วันที่ 17 ก.พ. 2568 แหล่งข่าวในกองคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (อีเอสไอ) นำเอกสารหลักฐาน ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมประชุมหารือร่วมกันนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า ในวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการออกหมายจับ หม่อง ชิตตู ผู้นำกองกำลังBGFกับพวก เนื่องจากตามขั้นตอน หลังจากได้รับข้อมูลทางอัยการคดีค้ามนุษย์ จะต้องตรวจรายละเอียดในเอกสารอีกครั้งว่า ยังตกหล่นในประเด็นใดหรือไม่ หากยังมีประเด็นข้อสงสัยทางดีเอสไอ ก็จะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม
แหล่งข่าวคนนี้ บอกอีกว่า สำหรับคดีดังกล่าวไม่มีกรอบระยะเวลาในการสืบสวนว่าต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ เนื่องจากคดีค้ามนุษย์ มีอายุความถึง 20 ปี เมื่อยังมีประเด็นสงสัยทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถสืบสวนต่อได้เรื่อยเรื่อยจนกว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน แหล่งข่าวคนนี้บอกว่า ทางกองคดีค้ามนุษย์ ทำการสืบสวนมา ตั้งแต่ปี 2565 หลังพบข้อมูลเรื่องขบวนการค้ามนุษย์ชาวอินเดีย ก่อนพบว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง หม่อง ชิตตู ลักษณะทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการ ซึ่งในขบวนการนี้ เบื้องต้นพบมีทั้งหมดประมาณ 9คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 4-5 คน ร่วมอยู่ด้วย
แหล่งข่าวคนนี้ ยืนยันว่า หากพบพยานหลักฐานครบถ้วนเจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ทันที แต่จะสามารถจับตัวมาดำเนินคดีได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจของอธิปไตยประเทศนั้นนั้น จะต้องผ่านการออกหมายอินเตอร์โพล แต่ขณะเดียวกันถ้าประเทศนั้น ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เจ้าหน้าที่ของไทยก็มีอำนาจดำเนินการจับกุม
ส่วนที่มองว่า การออกหมายจับครั้งนี้ เป็นเพราะ ได้รับแล้วกดดันจากนโยบายภาครัฐหรือไม่ แหล่งข่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนมาตั้งแต่ปี 2565 ไม่ใช่เพิ่งมาเร่งทำสำนวนในช่วงนี้ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตคนเลยไม่สนใจ พอมีเรื่องจีนเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามสื่อมากขึ้น ก็ทำให้สังคมหันมาสนใจเรื่องนี้ไปด้วย
เมื่อถามย้ำว่าจะสามารถจับกุมตัวขบวนการของ หม่อง ชิตตู ได้หรือไม่ แหล่งข่าวย้ำว่า การออกหมายจับเป็นอำนาจของทางเจ้าหน้าที่ไทยก็จริง แต่การต่อสู้คดี รวมถึงขั้นตอนการนำตัวคนร้ายมาติดคุก มองว่า เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะนำตัว หม่อง ชิตตู และพวก มาติดคุกได้หรือไม่