จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาเปิดเผยเรื่องราวพร้อมรอยช้ำตามตัวและคลิปการถูกทำร้ายโดยแฟนหนุ่มของเธอ โดยระบุว่า มันจะเป็นโพสสุดท้ายของเรื่องราวในชีวิตชีวิตคู่ ที่ฉันได้เลือกผิดพลาดไป มีเรื่องให้เตือนให้สอนลูกเยอะแยะเลย ว่าหนูควรคิดและไตร่ตรองในการเลือกคู่ชีวิตให้มากๆ แม่พลาดไปแล้ว หนูอย่าพลาด อย่าได้รีบร้อนในการเลือกคู่ชีวิตเหมือนแม่อีก
ต่อมา Survive - สายไหมต้องรอด ได้เข้าช่วยเหลือ นำตัวผู้เสียหายเข้าแจ้งความทันที โดยระบุว่า
เคส น้องนิก อายุ 27 ปี ถูกแฟนทำร้าย(ตามคลิป) เบื้องต้น พี่เอก ประสานท่าน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เข้าช่วยเหลือน้องแล้ว #พบรอยเขียวช้ำทั่วตัว ตอนนี้ ท่าน ผกก.สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งสอบปากคำน้องนิกเพื่อดำเนินคดีกับแฟนที่ลงมือทำร้ายแล้ว และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองชุมพร ไปเชิญตัวผู้ก่อเหตุมาที่โรงพักแล้ว ขอบคุณ สถานีตำรวจ สภ.เมืองชุมพร พี่ๆตำรวจ รวดเร็ว ทันใจมาก
ด้านคุณ นิก ได้อัปเดต ว่าล่าสุด แจ้งความเรียบร้อย ดำเนินคดีจนถึงที่สุด แจ้งความทั้งแม่ผัวเก่า และอดีตสามีค่ะ ตอนนี้นิกกลับมาอยู่บ้านแม่แล้วค่ะ กลับมาตั้งแต่วันที่ 28 คลิปที่ลงเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 23 ค่ะ เมื่อวันที่ 23 ยังไม่ได้แจ้งความค่ะ มาแจ้งวันนี้ตอน 5 โมงเย็น เพราะตอนแรกคิดไว้แล้วว่าจะจบแบบดีๆ ต่างคนต่างอยู่ แต่แม่เขาไม่หยุดค่ะ ยังทักหาเพื่อนๆ ของนิกทุกคน นิกก็บอกแล้วเตือนไปแล้ว ว่าชีวิตครอบครัวพังเพราะแม่ แม่จะเอาอะไรอีก ถ้าแม่ไม่หยุด นิกพร้อมทำลายน่ะ ตามโพสก่อนหน้านี้
คุณนิกได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกอย่างเป็นจริงตามที่กระแสสื่อโซเชียลได้แชร์กันไปเป็นวงกว้าง และทุกคนต่างเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจตน โดยเล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค.67 ตนเองก็เคยได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรมาแล้ว หลังจากที่ถูกนายธนกานต์ สามีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.ชุมพร ถึง 2 ครั้ง จนทางพ่อและแม่ตลอดญาติๆยอมรับไม่ได้กับเหตุการณืที่เริ่มจะเกิดขึ้นบ่อยขึ้น และทุกคนพยายามเข้าห้ามาปราบและขอให้ใช้เหตุผลในการครองเรือน และอีกทั้งไม่อยากจะให้ครอบครัวแตกแยก สงสารลูกสาวที่ยังอยู่ในวัยอ่อน ทางพ่อแม่และญาติ รวมทั้งตนก็พยายามประคับประคองให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง
