จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งทำอาคารสูงที่กำลังก่อสร้างย่านจตุจักรพังถล่มโดยมีแรงงานติดภายใต้ซากจำนวนมาก
ล่าสุด นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นสภาพพื้นที่เป็นอาคารระหว่างก่อสร้าง ความแข็งแรงของตัวอาคารยังไม่เซ็ตตัว หลังเกิดการสั่นไหวก็ทำให้พังลงมา โดยพังลงมาเป็นชั้น ๆ เหมือนเค้ก
ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้จากก่อสร้างพบว่ามีคนงานในพื้นที่ 94 คน ส่วนจำนวนร้อยกว่าคนคือคนงานที่อยู่บริเวณรอบๆ โดยสามารถช่วยเหลือไปส่งโรงพยาบาลได้แล้ว 11 คน และมีผู้ที่ตกค้างและพบสัญญาณชีพ 1 คน ส่วนอีก 3 คนเสียชีวิตไปแล้ว
นายสุริยชัย ยังกล่าวว่า ในส่วนการทำงานเบื้องต้น ได้รับการสนับสนุนจากทหารตำรวจ มูลนิธิภาคประชาชน ที่นำหุ่นยนต์มาช่วยค้นหา เพราะตัวอาคารที่พังลงมายังไม่มั่นคง การเข้าไปจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จากการพิจารณาเบื้องต้นได้มีการใช้โดรนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้บินสำรวจและถ่ายภาพด้วยกล้องอินฟาเรด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหา
เบื้องต้นสิ่งที่ต้องโฟกัสลำดับแรกคือการช่วยเหลือผู้รอดชีวิต โดยวิธีการค้นหาจะใช้กำลังพลเดิน และช่วยกันฟังเสียง ในกรณีที่มีการเคาะหรือร้องให้ช่วย ซึ่งก็เจออย่างที่นำเรียนไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้นายสุริยะชัย ยังระบุว่า สุดท้ายแล้วหากยืนยันได้ว่าไม่พบผู้มีสัญญาณชีพ ก็จะพิจารณาในขั้นตอนต่อไป และขณะนี้กำลังระดมคนเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ด้านใน ส่วนอุปสรรคในการทำงานขณะนี้ คือส่วนของอาคารที่ยังไม่มั่นคงและทับลงมา ทั้งนี้ยังมีระบบเครื่องมือเซฟตี้เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการทำงาน คือ เครื่องตรวจจับการสั่นไหวของอาคาร