วันที่ 28 ก.พ.2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายพฤษชยเดชฯ หรือ นายฉัตรเกียรติฯ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2777/2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน , หมายจับศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่ 65/2560 ข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, หมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 610/2563 ข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโก โดยจับกุมได้ที่บริเวณแยกไฟแดง ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
โดยพฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2558 ถึง 2560 มีคดีเกิดเหตุที่น่าสนใจ และตกเป็นข่าวกระแสสังคม ของกลุ่มขบวนการกำถั่ว ขบวนการตกโฉนดที่ดิน ตกลอตเตอรี่ มีพฤติการณ์ ตระเวนหลอกเหยื่อ ที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่สามารถโน้มน้าวทางจิตใจได้ง่าย เน้นคนที่มีฐานะ มีเงินทอง มีสมบัติ จากนั้นจะสร้างสถานการณ์เอาลอตเตอร์รี่ ซึ่งอ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 มาหลอก แลกเงินไปจากผู้เสียหายโดยจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำ
หรือเหยื่ออีกประเภท ที่ติดประกาศขายที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ โดยขบวนการเหล่านี้จะส่งคนเข้าไปทำการติดต่อพูดคุย ในเชิงเป็นนายหน้าที่ดิน และมีการชักชวน พูดคุยกับบุคคลในขบวนการ โดยมีการจัดเตรียมสถานที่ ที่เปลี่ยวร้าง พื้นที่ว่างเปล่าเป็นที่ดินปิดขาย หรือการหลอกลวงผู้เสียหาย ให้ช่วยไถ่ถอนที่ดิน ที่มีลูกค้ามาติดต่อซื้อขาย แล้วอ้างว่าขายได้จะนำเงินกำไรมาแบ่งให้ แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาได้เงินจากผู้เสียหายแล้วกลับเชิดหนีไม่สามารถติดต่อได้ หลังก่อเหตุกลุ่มขบวนการพวกนี้นำเงินที่หลอกลวงได้มาแปรสภาพทรัพย์สินอันเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
โดยมีนายฉัตรเกียรติฯ เป็นหัวหน้า ผู้ควบคุม จะตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ ก่อเหตุมาแล้วกว่า 40 ครั้ง ในพื้นที่ทั่วประเทศ มีผู้ร่วมเครือข่าย กว่า 20 คน ก่อเหตุมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
ซึ่งที่ผ่านมากองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ลงพื้นที่ในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด ในคดีดังกล่าว โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาในแก๊งได้เกือบทั้งเครือข่าย เว้นแต่หัวหน้าเครือข่าย ที่เป็นตัวการสำคัญ ในคดี เปรียบเสมือนเป็นมันสมองของแก๊งนี้ ซึ่งเจ้าตัวมีความระมัดระวังตัวสูง รู้วิธีการหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้อยู่ตลอด ซึ่งสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้กว่า 10 ปี
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ของนายฉัตรเกียรติฯ พบมีประวัติหมายจับเกือบ 10 หมาย ในพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งคดี ฉ้อโกงทรัพย์ ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ คดีฟอกเงิน คดีอาวุธปืน สืบสวนจนทราบว่า นายฉัตรเกียรติฯ ได้หลบหนีมาอยู่ ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยเฝ้าติดตามนายฉัตรเกียรติฯ ตั้งแต่จ.จันทบุรี กว่า 500 กม. จนสามาถจับกุม นายฉัตรเกียรติฯ ได้บริเวณแยกไฟแดง ถ.แสงชูโตสายเก่า ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การฟอกเงิน