Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 30 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจไซเบอร์ แถลงผลจับกุมหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เปิดร้านรองเท้าบังหน้า มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท เบื้องต้นยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

23 ก.พ. 68 เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมคณะ แถลงผลปฏิบัติการ EXIT SCAM จับกุมหนุ่มจีน วัย 34 ปี และสาวไทย วัย 21 ปี มีพฤติการณ์กินหรูอยู่สบาย แต่เอี่ยวฟอกเงินในขบวนการหลอกลงทุนคริปโต รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มาสอบปากคำที่ห้องพนักงานสอบสวนตำรวจไซเบอร์ ซึ่ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ สอบปากคำด้วยตนเอง

คอนเทนต์แนะนำ
ตำรวจไซเบอร์ แถลงปิดเกม "Five M" ค่ายต้นสังกัดยันไม่สนับสนุนความรุนแรง

ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 30 ล้าน สตริงเกอร์ กทม.
ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 30 ล้าน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของตำรวจว่า ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินเพื่อลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล โดยมีบุคคลใช้ภาพโปรไฟล์หน้าตาดีติดต่อมาทางสังคมออนไลน์และชักชวนให้ลงทุนผ่านเว็บไซต์หนึ่ง อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูง ซึ่งคนร้ายได้ชักจูงผู้เสียหายด้วยการให้ผลกำไรจริงในการลงทุนช่วงแรก แต่หลังจากนั้นเมื่อลงทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่สามารถถอนเงินได้ สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท

จากการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวน สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย เป็นชายจีน 1 รายและหญิงไทย 1 ราย ซึ่งพบว่าทั้งสองคนนี้มีความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงทางออนไลน์อื่น ๆ ในลักษณะแผนประทุษกรรมจากเว็บไซต์เดียวกันอีก 28 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว โดยฝ่ายหญิงมีอาชีพขายสินค้าย่านประตูน้ำ ส่วนฝ่ายชายชาวจีนซึ่งมีภรรยาและครอบครัวอยู่แล้ว ได้มาพบรักกับหญิงชาวไทยรายนี้จนถึงขนาดให้ฝ่ายหญิงเปิดบัญชีคริปโทให้ชายชาวจีนใช้และร่วมกันเปิดร้านขายรองเท้าในย่านเยาวราช จากการตรวจสอบพบว่า ผลประกอบการร้านรองเท้าของทั้งคู่ไม่ค่อยดีนัก แต่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ขับรถหรู ใช้สินค้าแบรนด์เนม และสะสมตุ๊กตา Bearbrick 30 ตัว

ต่อมาวันที่ 22 ก.พ. ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด เป็นคอนโดในเขตยานนาวา 2 จุด คอนโดในเขตคลองสาน 1 จุด ร้านขายรองเท้าย่านเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ 1 จุด และบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

โดยการตรวจค้นครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 2 ราย ได้แก่ นายเชา สัญชาติจีน อายุ 34 ปี และ น.ส.นริศรา สัญชาติไทย อายุ 21 ปี โดยจับได้ที่คอนโดย่านยานนาวา พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 30 ล้าน สตริงเกอร์ กทม.
ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มจีน - สาวไทย หลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 30 ล้าน

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนั้น มีพฤติการณ์เป็นกลุ่มผู้บริหารจัดการเงินของแก๊งสแกมเมอร์และเชื่อว่าเป็นผู้ฟอกเงินในขบวนการดังกล่าว รวมทั้งยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้งสอง มีข้อมูลสลิปโอนเงินกว่า 5,000 รายการในเวลาไม่ถึงปี ยอดการโอนแต่ละครั้งตั้งแต่ 1 - 5 แสนบาท คาดว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน, และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อไปว่า คดีนี้มีลักษณะแผนประทุษกรรมเป็น Hybrid Scam เพื่อทักผ่านโซเชียลมีเดียหลอกลวงผู้เสียหายให้มีความสัมพันธ์และหลงเชื่อ ก่อนชักชวนลงทุนผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บลงทุนปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมา โดยผู้ต้องหาทั้งสองนี้เชื่อว่า เป็นหนึ่งในขบวนการของเว็บไซต์ดังกล่าว เพราะนอกจากจะพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ดังกล่าวถึง 28 คดีแล้ว ยังพบเส้นเงินหลายเส้นที่เชื่อมโยงกับเว็บดังกล่าว

ทั้งนี้พบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวนั้นเปิดมาได้ไม่ถึงปี และในส่วนของนายเชา ผู้ต้องหาชาวจีนนั้น พบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมานานถึง 3 - 4 ปีแล้วและมักจะเดินทางเข้า ๆ ออก ๆ ไปยังประเทศจีนและประเทศกัมพูชาบ่อยครั้ง จึงเชื่อว่านายเชามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มจีนสีเทา

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องสืบสวนขยายผลต่อว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเว็บและเป็นแอดมินที่ทักไปหาผู้เสียหายหรือไม่ รวมทั้งเส้นทางการเงินว่า ไปถึงใครบ้าง เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ทิ้งท้ายว่า จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อการลงทุนผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเว็บไซต์ที่มีชื่อเว็บแปลก ๆ ให้ลงทุนผ่านเว็บไซต์หรือ Application ที่ทำการรับรองจาก กลต. รวมถึงอย่าหลงเชื่อบุคคลแปลกหน้าที่ทักมาเพื่อหลอกมีความสัมพันธ์ ก่อนจะกลายเป็นการหลอกลวงแบบ Hybrid Scam ในภายหลัง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