เจาะเบื้องลึก "ภูนับดาว" รุกที่ ส.ป.ก. โยงบิ๊กการเมือง พร้อมไขทางออก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจาะเบื้องลึก "ภูนับดาว" รุกที่ ส.ป.ก. โยงบิ๊กการเมือง ย้อนที่มาก่อนเรื่องแดง เชื่อเป็นไปได้ทั้งนายสั่ง-หาประโยชน์กันเอง พร้อมไขทางออก

ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ แน่นอนว่าไม่พ้นประเด็น “ภูนับดาว” พื้นที่ที่กลายเป็นเรื่องบานปลาย ตั้งแต่เรื่องของการรุกที่ป่า ไปจนถึงเรื่องของเส้นเงินที่มีความเชื่อมโยงไปยังหวานใจบิ๊กนักการเมือง ซึ่งสังคมตั้งคำถามว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ทั้งในเรื่องของผลทางคดี ทางการเมือง และเรื่องอื่น ๆ ที่อาจรอวันปะทุในอนาคต

คอนเทนต์แนะนำ
”ไร่ภูนับดาว“ ส่อโดนเพิกถอนเอกสารเช่าที่ ส.ป.ก. หลังเอกสารไม่ถูกต้อง

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk พร้อมวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

วิเคราะห์สาเหตุประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก!

ที่มา “ภูนับดาว” ก่อนเรื่องแดง

นายดำรงค์ กล่าวว่า ที่ภูนับดาว เดิมทีเป็นสวนป่า ปี 2521 กรมป่าไม้เข้ามาปลูกป่า ช่วงหลังมีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ดูแลโดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำให้มี 2 ส่วนทับกันอยู่ คือ สวนป่ากรมป่าไม้ กับโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ต่อมา ส.ป.ก. ประกาศปฏิรูปทั่วประเทศ ทำให้ประกาศทับพื้นที่ทั้งจังหวัด กินส่วนนี้ไปทั้งหมด

นายดำรงค์ อธิบายต่อว่า ตามหลักแล้ว สวนป่า ถือเป็น 1 ใน 4 เงื่อนไขที่ ส.ป.ก. ไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ทั้ง 4 ประเภทประกอบด้วย พื้นที่ที่เป็นเขตป่าต้องกันออก เป็น ส.ป.ก. ไม่ได้, พื้นที่ป่ากฎหมายตามอนุรักษ์ต่าง ๆ ต้องกันออก, ที่ที่มีความลาดชันเกิน 35%, และ สวนป่า หรือที่ดินสัมปทานของรัฐ เพราะฉะนั้นจะให้เป็น ส.ป.ก. ไม่ได้

โดยจะปฏิบัติกันมาอย่างนี้ การนี้จะมีคณะกรรมการอนุจังหวัด ผู้ว่าฯ เป็นประธาน และเลขาฯ ปฏิรูป ซึ่งก่อนจะให้เลขาฯ ปฏิรูป ประกาศเขตปฏิรูป ต้องผ่านฝ่ายจังหวัดก่อน จากนั้นกรมป่าไม้จังหวัดจะไปดูพื้นที่ว่าอยู่ในเงื่อนไข 4 ข้อข้างต้นหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ ก็ส่งมาประกาศให้เป็น ส.ป.ก. ได้

ทว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2564 ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกปลด มีการแอบรับทำ ส.ป.ก. ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนั้นตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รักษาการณ์ ส.ป.ก. ทีนี้การปฏิรูปเข้าไปแล้วเกือบ 2 แสนไร่ ไม่มีใครรู้เรื่อง เอกสารเก็บอยู่ใน ส.ป.ก. หัวหน้าอุทยานก็อาจรู้หรือไม่รู้เรื่องก็ได้ จนกว่าจะมีคนมาทำกิน มาสร้างโรงแรม จนเรื่องแดงขึ้นมา ซึ่ง “ภูนับดาว” อาจเป็นหนึ่งในนั้น

