ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังทางการไทยมีการตัดการจ่ายไฟฟ้า 5 จุด ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อสกัดการดำเนินการของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น
แม้หลายพื้นที่ของเมียนมาจะเปลี่ยนมาใช้ไฟจากลาว อย่างพื้นที่เมืองท่าขี้เหล็ก แต่ล่าสุด มีรายงานว่าลาวแจ้งลดจ่ายไฟฟ้าให้ท่าขี้เหล็กเหลือเพียง 13 เมกะวัตต์เท่านั้น จากที่ได้ 30 เมกะวัตต์ตามสัญญา
โดย เพจเฟซบุ๊ก “EDL LAOS” ของ รัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าลาว(ฟฟล.) ได้โพสต์ข้อความแจ้งเหตุผลการลดจ่ายไฟฟ้าให้เมียนมาว่า ฟฟล.มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานกับทุกประเทศรอบข้างตามกอบการร่วมมือและเชื่อมโยงทางด้านไฟฟ้าของอาเซียน ซึ่งปัจจุบัน สปป.ลาว มีการเชื่อมโยงและซื้อขายกับไทย เวียดนาม กัมพูชา และจีน รวมทั้งเมียนมา ก็เป็นลักษณะเดียวกัน แต่ในปริมาณไฟที่ไม่มาก เพราะเป็นการสนองให้เมืองท่าขี้เหล็กของเมียนมา ที่ติดกับแขวงบ่อแก้ว ของ สปป.ลาว การขายไฟให้เมืองท่าขี้เหล็ก ด้วยระบบแรงดัน 115KV ไปหาสถานีไฟฟ้า เพื่อแจกจ่ายไฟให้สังคมทั่วไป ซึ่งรวมทั้งประชาชน ธุรกิจ อาคารราชการ รวมทั้งการบริการสังคม โรงเรียน โรงพยาบาล ฉะนั้นรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ได้ทำสัญญาขายไฟให้กับเมืองท่าขี้เหล็กตั้งแต่ปี 2021 โดยได้ทำสัญยาซื้อ-ขายไฟฟ้าร่วมกับบริษัทฯเมียนมา และได้เริม่จ่ายไฟฟ้าในเดือน พ.ค.ปี 2022 โดยในสะญญาดังกล่าวรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว จะต้องสนองพลังงานไฟฟ้าจำนวนไม่เกิน 30 MW ในระดับแรงดัน 115KV
ในระยะผ่านมาเมืองท่าขี้เหล็กรับไฟจากประเทศไทยประมาณ 15 MW และรับไฟจากลาวประมาณ 13 MW เท่านั้น แต่ใน 2 วันที่ผ่ามาเห็นว่าเมืองท่าขี้เหล็ก เอาไฟจากลาวเพิ่มขึ้นเป็น 27 MW เพราะประเทศไทยยุติการส่งไฟให้เมืองดังกล่าว แต่ทาง ฟฟล. ได้หยุดการส่งพลังงงานไม่เกิน 13 MW ด้วยเหตุผลว่าไฟฟ้าบางส่วนอาจถูกเอาไปสนองให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ฉนั้น ฟฟล.กำลังประสานข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมกับมทางการของเมียนมา เกี่ยวกบประเด็นดังกล่าว เพื่อให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการปราบปราม หรือสกัดกั้นการนำไฟฟ้าไปใฟ้กับกิจการที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และร่วมมือทั้งทางเมียนมา ในการตัดไฟให้ตรงจุด เพื่อลดการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์
พวกเราขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลลาว ซึ่งก็คือ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว จะไม่ส่งไฟหรือขายไฟ ให่ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์