ยังคงเป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่องสำหรับข้อพิพาทของ “เจ๊อ้อย” นางจตุพร อุบลเลิศ และ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า เจ๊อ้อยได้ให้ทนายตั้ม ทำพินัยกรรมให้ 2 ฉบับ แต่จู่ๆปรากฎชื่อทนายตั้มเป็นผู้จัดการมรดก ในพินัยกรรมฉบับที่ 2 จากนั้น เจ๊อ้อยมีการทวงถาม เพื่อขอคืนคู่ฉบับมาโดยตลอด แต่ทนายตั้มอ้างว่าทำลายแล้ว
ล่าสุดวันนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกูล สื่อมวลชนอาวุโส พูดในรายการ “สนธิเล่าเรื่อง” กล่าวถึงพฤติกรรมในการฉ้อโกงของทนายตั้มต่อเจ๊อ้อย
โดยนายสนธิ บอกตอนหนึ่งว่า นายอาคม กล่าวถึง กรณีพินัยกรรมของ “เจ๊อ้อย” โดยระบุว่า “ทนายตั้ม” ษิทรา ยอมรับว่า มีชื่อตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกจริง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นฉบับที่ 1 หรือ ฉบับ 2 เนื่องจากมีการแก้ไขหลายครั้ง อีกทั้ง “ทนายตั้ม ” อ้างว่าได้ฉีกทำลายพินัยกรรมไปแล้ว แต่ไม่ทราบฉบับไหน ซึ่งประเด็นข้อเท็จจริงเรื่องพินัยกรรมของเจ๊อ้อย จตุพร และข้อพิรุธต่าง ๆ รวมไปถึงการใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้จัดการมรดก, การชวนไปเที่ยวที่ไกลๆ เช่น จังหวัดเชียงราย, เขื่อนเชี่ยวหลาน รวมไปถึงการแอบติด GPS ในรถเบนซ์
นายสนธิ บอกอีกว่า ล่าสุดมี “นักกฎหมาย” ออกมาระบุว่า การที่ “เจ๊อ้อย” พยายามทวงถาม “พินัยกรรม” ฉบับที่ 2 ที่มีชื่อ “ทนายตั้ม” เป็นผู้จัดการมรดกคืน แต่นายษิทรา ไม่ยอมให้คืน โดยอ้างว่าได้เพิกถอน และทำลาย ไปหมดแล้วนั้น เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาอย่างชัดเจน ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ที่ระบุไว้ว่า
“ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท”
“บิ๊กเต่า” เตรียมมอบ “กุญแจมือ”เป็นของขวัญปีใหม่ให้อินฟลูฯ-นักร้อง-คนดัง เอี่ยวคดีดิไอคอน
ทั้งนี้ นักกฎหมายที่ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวก็คือ ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล ที่บอกว่า แม้พินัยกรรมจะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่อาจจะเอามาเป็นข้ออ้างหรือเอามาใช้อะไรก็ได้ แล้วคนที่จะเกิดความเสียหายก็คือ เจ๊อ้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ต้องคืนเจ๊อ้อย แล้วให้เจ๊อ้อยไปทำลาย หรือ เจ๊อ้อยยินยอมให้ทำลายต่อหน้า เช่น หยิบมาฉีกทิ้งกันต่อหน้า ไม่เป็นไร แต่การที่เจ๊อ้อยเจตนาที่จะเอาพินัยกรรมฉบับนี้คืน แต่ ทนายตั้ม อ้างว่าเอาไปฉีกทำลายทิ้ง โดยไม่ได้ขอ หรือ ได้รับความยินยอม หรืออนุญาตจากคุณอ้อย จึงมีความผิดชัดเจน ทั้งนี้ นายสนธิ ยังบอกว่า การกระทำขอทนายตั้มค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้