทยังไม่ให้ นับประสาอะไรกับ 71 ล้านบาท” คุณปานเทพกล่าว

ส่วนกรณีที่ทนายตั้มเปรียบเทียบว่าล่ามได้เงิน 1 ล้านยูโรนั้น คุณปานเทพบอกว่าล่ามคนนั้นไม่ใช่แค่แปลการพูดคุย แต่ยังทำหน้าที่ประสานงานเรื่องทางกฎหมาย ออกแบบวิธีบริหารจัดการทรัพย์สินในต่างประเทศ การที่ทนายตั้มไม่ได้พูดให้ครบเหมือนต้องการทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเขามีคุณค่า

พิรุธที่สามเหมือนที่ทนายเกิดผลกล่าวไว้ข้างต้น คือ ถ้าเป็นการให้โดยเสน่หาจริง เจ๊อ้อยจะแจ้งความทำไม และที่อ้างว่าจะหลบเลี่ยงภาษี เจ๊อ้อยให้โดยเสน่หาไม่เสียภาษีนะ เสียแค่ค่าธรรมเนียม ถ้าจะเลี่ยงจริง ๆ แค่ถอนเงินสดก็ได้ ไม่ต้องสร้างโปรเจกต์อำพราง

“เมื่อทนายตั้มพูดในสื่อไม่สอดคล้องกับเจ๊อ้อย เราก็แค่ลงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง พอเป็นข่าว ทนายตั้มจะเดือดทำไมที่สื่อเล่นข่าว เป็นพิรุธผิดวิสัย” คุณปานเทพบอก

ส่วนพิรุธข้อที่สี่ คล้ายกับที่ทนายเกิดผลบอกเช่นกันคือ เมื่อมีกระแสข่าวมากขึ้นแล้ว ทุกคนคาดหวังว่าทนายตั้มจะออกมาชี้แจง เพราะทนายตั้มไม่เคยรอข้ามวันข้ามคืน ต้องออกมาทันที แต่ปรากฏว่าเรื่องนี้กลับเงียบ

คุณปานเทพกล่าวต่อว่า ณ ตอนนี้ไม่เชื่อว่าเป็นการให้เงินด้วยความเสน่หา เป็นเหมือนฉ้อโกงมากกว่า เพราะมีพฤติกรรมหลอกให้เชื่อว่าจะมีการลงทุน แต่ไปออกรายการบอกว่าได้โดยเส่นหา เจ๊อ้อยเขายอมไม่ได้ เหมือนถูกหักหลัง เจ็บแค้น ใจสลาย เขารักเขาศรัทธามาก

“ยังไม่นับแชตจำนวนมากที่ทนายตั้มอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ อ้างว่าทำสลากออนไลน์ได้ ชวนมาลงทุน มีสัญญาจำนวนมาก มีหลักฐานที่รอเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาลอยู่” คุณปานเทพบอก

เขาเสริมว่า “ถ้าสิ่งที่เจ๊อ้อยพูดเป็นความจริงว่า ถูกชักจูงให้ทำสลากออนไลน์โดยอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ กับนักการเมือง อาจทำการวิดีโอคอลหานักการเมืองระดับสูง ทำให้คนที่อยู่ต่างประเทศอย่างเจ๊อ้อยไม่รู้ ก็หลงเชื่อ แต่นักการเมืองที่อ้างมาไม่มีความเกี่ยวข้องกับการทำสลากเลย”

คุณอัจฉริยะกล่าวว่า การแอบอ้างบุคคลระดับรัฐมนตรีนั้น อาจถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงด้วยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งสามารถออกหมายจับได้ เป็นคดียอมความไม่ได้ แต่อันนี้ไม่ใช่คดีฟอกเงิน จะไม่มีการยึดทรัพย์

คุณอัจฉริยะยังกล่าวว่า คดีนี้ไม่น่านานเกินรอ จากสัญญาณที่ได้ยินมา ไม่น่าเกินสัปดาห์นี้ด้วยซ้ำ และบอกว่า “ในทางโหราศาสตร์ พรุ่งนี้ทนายตั้มดวงตกหนักที่สุดตั้งแต่เคยเกิดมา คาดว่าจะมีเหตุเกิดกับเขาแน่นอน”

ส่วนเรื่องทนายตั้มจะหนีหรือไม่นั้น ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมั่นใจว่าไม่หนี “คนนี้ไม่หนีหรอก แต่อาจใช้วิธียื้อเวลาเอา เพราะกระบวนการยุติธรรมบ้านเราก็รู้กันดี เงินเยอะได้เปรียบ”

คุณอัจฉริยะบอกว่า หลังจากนี้ทนายตั้มน่าจะกลับมายากแล้ว เพราะการทำเจ๊อ้อยสังคมมองว่าเหมือนชาวนากับงูเห่า ไม่ใช่แค่เรื่องโกงอย่างเดียว แต่ทำร้ายคนที่ให้ความเมตตา สังคมไทยรับไม่ได้ตรงจุดนี้

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