จากกรณีเครื่องบินโดยสารของสายการบินเจจูแอร์เที่ยวบินที่ 7C 2216 มีผู้โดยสารทั้งหมด 175 ราย รวมทั้งลูกเรือ 6 ราย เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ลื่นไถลออกนอกรันเวย์และชนกับรั้วกั้นที่สนามบินนานาชาติมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ ของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้โดยสาร เสียชีวิต 179 คน เป็นคนไทย 2 คน 1 ใน 2 คือ น.ส.จงลักษ์ ดวงมณี อายุ 45 ปี ชาว อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดิทางมาที่ บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้าน น.ส.จงลักษ์ ผู้เสียชีวิต โดยพบว่า น.ส.พรพิมล อัญชลี ปลัดอำเภอหนองวัวซอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พมจ.อุดรธานี เดินทางมาแสดงความเสียใจ และ สอบถามข้อมูล เพื่อช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น
โดยนายบุญช่วย ดวงมณี อายุ 77 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนมีลูก 3 คน ส่วนภรรยาเสียชีวิต โดย น.ส.จงลักษ์ เป็นลูกคนสุดท้อง โดยเมื่อ 6 ปีก่อน น.ส.จงลักษ์ เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลี แบบผิดกฎหมายเป็นผีน้อยไปทำงานเกษตร ต่อมาพบรักกับคนเกาหลี อายุ 52 ปี จึงได้เข้ามอบตัวเพื่อเดินทางกลับไทยมาแต่งงานจดทะเบียนกับชาวเกาหลีให้ถูกต้อง แล้วเดินทางกลับไปทำงานที่เกาหลี โดยทำงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ และทำงานเกษตรกับสามี เพื่อหาเงินส่งธนาคาร ธอส.ที่ผู้ตายกู้เงินมาสร้างบ้าน 5 แสนบาท
นายบุญช่วย เล่าต่อว่า ลูกสาวจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี และปีนี้ก็เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านกับสามีชาวเกาหลีเมื่อวันที่ ต้นเดือน พ.ย. แต่ไปเที่ยวเชียงใหม่ก่อนกลับมาบ้านอุดรธานี ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มาเที่ยวงานทุ่งศรีเมือง ส่งสามีชาวเกาหลีกลับวันที่ 14 ธ.ค. ใกล้เดินทางกลับก็ไปพักอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี วันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งก่อนลูกสาวจะเดินทางกลับยังได้นัดกินข้าวเที่ยง แต่ตนก็ไม่ได้ไป กระทั่งลูกสาวขึ้นเครื่องที่สนามบินอุดรธานี ตนก็รีบไปส่งแต่ก็ไปส่งไม่ทัน ทำให้ลูกน้อยใจบ่นว่าจะไม่กลับมาอีก
“รู้ว่าลูกเดินทางกลับเกาหลีเวลา 23.00 น. เมื่อคืนนี้ และจะถึงเกาหลีเช้าวันนี้ ซึ่งมีสามีชาวเกาหลีจะไปรับที่สนามบิน ทุกครั้งก็จะโทรกลับมาบอกพ่อว่าถึงแล้ว พอเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ พอบอกว่าเป็นชาวอุดรธานี ตนก็ยิ่งแน่ใจว่าเป็นลูกสาวตน ขึงฝากขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ให้ช่วยจัดส่งศพลูกกลับบ้านด้วย ถ้าลูกรับรู้ได้พ่อก็ขอโทษขออโหสิกรรม ที่ไปส่งลูกไม่ทันทำให้ลูกโกรธ ให้ไปเกิดที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงลูกกับพ่อ ทรัพย์สินที่มีก็จะแบ่งให้หลาน”
ด้าน น.ส.บุญสิตา ดวงมณี อายุ 18 ปี หลานสาว เล่าว่าสนิทกับอามาก อาเป็นคนใจดี อากลับมาบ้านครั้งล่าสุด ตนได้ไปเที่ยวงานทุ่งศรีเมืองกับอา อยากได้อะไรอาก็จะซื้อให้ และมักจะถามว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนอาจะพาไป ตนคุยกันกับอาทุกวัน อาคบกับแฟนเกาหลีมา 2 ปี แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน วันที่อาขึ้นเครื่องที่สนามบินอุดรธานีตนกับปู่ไปส่งไม่ทัน แต่ตนได้คุยกันตอนที่อาขึ้นเครื่องที่พิษณุโลก เพราะว่าอาแวะไปเยี่ยมลูกที่ จ.พิจิตร เสร็จแล้วมาขึ้นเครื่องที่ จ.พิษณุโลก มาสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อบินกลับเกาหลี
“อาบอกว่าจะไม่กลับมาที่อุดรธานีอีกแล้ว และจะส่งเงินให้ปู่เป็นครั้งสุดท้าย ส่วนลางสังหรณ์ ตนมีลางสังหรณ์ที่อาไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วถ่ายรูปใส่กรอบมาให้ กรอบก็เป็นกรอบสีน้ำตาลทอง เหมือนกับรูปตั้งหน้าศพ ถ้าอารับรู้ได้หนูอยากจะบอกว่าคิดถึงอามาก ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เลย”