จากกรณีการตรวจสอบ “เหล็ก” จากตึก สตง. ถล่มที่พบว่ามีบางส่วนบางไซซ์ไม่ได้มาตรฐาน นำไปสู่การตรวจสอบเข้มข้นนั้น ได้ทำให้เกิดกระแสว่า กำลังมีความพยายามกำจัด “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้พ้นจากตำแหน่ง
เรื่องนี้ คุณเอกนัฏได้มาเปิดเผยในรายการ Exclusive Talk คุยข้ามช็อต ของ PPTV เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 68 ว่า มีข้อมูลและสัญญาณว่าอาจเป็นเรื่องจริง เนื่องจากมีคนไม่พอใจที่ตนพยายามปราบปรามกวาดล้าง “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ”
อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ภัยร้ายสังคมไทย
รมว.อุตสาหกรรมบอกว่า อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญเป็นสิ่งที่ตนเดินหน้าทำมาโดยตลอดตั้งแต่รับตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อ 6 เดือนก่อน ทั้งกากอุตสาหกรรม สินค้าผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพ ไมว่าจะเป็นสายไฟ เหล็ก หรือยาง เหล่านี้สามารถอยู่ในขบวนการอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญได้ทั้งสิ้น
“ศูนย์เหรียญมีหลายแบบ ตั้งแต่ทำให้เราเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ หาทางไม่เสียภาษี แต่ที่หนักกว่าคือค้าของเถื่อน นำเข้าของด้อยคุณภาพ นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ขยะอันตรายโดยไม่มีใบอนุญาต ผลิตของมาแข่งกับไทย แต่ที่แรงที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย ทำร้ายชีวิตประชาชน” คุณเอกนัฏบอก
เขาเสริมว่า อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญจะพยายามลดต้นทุนให้ถูกที่สุด ซึ่งอาจหมายถึงการลดคุณภาพ เช่น สายไฟ ถึงมีมาตรฐาน มอก. แต่ถ้าไม่มีคุณภาพก็จัดการหมด เคยเจอเคสที่ตัดสายไฟมาเส้นผ่านศูนย์กลางทองแดงดูด้วยตาก็รู้ว่าไม่ผ่านเกณฑ์ แต่กลับได้ มอก.
“ถ้าสายไฟแบบนี้เข้าไปอยู่ในบ้านคน เสี่ยงไฟไหม้ หรือถ้าเป็นเหล็ก ปูน เอาไปสร้างบ้านคนเสี่ยงเกิดปัญหา หรือยาง เกิดเบรกไม่ติดรถชน ใครรับผิดชอบ” รมว.อุตสาหกรรมบอก
เล่าวินาทีอึ้งเจอเหล็กไม่ได้มาตรฐานในตึก สตง.
สำหรับเหตุตึก สตง. ถล่มหลังแผ่นดินไหว 28 มี.ค. 68 นั้น คุณเอกนัฏบอกว่า ตามหลักวิชาการ มี 3 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ แบบ การก่อสร้าง และวัสดุ ซึ่งตนมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบในส่วนของวัสดุได้ และเป็นเรื่องที่จัดการมานาน จึงรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ “ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเหล็กปูนใช้ยี่ห้ออะไร แต่ว่าเราควรนำความจริงมาปรากฏให้เร็วที่สุด เป็นอุทาหรณ์ไม่ให้เกิดอีก”