แต่นายกานต์ สามีก็ดีได้ไม่นาน ก็ยังออกนิสัยเดิมๆแสดงออกมาบ่อยเรื่อยๆ จนในที่สุดก็สุดจะเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ก็ต้องขอแยกทางกันไปด้วยดี ที่ผ่านมาตั้งแต่แต่งงานกันมานั้นใหม่ๆนายกานต์ อดีตสามีไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรงอะไรเลย ทำมาหากินตามกำลัง แต่ไม่นานหลังจากที่เริ่มมีเพื่อนเข้ามาวุ่นวายและเริ่มมั่วสุมกันเสพกัญชา พฤติกรรมอดีตสามีก็เริ่มเปลี่ยนไป เป็นคนโมโหง่าย และเริ่มลงมือลงไม้กับตนบ่อยขึ้น ซึ่งตนเองก็มองว่าน่าจะมาจากสาเหตุที่ตนเอง ได้พบอุปกรณ์เสพยาเสพติดและได้ถ่ายส่งไปให้แม่ของนายกานต์ดู และหลังจากนั้นไม่กี่วันนายกานต์ ก็มาต่อว่าตนเองว่าเรื่องเท่านี้ทำไมต้องไปฟ้องแม่ จนตนเองต้องถูกด่า และหลังจากนั้นก็ทวีความรุนแรงมาเรื่อย จนต้องขอหย่าไปในที่สุด
ส่วนคลิปที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือใครที่ถ่ายแล้วนำมาโพสต์ จนมีผู้สนใจเข้ามาแห่ดูกันจำนวนมากนั้น น.ส.ภัครดา กล่าวว่า เป็นฝีมือตนเอง เพราะหลังจากที่หย่ากันไป และทางนายกานต์ ก็ได้ มารับลูกไปนอนด้วย จนไม่นาน ทางตนก็เปิดโอกาสให้กลับเนื้อกลับตัวว่าจะกลับมาอยู่กันอีกครั้ง แต่มีข้อสัญญาใจกันว่า จะต้องไม่ทำร้ายกัน ใช้เหตุผลกัน ซึ่งนายกานต์ ก็รับปากเป็นดิบดีกับพ่อแม่และญาติของตนเอง แต่เป็นเพียงลมปากเท่านั้น นิสัยโมโหง่ายก็กำเริบอีก โดยวันนั้นก่อนเกิดเหตุ ตนเองนั่งเล่นมือถืออยู่ โดยลูกก็นั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆและได้มีปากเสียงกับนายกานต์ และนายกานต์ได้ต่อว่าพร้อมอุ้มลูกสาวจะเอาไป แต่ตนไม่ยอมจึงยื้อแย่งกัน ช่วงนั้นตนเองได้กระชากแขนขวาของนายกานต์ อย่างแรง เป็นช่วงที่แขนข้างขวาของนายกานต์ ซึ่งอุ้มลูกสาวอยู่เกิดเกือบหงายหลัง ทำให้นายกานต์โกรธมากและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว พร้อมบอกว่าเดี๋ยวมึงเจอดี ช่วงที่นายกานต์ออกไปนั้น ตนรู้ว่างานเข้าแน่ แต่ไม่คิดจะหนักขนาดนี้ ก็เลยรีบเก็บของเล่นลูกมากองไว้ พร้อมทั้งได้นำมือถือเปิดโหมดวิดีโอแล้วกดบันทึกไว้ แล้วนายกานต์ก็หายไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาตัวเปล่าพุ่งตรงมาหาตนก่อนจะกระหน่ำมือ เท้า ใส่ไม่ยั้ง และที่ตนไม่ตอบโต้เพราะเคยแล้ว โดนหนักกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาทาง พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร พร้อมด้วย ร.ต.ท.บุญฤทธิ์ รัตนพันธ์ รอง สว.(ป.)สภ.เมืองชุมพร /ปฏิบัติหน้าที่หน.สายตรวจตำบลวังไผ่ และจนท.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร เยี่ยมนางสาวภัครดา เพชรอาวุธ ผู้เสียหายกรณี ถูกนายธนากานต์ แตงเลี่ยน(อดีตสามี)ทำร้ายร่างกาย เพื่อดูแลเยียวยาทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ และทางคดีในเบื้องต้นต่อไป