Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

คดีตึก สตง. ดีเอสไอจ่อชง “ปลอมลายเซ็น-แอบอ้างวิศวกร” เข้าความผิดฮั้วประมูล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้าคดี ตึก สตง. ถล่ม ในส่วนของวิศวกรถูกปลอมลายเซ็น-แอบอ้างชื่อ ดีเอสไออาจชงเข้าความผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ

คณะพนักงานสอบสวนคดีอาคาร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถล่ม ระบุว่า ขณะนี้มีการสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างเหล็กและปูนรวมถึงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งตรวจพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรฐานการ ของโครงสร้าง

ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจบางส่วนได้ออกมาแล้ว แต่ภาพรวมยังไม่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ว่า การก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ด้านอื่น ๆ และข้อมูลจากนักวิชาการเข้ามาประกอบกัน

คอนเทนต์แนะนำ
กทม. ปรับยอดผู้สูญหาย ตึก สตง. ถล่ม 4 พ.ค. 68 เป็น 109 ราย

คดีตึก สตง. ดีเอสไอจ่อชง “ปลอมลายเซ็น-แอบอ้างวิศวกร” เข้าความผิดฮั้วประมูล ช่างภาพพีพีทีวี
ซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว 28 มี.ค. 2568

เช่นเดียวกับลายเซ็นของวิศวกรที่มีการส่งตรวจไปก่อนหน้านี้ที่ขณะนี้ก็ยังคงต้องรอผล ยืนยันว่าลายเซ็นดังกล่าวมีการปลอมแปลงหรือไม่ เบื้องต้นในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการวางแนวทางดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยความคืบหน้ากรณีออกหมายเรียกพยานวิศวกรภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 40 ราย เข้าให้ปากคำชี้แจงประเด็นมีรายชื่อและลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานตึก สตง.

โดยระบุว่า สำหรับการสอบสวนปากคำพยานวิศวกรที่ผ่านมานั้น ดีเอสไอได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ทำให้ทราบถึงจำนวนวิศวกรที่ถูกปลอมลายเซ็นในเอกสารควบคุมงานก่อสร้างตึก สตง. ขณะเดียวกันก็ทำให้ทราบถึงจำนวนวิศวกรที่ได้เซ็นควบคุมงานจริง

โดยกระบวนการตอนนี้จึงเหลือเพียงการนำส่งลายเซ็นของพยานวิศวกรที่เข้าให้ปากคำทั้งหมดกับดีเอสไอ ส่งตรวจพิสูจน์ไปยังกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ประกอบกับสำนวนคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ในนครบาลได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้จากพยานวิศวกรรายอื่น ๆ ก่อนหน้านี้

กรณีที่พยานวิศวกรถูกปลอมลายเซ็นและแอบอ้างชื่อในเอกสารควบคุมงานก่อสร้าง หากจะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำเอาลายเซ็นและแอบอ้างชื่อวิศวกรไปใช้ จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาดำเนินการทางคดีอาญา ในความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

ส่วนดีเอสไออาจจะพิจารณานำใช้ในเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

ส่วนคำให้การของพยานวิศวกรทั้ง 38 ราย (รวมนายชัยฤทธิ์ และนายสมเกียรติ ชูแสงสุข ที่เดินทางมาให้ปากคำก่อนมีหมายเรียก) ดีเอสไอจะทำการคัดกรองถ้อยคำให้การของพยานวิศวกรทั้งหมดนี้ นำเข้าสู่สำนวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือคดีนอมินี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ต่อไป 

ซึ่งวิศวกรรายใดที่ยังไม่เข้ามาพบดีเอสไอเพื่อให้การชี้แจงเรื่องลายเซ็น ก็จะมีการออกหมายเรียกพยานซ้ำอีกครั้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