คุณเอกนัฏเล่าว่า ในวันที่เข้าไปเก็บตัวอย่างเหล็ก มีการสุ่มเก็บตัวอย่างจากตรงนั้นตรงนี้ มีหน่วยกู้ภัยตัดเหล็กมาให้ในพื้นที่ ทุกชิ้นที่ตรวจมาจากอาคาร สตง. จริง โดยสุ่มมาประมาณ 3-4 ชิ้นต่อเหล็กแต่ละประเภท ทั้งเหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กข้อ
รมว.อุตสาหกรรมเล่าว่า “วันนั้นเราเก็บเหล็กเส้นมา 6 ไซซ์ ชนิดกลม 9 มม. ข้ออ้อยไซซ์ 12, 16, 20, 25 และ 32 เก็บมาแล้วก็พันเทป ให้สื่อถ่ายเป็นหลักฐาน”
เขาเสริมว่า “แต่วันนั้นเห็นแล้วอึ้งเลย เพราะด้วยการบังคับของ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ต้องมียี่ห้อที่เหล็ก ปรากฏเหล็กเส้นที่เจอเป็นของ ‘ซินเคอหยวน’ (SKY) หมดทุกประเภท ซึ่งเป็นโรงผลิตเหล็กเส้นที่เราสั่งปิดชั่วคราวไปตั้งแต่ ธ.ค. 2567 เพราะตอนนั้นพบว่ากระบวนการผลิตมีปัญหา จึงให้ปิดปรับปรุง และมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากการสุ่มตัวอย่างตอนนั้นพบว่าตกคุณภาพ ได้สั่งอายัดของกลางไว้และเรียกคืนด้วย”
คุณเอกนัฏบอกว่า “พอเห็นแล้วอึ้งเลย เพิ่งสั่งปิดไปเพราะมีปัญหานี่ ทำไมมาโผล่ที่นี่ แล้วเหล็กแทบทุกประเภทเป็นของยี่ห้อนี้”
เมื่อรวมหลักฐานได้ วันรุ่งขึ้น ทางทีมได้ส่งเหล็กไปตรวจสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้า โดยเชิญตัวแทนจากวิศวกรรมสถาน และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ไปด้วย เพื่อตรวจคุณภาพเหล็ก โดยนี่เป็นสถานที่เดียวกับเวลาออก มอก.
“ผลออกมาอึ้งอีก เหล็กตกคุณภาพ 2 ตัว คือเหล็กข้ออ้อยไซซ์ 20 กับเหล็กข้ออ้อยไซซ์ 32 ตัวไซซ์ 20 พบว่ามวลเบา เป็นเหล็กเบา ส่วนไซซ์ 32 พบว่ามียีลด์ต่ำ ภาษาง่าย ๆ คือเป็นเหล็กไม่ทน” คุณเอกนัฏกล่าว
เดือดผู้ผลิตเหล็กขอตรวจซ้ำ
อีกประเด็นที่เกิดขึ้นคือ เมื่อผลการตรวจเหล็กล็อตที่กระทรวงอุตสาหกรรมยึดจากซินเคอหยวนในเดือน ธ.ค. 2567 ออกมาว่าไม่ได้คุณภาพ ทางบริษัทผู้ผลิตกลับขอตรวจซ้ำรอบ 2 โดยสถาบันเหล็กฯ ซึ่งผลก็ออกมาว่าไม่ได้คุณภาพ จึงอุทธรณ์ขอตรวจรอบ 3 อีก โดยครั้งนี้ขอตรวจกับสถาบันยานยนต์
คุณเอกนัฏกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ในประเทศไทย จะตรวจที่ไหนก็มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะในราชกิจจานุเบกษากำหนดไว้ว่ามีมาตรฐานเดียว ตรวจที่ไหนก็เหมือนกัน
“อยากส่งสถาบันยานยนต์ ส่งตรวจได้ แต่การเก็บตัวอย่างตรวจเป็นอำนาจหน้าที่เจ้าพนักงาน ไม่ใช่เอกชนเดินมาบอกว่าอยากขอตรวจที่นั่นที่นี่ บอกจะส่งตัวอย่างเอง แล้วเก็บจากไหน เชื่อถือได้หรือ ต้องให้เจ้าหน้าที่เก็บ เจ้าหน้าที่ส่งสถาบันเอง” คุณเอกนัฏบอก
รมว.อุตสาหกรรมเสริมว่า กรณีที่ผู้บริหารซินเคอหยวนอ้างว่าความแม่นยำแต่ละสถาบันแม่นไม่เท่ากัน ตนบอกเลยว่า “ไร้สาระ”
“มาบอกขอตรวจรอบ 2 รอบ 3 รอบ 4 จะตรวจจนผ่านเหรอ เมื่อตกก็คือตก ถ้าไม่พอใจหน่วยงานไทย ก็ไปขายของที่อื่น” คุณเอกนัฏกล่าว
