2 เมษายน 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 ถึงประเด็นโรงงานเหล็กจีน ซินเคอหยวน โดยนายเอกนัฏ กล่าวว่า จากรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นมี 2 เคส คือ เคสแรก การตรวจจากค่าไฟ หรือการใช้ไฟฟ้า พบว่าการใช้ไฟฟ้าลดลง จึงเป็นเรื่องที่ดีที่หยุดสั่งซินเคอหยวนตั้งแต่เดือนธันวาคม แปลว่าไม่มีการประกอบการแต่พบสิ่งที่ผิดปกติอื่น คือ มีการขนย้ายฝุ่นแดงในปริมาณที่มากเกินจริง
โดยปกติแล้วที่โรงงานจะมีฝุ่นแดงอยู่ ซึ่งเมื่อมีการสั่งปิด ทางเจ้าของโรงงานต้องเป็นผู้จัดการฝุ่นแดงด้วยการระบายออก ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรี พบโรงเหล็กที่ได้ มอก. แต่สินค้าที่ผลิตออกมาไม่มีคุณภาพเยอะมาก เรื่องฝุ่นแดง ตนได้ปิดโรงงานที่ลักลอบรับกำจัดฝุ่นแดงแบบผิดกรรมวิธี ชื่อ บริษัทหัวจง ซึ่งกำลังตรวจสอบว่ามีการส่งไปยังบริษัทหัวจงหรือไม่
เคสที่สอง มีกระบวนการลักลอบนำฝุ่นแดงจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเอกสารจากกรมศุลกากรและเอกสารจากอุตสาหกรรมจังหวัดไม่ตรงกัน โดยเรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่เพราะหากใครมีส่วนเกี่ยวข้อง มีนโยบายเอาผิดเต็มที่ เพราะเมื่อปิดโรงงานซินเคอหยวน ก็มีการขออนุญาตขนย้ายฝุ่นแดงและทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็อนุญาต และเรื่องการลักลอบนำเข้ากำลังถูกดำเนินคดีและทำสำนวนส่ง DSI อยู่
ส่วนเรื่องฝุ่นแดงที่มีจำนวนมากจนต้องขนย้ายออก มาจากฝุ่นแดงที่กองค้างไว้ตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตทั้งหมด 7 – 8 ปี ซึ่งฝุ่นแดงจากการผลิตต่อปีมีจำนวน สองพันตัน เมื่อรวมไป 10 ปีจะเป็น สองหมื่นตัน แต่ปริมาณที่ขออนุญาตมีมากกว่านั้น
ส่วนการปิดโรงเหล็ก การปราบปรามเรื่องการลักลอบนำเข้าฝุ่นแดง การปิดโรงงานที่ลักลอบกำจัดฝุ่นแดง ทั้งหมดเป็นการปราบปรามธุรกิจศูนย์เหรียญ ที่ทำลายทั้งชีวิตคนและมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเรื่องที่น่าสงสัยเกี่ยวกับฝุ่นแดง ข้อแรก ฝุ่นแดงไม่สามารถเก็บได้นานถึงระยะเวลา 3 – 4 ปี 2. ปริมาณของฝุ่นแดงที่เกิน สองหมื่นตัน
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ตนนำทีมไปตรวจไซต์ก่อสร้าง เพราะทราบข่าวตึกถล่ม จึงรีบเข้าไปพร้อมสื่อและเก็บมาตรวจสอบ มีเหล็ก 2 ประเภทที่เป็นของซินเคอหยวน คือ SKY ไซส์ 20 , 32 ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพตามมาตรฐานของ สมอ.