ประกอบกับในช่วงปฏิวัติ มีการแก้ไขการใช้ ส.ป.ก. มาอีก 12 ข้อ ซึ่งต่อมาก็มีการแก้ไขอีก ทีนี้ก็มีการยื่นขอซื้อ ส.ป.ก. หวังประกอบไร่ปลูกข้าวโพด เป็นฟาร์มเกษตรโดยตรง ซึ่งตนก็มองว่าเขาไม่ได้หวังเช่นนั้น มองว่าเขาหวังออกโฉนด เพราะอาจเป็นโฉนดทองคำในอนาคต

นายดำรงค์ กล่าวว่า คนพวกนี้ไม่กลัวกฎหมาย ศาลตัดสินก็ยังไม่กลัว ประเทศไทยวันนี้แตกไปแล้ว ไม่สนใจคำพิพากษา พอไม่มีบทลงโทษก็เงียบกันหมด หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล รัฐมนตรีก็เฉยกันหมด บ้านนี้เมืองนี้ก็เอวัง กรมป่าไม้กรมอุทยานต้องออกมาแถลงอธิบดี หรือไม่ก็รัฐมนตรีต้องออกมาแถลงว่าพื้นที่นี้เป็นที่อะไร ทำได้ไม่ได้ แต่กลับเงียบหมด

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ออก ส.ป.ก. “ภูนับดาว” เป็นไปได้ทั้งนายสั่ง - หาประโยชน์กันเอง

ในส่วนของความเกี่ยวข้องกรณีนี้กับเจ้าหน้าที่รัฐ นายวีระ กล่าวว่า โดยทั่วไปมีความเป็นไปได้ทั้งมีใบสั่งมาจากผู้มีอำนาจทางการเมือง และมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไปหาประโยชน์กันเองก็มี แต่กรณีภูนับดาว เป็นส่วนป่าปางหัวช้าง และอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติต่าง ๆ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน

ส่วนที่กล้าทำกันแบบนี้ จริง ๆ ตรงไหนที่เป็นสวนป่าต่อให้เขาประกาศเป็นเขตปฏิรูป ก็ต้องรู้ว่าต้องกันคืน และคำว่าสวนป่าจะเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น เพราะมีการปลูกป่าครั้งแรกตั้งแต่ปี 2521 มองเห็นได้โดยสภาพภูมิศาสตร์ คำถามคือปล่อยให้มีการบุกรุกได้อย่างไร

ต่อมา แม้ว่าจะมีการดำเนินคดีโดยกรมป่าไม้ ทว่ากลับมีการปล่อยให้คนเข้าไปบุกรุก 4 - 5 ราย ก็ดำเนินคดีศาลตัดสินจำคุกคนบุกรุก ริบทรัพย์ และสั่งให้ออกจากพื้นที่ทันที ซึ่งก็ไม่ยอมออก กระทั่งมีการเปลี่ยนมือมาจนถึงชุดภูนับดาวเข้าไปสร้างภัตตาคาร ไปสร้างคาเฟ่ใหญ่โต

นายวีระ กล่าวต่อว่า ตัวปัญหาคนที่ทำผิดจริง ๆ คนหนึ่งคืออดีตรองผู้ว่าฯ คนหนึ่งที่มีการเปิดเผยออกมาแล้ว ซึ่งคนนี้ตอนนั้นเป็นนายอำเภอมวกเหล็ก ซึ่งนายอำเภอเป็นหนึ่งในกรรมการ คปอ. พิจารณาให้ออก ส.ป.ก. 4-01 โดยในขณะนั้นเขาเป็นประธาน คปอ. รู้เห็นอยู่แล้วว่าอนุญาตให้ใครไม่ได้ แต่ก็ไปยอมให้มีการบุกรุกครอบครองได้อย่างไร นอกจากนี้ นายอำเภอคนนี้ยังออก ส.ป.ก. ให้ลูกชายตนเองด้วย ซึ่งกรณีนี้บังเอิญว่าเกิดขึ้นสมัย คสช. มีอำนาจทั้งนั้น