อีกเรื่องที่ต้องให้ความสนใจคือ เหล็กของซินเคอหยวนผ่าน มอก. ตั้งแต่ปี 2561 แต่ไม่มีการย้อนไปตรวจสอบซ้ำเลย นี่คือปัญหาของระบบ ตั้งแต่ให้ มอก. ไม่เคยตรวจเลย 6-7 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นต้องจัดระบบใหม่ ของที่ได้ มอก. แล้วก็ต้องมีกระบวนการเก็บตัวอย่างตรวจต่อเนื่อง ต้องทำให้ มอก. ศักดิ์สิทธ์
พิรุธอื่นโผล่อีก
เมื่อพบเหล็กตกคุณภาพของซินเคอหยวน จึงส่งทีมงานไปโรงงานที่ปิดไปตั้งแต่ ธ.ค. 2567 ว่า มีการแอบผลิตหรือไม่ เบื้องต้นจากการดูค่าไฟ ยังไม่พบว่ามีการผลิต เพราะถ้าผลิตค่าไฟจะพุ่งสูงแบบเห็นได้ชัด ส่วนของที่อายัดไว้ ก็ยังอยู่ครบ
“ตอนนี้เรากำลังขอบันทึกการขาย ว่าเหล็กเขาขายอะไรไปบ้าง ขายเมื่อไร ซึ่งต้องมี ถ้าไม่มีผิดกฎหมาย” รมว.อุตสาหกรรมบอก
แต่ปรากฏว่าระหว่างตรวจสอบไปเจอ “ฝุ่นแดง” หรือกากที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็ก โดยพบว่าไม่ตรงกับบัญชีฝุ่นแดงที่รายงานมา
“ตามมาตรฐาน การจัดเก็บฝุ่นแดงต้องทำบัญชีส่งกระทรวงอุตสาหกรรม พอเอามาตรวจปรากฏว่าไม่ตรงกัน ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจสอบสวนกลางได้อายัดฝุ่นได้แล้ว เพิ่อตรวจว่า ฝุ่นมากกว่าที่รายงานนั้นเกิดจากการทำบัญชีผิดหรือไม่ หรือตั้งใจไม่แจ้ง และถ้าพบว่าฝุ่นที่มีอยู่นำมาจากโรงงานอื่น จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะไม่ใช่แค่ผลิตเหล็กต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ลักลอบขนกากอุตสาหกรรมด้วย เป็นอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญอีกประเภท” คุณเอกนัฏกล่าว
“ตอนที่ทำ EIA บริษัทต้องระบุไว้ว่าปีหนึ่ง ๆ จะมีฝุ่นแดงกี่ตัน ตัวเลขต้องสัมพันธ์กัน แต่เอาฝุ่นมาตรวจว่าเกิดขึ้นจากการหอมเหล็กหรือไม่ อะไร ตรวจได้ แต่เขาเองต้องรายงานภายใน 7 วัน ถ้ารายงานไม่ได้มีปัญหา เพราะอาจไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ อาจมีลักลอบนำฝุ่นแดงมากอง อาจรับทำให้บริษัทอื่นหรือเปล่า เขาต้องชี้แจง” รมว.อุตสาหกรรมบอก
ไม่กลัวถูกข่มขู่
ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าคุณเอกนัฏถูกข่มขู่นั้น เขาบอกว่า ล่าสุดมีคนไลน์มาหาว่า “ขิงครับ เรื่องที่โรงงานมันคุยกว่าจะเอาขิงออกเป็นเรื่องจริง (ชื่อคนพูด มีชื่อเล่น) คนนี้ตัวแสบ พูดกับลูกน้อง ข่าวถึงหูพวกเราที่ระยอง”
คุณเอกนัฏบอกว่า อันนี้คือข้อมูลล่าสุดที่ได้มา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเจอพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น บางคนบุกมาขอ มาเสนอ อำพรางมาในรูปซัพพลายเออร์
แต่ตอนนี้ตนรู้สึกโล่งใจว่ามีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น “มั่นใจว่าถ้าร่วมมือแบบนี้เอาอยู่ ถ้าปล่อยผมถูกขู่คนดียวอาจไม่ได้ ไม่ได้กลัวนะ แต่อยากให้สำเร็จ ส่วนตัวผมรู้ว่าต้องเจออะไร แต่ถ้าคนเป้นรัฐมนตรียังกลัว แลเวใครจะกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง”