จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพชาวบ้านแห่เลือกรองเท้าผ้าใบมือ 2 นับหมื่นคู่ ถูกนำมากองทิ้งไว้สวนสาธารณะทุ่งหนองนามน บ.หัวขัว ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. 2567 พร้อมกับระบุข้อความว่า “ไผบ่มีเกิบมาเอาเด้อครับ555 สงสัยเจ้าของใส่แล้วเลยเบื่อ” พิกัดทุ่งนามนบ้านหัวขัว ชาวบ้านต่างพากันขอบคุณเจ้าของรองเท้าที่นำมาทิ้ง จึงพากันเก็บใส่ถุงปุ๋ยขึ้นรถกลับบ้านไปให้ญาติ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
20 ที่เที่ยวปีใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับ เดินทางง่าย
ล่าสุดวันนี้ 20 ธ.ค. 2567 นางละออง (ขอสงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นเจ้าของร้องเท้ามือสองเดินทางมาที่สวนสาธารณะทุ่งหนองนามน หลังทราบข่าวจากสื่อและยืนยันว่าไม่ได้นำรองเท้ามาทิ้ง แต่เป็นการขนมากองไว้ เพื่อรอขนไปขายที่ อ.วังสะพุง จ.เลย
และในวันนี้ก็ยังมีชาวบ้านมาเลือกรองเท้าผ้าใบมือสอง อยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกุดจับ ได้เข้ามาเก็บรองเท้าที่เหลือประมาณ 200-300 คู่ มากองรวมกัน ซึ่งนางละออง เจ้าของรองเท้าได้มอบให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนำไปทิ้งบ่อขยะ เพราะเป็นรองเท้าไม่มีคู่ และ ชำรุด ก่อนจะเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.กุดจับ เพื่อดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพและข้อความ
จากนั้น เวลา 11.30 น.นางละออง ก็ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผกก.สภ.กุดจับ และร.ต.อ.สมชาย ทาพิลา รอง สว.สอบสวน สภ.กุดจับ ให้ดำเนินคดีต่อคนโพสต์ ที่เป็นต้นเหตุทำให้สินค้าของตนถูกชาวบ้านมาเอาไปจนเกือบหมด โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เชิญตัวผู้โพสต์มาสอบสวน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านพ.ต.อ.อัมรินทร์ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว อยากจะดำเนินคดีกับคนที่โพสต์ เพราะเชื่อว่าการโพสต์แบบนี้ ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ และแห่กันมาเอาสินค้าของผู้เสียหายไป แต่ถ้าไม่โพสต์รองเท้าก็คงจะหายไป ซึ่งทำให้เจ้าของสินค้านั้นเสียหาย
หลังจากนี้จะได้ติดตามหาผู้โพสต์มาสอบปากคำอย่างละเอียดว่า การโพสต์ภาพและข้อความลงไปเพราะอะไร และจะมีความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ ส่วนคนที่มาเอารองเท้าไปทางผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดใจ เพราะนึกว่ามีคนนำรองเท้ามือ 2 มาทิ้งจริงๆ