ด้าน นายดำรงค์ กล่าวว่า กรณีที่เขาจะทำแบบนี้ ไม่กลัวกฎหมายบ้านเมือง แสดงว่าเขามองว่าอำนาจบารมีที่เหนือกว่าจะช่วยคุ้มครองเขาได้ เขาอ่านเกมขาด ปฏิวัติรัฐประหารอำนาจนั้นเบ็ดเสร็จหมด อะไรก็แล้วแต่สามารถทำได้หมด ไม่ใช่ตาสีตาสาธรรมดา ยิ่งเจ้าหน้าที่ใกล้เกษียณไปทำคือ เรื่องเงินอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รู้ว่าทำไปแล้วเสี่ยง แต่ก็คุ้ม

เบื้องหลัง “ภูนับดาว” รุกที่ ส.ป.ก. โยงบิ๊กนักการเมือง

นายวีระ กล่าวว่า สมมติว่าเราถูกกล่าวหา และมีหมายเรียกให้ไปพบ ถ้าเราสุจริตจะกลัวอะไร ก็รีบไปเคลียร์เลย ส่วนกรณีที่ไม่ไป หลบหน้า จะคิดเป็นอื่นไปได้อย่างไรว่า คุณไม่มั่นใจ หรือไม่มีหลักฐานหักล้างข้อกล่าวหา หรือรู้อยู่แก่ใจว่าคุณทำผิด ซึ่งถ้าไม่ใช่หวานใจของบิ๊กนักการเมือง ปปท. ออกหมายจับไปแล้ว จึงต้องใช้วิธีโยนไปยัง ปปง. ทีนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ จาก 10 ล้าน เป็น 90 ล้าน เป็นพันล้าน

และมีคนที่ทำธุรกรรมทางแอปฯ มือถือ ในช่วงระยะเวลา 6 ปี 9 เดือน มีเงินเข้าออกกว่า 858 ล้าน เฉลี่ย 6 ปี 9 เดือน ปีหนึ่งร้อยกว่าล้าน เงินเข้าเงินออกมากขนาดนี้เลยหรือ คำถามคือหวานใจมีธุรกิจอะไร ที่มีเงินเข้ามือถือเฉลี่ยปีละ 100 กว่าล้าน

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)

อีกประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกต คือ ตนยังไม่เชื่อบริษัทที่ออกมาบอกว่าหวานใจของบิ๊กคนนี้ไปซื้อหุ้นกู้บริษัทเขาในปี 2564 ครบดีลวันที่ 13 มิ.ย. 66 ที่มีการโอนเงิน 10 ล้าน ซอยโอนทีละ 2 ล้าน แต่กลับไม่เอาใบหุ้นมาโชว์ บริษัทก็ต้องมีการแจ้งต่อ กลต. จะได้เคลียร์

นายวีระ กล่าวต่อว่า จากนั้นก็มีคำถามต่อว่า สมมติหวานใจคนนั้นไปซื้อหุ้น 10 ล้าน หวานใจถือเงินสดไปซื้อ หรือเอาเงินก้อนไหน บัญชีไหน ธนาคารไหนไปซื้อ หรือไม่ใช่เงินของเธอเลย แต่เป็นเงินคนอื่นซื้อแล้วไปใช้ชื่อเธอ ซึ่งกรณีนี้มีคำถามเยอะแยะตามมา

ส่วนตัวเชื่อว่า ป.ป.ง. รู้หมดแล้วว่าเส้นเงินนี้มาจากไหน ไปเข้าไหน โอนไปให้ใคร เพียงแต่ว่าจะกล้าพูดหรือไม่ หรือถ้าเก็บเป็นไม้เด็ดก็ดี แต่ส่วนตัวกลัวว่าจะไม่ใช่ว่าเก็บเป็นไม้เด็ด

