ความเคลื่อนไหวหลังจาก ทางการไทยตัดกระแสไฟฟ้า งดขายน้ำมัน และตัดอินเตอร์เน็ต ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อสกัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่ใช้เป็นฐานในการหลอกลวงประชาชนในหลายประเทศนั้น
ล่าสุดเพจดัง “Natty Loves Myanmar” ออกมาเปิดข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมืองชเวก๊กโก พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่าแก๊งคอลเซ้นเตอร์กำลังมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าใช้เอง
โดย น.ส.อรรวี แตงมีแสง หรือคุณแนทตี้ เจ้าของเพจ Natty Loves Myanmar และนายณภัทร กองจันทร์ ช่างภาพของเพจ เปิดเผยในรายการคุยข้ามช็อต ทางช่อง PPTVHD36 เล่าว่า มีโอกาสไปถ่ายภาพเมืองชเวก๊กโก ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้าง ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคืออะไร ซึ่งพบว่าการก่อสร้างนั้นเร็วมาก และจากข้อมูลที่ได้มาจากในพื้นที่พบว่า มีคนอยู่ 3 กลุ่มหลัก คือกลุ่มค้ามนุษย์ กลุ่มกาสิโน และกลุ่มคอลเซนเตอร์ ลักษณะเมืองถูกแบ่งเป็นแผนกเป็นโซนจำนวนมาก และมีสำนักงานของทางการด้วย
ซึ่งการจะเข้าเมืองชเวก๊กโกไม่ใช่ใครอยากเข้าก็เข้าได้ ต้องไปทำงาน หรือมีคนรู้จักอยู่แล้ว ขนาดคนเมียนมาเองถ้าจะเข้าไปก็จะต้องทำบัตรสีชมพู เป็นบัตรประชาชนเฉพาะเมืองนี้ ซึ่งจะมีเอเจนซี่รับทำ แต่คนออกบัตรจะเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่คนดูแลจะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งอาจเป็นทหารหรือกองกำลังหนึ่งอย่างนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปต้อง จ่ายเงินอย่างน้อย 2 หมื่นบาท เพื่อจ้างทหารอย่างน้อย 3 คนเข้าไปคุ้มกัน และจ้างรถเข้าไป หากข้ามด่านปกติจากไทย ก็ต้องไปเปลี่ยนขึ้นรถทหารในเมียนมา ต้องทำบัตรผ่านหรือบัตรเบ่ง เพื่อเคลียร์ทางที่จะเข้าเมืองชเวก๊กโก แต่ถ้าคนที่ไปเล่นกาสิโน ก็เชื่อว่าต้องหาคนรู้จักพาไปอยู่แล้วก็อาจไม่ต้องเสียเงินในส่วนนี้ แต่คนที่ไปกาสิโนก็คงไม่ผ่านทางด่านจะไปทางช่องทางธรรมชาติ
ทั้งนี้จุดที่น่าสังเกตคือชายแดนไทยบริเวณแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตากนั้น มีท่าข้ามขนส่งค้าประมาณ 50 แห่ง แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่คนทั่วไปจะเข้าไปได้ ที่เหลือเป็นของเอกชนที่บางแห่งมีการล้อมรั้วปิดกั้นไม่ให้เห็นด้านใน และที่น่าสังเกตอีกจุดคือ บางแห่งไม่มีเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจหรือศุลกากร ซึ่งหากเป็นช่วงกลางคืนจะมีการขนอะไรก็คงไม่มีใครรู้
นอกจากนั้นทั้งสองคนยังให้ข้อมูลอีกว่า ในเมืองชเวก๊กโกมีโรงแรมแห่งหนึ่งชื่อว่า "ชิตตู เมตตา " ซึ่งชิตตูในภาษาเมียนมาแปลว่าที่รัก เมตตา ก็คือเมตตา เหมือนภาษาไทย แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณนั้นในรัฐกะเหรี่ยงก็ไม่น่ามีใครที่จะกล้าใช้ชื่อนี้ เพราะเป็นชื่อผู้นำกองกำลังบีจีเอฟ คือ พันเอกหม่องชิตตู เมื่อไปหาข้อมูลในโซเชียล ก็พบรูปของชิตตู่อยู่ในเฟซบุ๊กโรงแรมด้วย ก็ตั้งข้อสังเกตถึงความเกี่ยวข้องกัน แม้จะเป็นโรงแรม แต่ก็ตั้งอยู่ในเมืองชเวก๊กโก
ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชนเสนอว่าถ้าสอบสวนและหาหลักฐานเชื่อมโยงได้ก็ควรออกหมายจับพันเอกหม่องชิตตู คุณแนทตี้ก็มองว่าถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะที่จริงหม่องชิตตูอยู่ในรายชื่อของหลายๆประเทศอยู่แล้ว และคงต้องดูกระบวนการทางกฎหมายว่าทำได้จริงหรือไม่
ส่วนกรณีมาตรการตัดไฟ ตัดน้ำมันและอินเทอร์เน็ตจะสกัดแก๊งคอลเซนเตอร์ได้มากน้อยแค่ไหนนั้น คุณแนทตี้เชื่อว่า เป็นมาตรการเริ่มต้นที่คงสกัดได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็จะทำให้ขบวนการนี้สะดุดลง แต่ก็เชื่อว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะต้องหาวิธีนำไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต น้ำมัน อย่างน้ำมันก็อาจหาจากจีนจากเมียนมาคุณภาพอาจไม่ดีเท่า แต่ก็เป็นทางเลือก ส่วนไฟก็มีเครื่องปั่นไฟมีโซลาเซล รถโมบายปั่นไฟ และได้ข่าวว่ามีแนวคิดที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำใช้เองด้วย ซึ่งก็เชื่อว่าหากขาดไฟในระยะยาว ก็อาจมีการก่อสร้างขึ้น เพราะมีเงินทุนอยู่แล้ว