เมื่อได้รับรายงานจึงให้ทีมชุดสุดซอยและกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปโรงงานซินเคอหยวน เพื่อตรวจสอบว่า มีการลักลอบการประกอบการไหม ของกลางอยู่ครบไหม ซึ่งสามารถตรวจสอบได้เพราะ ก่อนออกมามีการลงบันทึก เก็บภาพถ่ายรูป ไว้ทั้งหมดว่าของกลางมีจำนวน และมูลค่าเท่าไหร่ ฉะนั้น ถ้าหายไปเส้นเดียวหรือลักลอบเอามาขาย ต้องโดนโทษคดีอาญาติดคุกแน่นอน
นายเอกนัฏ กล่าวว่า มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีช่องโหว่ทางกฎหมายพอสมควร ก่อนหน้านี้นอกจากจับกุมปราบปราม ก็พยายามจัดระบบด้วยทั้งเคสของซินเคอหยวน มีการออก มอก. มาตั้งแต่ปี 67 ก็ต้องตรวจกระบวนการผลิต และสินค้าว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งการตรวจครั้งนั้นจนถึงปีนี้จะสบายใจได้อย่างไรว่าผ่านไป 3-4 ปี สินค้าที่ผลิตออกมายังได้มาตรฐานตาม มอก. อยู่
ตนสงสัยว่ามี มอก. ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่สายไฟ เหล็ก ยาง ถึงออกไปปูพรมและเริ่มดำเนินคดี เริ่มปิดโรงงาน แต่ตอนปิด 1) เขาห้ามผลิตเลยทั้งหมด ฉะนั้น ต้องไม่มีการผลิตแล้ว 2) ซินเคอหยวนห้ามจำหน่ายสินค้าเด็ดขาด 3) ใครเอาไปจำหน่าย มีความผิด หากเป็นล็อตที่ผลิตก่อนปิดก็ไม่ได้เช่นกัน
ซึ่งล็อตที่ใช้ที่ สตง. เป็นล็อตก่อนที่จะมีการสั่งปิด เพราะ สตง. สร้างมา 5 ปีแล้ว แต่ตนสั่งปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยการที่เราห้ามผลิตแสดงว่าไม่มีของออกมาแน่ และห้ามมีการจำหน่ายตั้งแต่ธันวาคม ถึงปัจจุบัน แต่คนที่ได้ของไปก่อนหน้านั้นเอาไปใช้แล้วผิดไหมก็อีกเรื่องหนึ่งซึ่งยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้กำลังสอบเพิ่มและขยายความล็อตถัดไป ต้องดูว่าก่อนที่ตนจะปิด 2-3 ปีที่ผ่านมา ซินเคอหยวนขายของให้บริษัทไหนบ้าง
จริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่ตนไปปิดโรงงานไม่มีใครสนใจเลย แถมถูกด่าอีกบอกว่าเดี๋ยวต้องใช้ของแพง แต่ขั้นตอนทางปฏิบัติเวลาสั่งหยุด ทุกโรงงานปฏิบัติเหมือนกันหมดหากพบความผิดปกติ และเป็นหน้าที่ที่โรงงานต้องไปปรับปรุง แล้วพอผลิตออกมาใหม่ก็จะเก็บตัวอย่างไปตรวจอีกถ้าผ่านก็ขายได้ แต่หากให้โอกาสแล้วยังไม่ได้มาตรฐาน ก็จะถอนออก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เพราะสามารถสืบสาวได้ว่าที่ผ่านมาขายของให้ใครบ้าง
ทั้งนี้ นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ต้องการทำงานอย่างรัดกุม คือปิดแล้วปิดถาวรไม่ให้มีข้อสงสัยได้ เพราะพวกนี้มีทั้งกำลังเงิน อิทธิพล เขาจ้างทนายเก่งได้ เราก็กลัว เพราะก่อนหน้านี้มีหลายเคสที่พยายามวิ่งเต้น แม้กระทั่งข่มขู่เจ้าหน้าที่ ตนรู้ดีว่าเป็นใคร และในวงการนี้ถามสมาคมผู้ผลิตเหล็กได้เลยเขารู้ดีว่าตนพยายามปราบธุรกิจศูนย์เหรียญมาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าขยะอุตสาหกรรม ผลิตของด้อยคุณภาพ ของกลางยึดมามูลค่าจะเป็นพันล้านอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนขอไม่บอกว่าที่ขู่ตนเป็นซินเคอหยวนหรือไม่ แต่ในกระบวนการที่ตนไปจับก็มีมาขู่ มาวิ่งเต้น ซึ่งเอาเฉพาะซินเคอหยวนทุนจดทะเบียน 2 โรงงาน โรงหนึ่งพันหกร้อยล้าน อีกโรงหนึ่ง หกพันล้าน นี่แค่ทุนจดทะเบียน เขาใหญ่มาก ฉะนั้นวันนี้ ก็ดีอย่างหนึ่งที่จะมีหน่วยงานอื่นทั้ง DSI กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทยมาช่วยด้วย ซึ่งขอให้มั่นใจว่าตนไม่ปล่อยเรื่องนี้แน่นอน จะดิ้นขนาดไหนก็จะเอาให้อยู่