ไขทางออก “ภูนับดาว”

นายดำรงค์ กล่าวว่า วิธีการจัดการหลังเสร็จสิ้นกรณีรีสอร์ทภูนับดาวนั้นง่าย ๆ เมื่อศาลสั่งผิดแล้ว ใช้มาตรา 25 พ.ร.บ. ป่าสงวน ใช้อำนาจอธิบดีฯ หรือผู้ว่าฯ ประกาศให้มารื้อถอนออกภายใน 90 วัน ถ้าไม่มารื้อถอนก็ให้จ้างเอกชนมารื้อถอนจากนั้นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม แค่นี้ก็จบ ไม่ต้องรอ ที่เขารอดำเนินการตอนนี้เพราะข้างบนยังไม่สั่ง แต่ละกรมแต่ละกระทรวงเงียบหมด

นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า ตัวกฎหมายไม่ได้มีช่องโหว่ สิ่งนี้เกิดจากผู้มีอำนาจ ถ้าเจ้าของกระทรวงประกาศชัดว่ากระทรวงนี้ถ้าข้าราชการกระทำผิดคอร์รัปชัน จะลงโทษให้ดูให้ถึงที่สุด อย่าออกนอกลู่นอกทาง ให้ทำตามกฎหมาย ตนจะอนุโมทนาสาธุ แต่บ้านเราอาศัยการเมืองเลือกตั้ง มีหัวมีหางคะแนน ก็จะเป็นกันอยู่อย่างนี้

ด้าน นายวีระ กล่าวว่า คนในกระทรวงความจริงแล้วต้องรับผิดชอบ แต่ดันหุบปากเงียบกันหมด เรื่องดังขนาดนี้เล่นแต่เรื่องของหวานใจ ตนไม่ได้สนใจประเด็นหวานใจ ตนสนใจเอาที่ดินของรัฐคืน

ส่วนวิธีป้องกันช่องโหว่ช่องว่างนี้ ไม่ให้ข้าราชการมาฉ้อฉลเอาพื้นที่ไปทำประโยชน์ นายวีระ กล่าวว่า ต้องเปิดโปง แฉกันให้มาก ๆ แล้วต่อไปคนจะได้ไม่กล้า เพราะถ้าเสี่ยงโอกาสรอดนั้นจะน้อย วันดีคืนดีคนที่เขามีข้อมูลเอาออกมาเล่นเมื่อไหร่ก็ไม่รอด เพราะเรื่องพวกนี้คนไทยไม่ยอมรับ

นายวีระ กล่าวต่อว่า ในชีวิตจริงข้าราชการลองไปขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาดู เขาก็ย้าย ไม่ทำตามที่เขาต้องการก็จะหาคนมาแทนทันที ก็จะเห็นจะซึมซับมาแบบนี้ ถ้ามีข้าราชการคนไหนรักษากฎหมายระเบียบของหน่วยงานตนเอง กล้าพูดกล้าโวยว่าไม่ทำตามคำสั่งแล้วถูกย้าย ถ้ามีแบบนี้เยอะ ๆ ตนเชื่อว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมา

นายวีระ เชื่อว่า ถ้ามีนายกฯ คนไหน ประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติประกาศว่าข้าราชการคนไหนถูกรังแก ให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำให้รัฐเสียหาย แจ้งตรงมาที่นายกฯ ได้ทันที และจะจัดการลงดาบเอาออกจากราชการพร้อมดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด และคนที่กล้ามาร้องทุกข์จะได้รับการปกป้อง แต่หากเป็นเรื่องเท็จก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน จะกลั่นแกล้งกันไม่ได้ ทว่าเราไม่มีนายกฯ คนไหนที่ออกมาพูดแบบนี้เลย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