PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

ศรัทธาหล่อเลี้ยงวัด สถิติเผยคนไทยเคยทำบุญสะพัดทะลุหมื่นล้านต่อปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แรงศรัทธาหล่อเลี้ยงวัดรับบริจาคมหาศาล เผยสถิติคนไทยเคยทำบุญสะพัดทะลุหมื่นล้านต่อปี แต่ระบบบัญชี - โมเดลบริหารเงินวัดยังเป็นคำถาม ควรปฏิรูปทั้งระบบ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทว่าความเชื่อในเรื่องของการทำบุญยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยอย่างลึกซึ้ง โดยการทำบุญของคนไทยอาจมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ตั้งแต่เพื่อความสบายใจ ไปจนถึงเรื่องของโชคชะตา การทำบุญนอกจากจะถูกยึดโยงในมุมของความเชื่อแล้ว อีกหนึ่งมุมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ‘รายได้’ ที่วัดได้รับจากการทำบุญบริจาคเพื่อนำไปต่อยอดในด้านต่าง ๆ

คอนเทนต์แนะนำ
รวบเพิ่มอีก 1 ผู้ต้องหาหญิงเอี่ยวเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงยักยอกเงินวัด!

ศรัทธาคนไทยหล่อเลี้ยงวัด เงินทำบุญช่วงโควิด-19 สะพัดทะลุหมื่นล้าน Magnific/Wiroj Sidhisoradej
ศรัทธาคนไทยหล่อเลี้ยงวัด เงินทำบุญช่วงโควิด-19 สะพัดทะลุหมื่นล้าน

ปี 61 บริจาควัดทะลุ 2 พันล้าน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำเสนอรายงานการสำรวจองค์การเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร พ.ศ. 2561 พบว่า ในปี 2561 มีองค์กรไม่แสวงหากำไรทั้งหมด กว่า 84,099 แห่ง โดยในส่วนของการบริจาคให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรประเภทองค์กรศาสนารวมถึงวัด คิดเป็น 57.4% อยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งการบริจาคส่วนใหญ่เกิดจากประชาชนทั่วไปที่เข้าวัดทำบุญ และมีการบริจาคผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ตู้บริจาค การถวายสังฆทาน และการร่วมทำบุญในงานประเพณีทางศาสนา

รายงานระบุว่า ประชาชนมักบริจาคเงินในจำนวนไม่มากนักต่อครั้ง แต่มีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ บางครั้งมีการบริจาคในลักษณะรวมกลุ่มกันในงานบุญหรืองานประเพณีสำคัญ

ส่วนรายได้จากการบริจาคมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานและการพัฒนาวัดและองค์กรศาสนา และมีส่วนช่วยให้วัดสามารถจัดกิจกรรมทางศาสนาและสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การบริหารรายได้ดังกล่าว มีความจำเป็นต้องพัฒนาการบริหารจัดการและระบบการรายงานรายได้จากการบริจาคให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาคและสนับสนุนการพัฒนาวัดอย่างยั่งยืน

ช่วงโควิด-19 เงินทำบุญสะพัดทะลุหมื่นล้าน

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วประเทศในช่วงเดือนตุลาคม 2563 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 พบว่า แม้การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลต่อการเดินทางและการทำบุญ แต่คนไทยยังคงยึดโยงกับศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดยเกือบครึ่งหนึ่งยังเดินทางไปทำบุญในระดับเท่าเดิม จุดมุ่งหมายหลักคือเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ขอโชคลาภ และเรื่องงาน โดยค่าใช้จ่ายต่อครั้งส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 100–200 บาท และรูปแบบการทำบุญที่นิยมคือการหยอดตู้บริจาคและถวายสังฆทาน

กิจกรรมเกี่ยวกับความเชื่ออื่น ๆ อย่างการดูดวง ดูลายมือ และไพ่ยิปซี ก็ยังได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในภาวะที่สังคมเผชิญปัญหาและความไม่แน่นอน สนค. ระบุว่าความเชื่อและศาสนาไม่เพียงเป็นที่พึ่งทางใจ แต่ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเชิงวัฒนธรรมได้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวภายในประเทศ

จากผลการสำรวจครั้งนี้ สนค. ประเมินว่า กิจกรรมทำบุญและความเชื่อสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากถึง 10,800 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 0.36% ของมูลค่าการท่องเที่ยวรวมของไทยในปี 2562

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นมูลค่าที่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจระดับชาติ ทั้งยังมีศักยภาพต่อยอดเป็นสินค้าบริการด้านศาสนา-วัฒนธรรม หากมีการบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความอ่อนไหวของประเด็นศาสนาและบริบทท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

ศรัทธาคนไทยหล่อเลี้ยงวัด เงินทำบุญช่วงโควิด-19 สะพัดทะลุหมื่นล้าน Magnific/wirestock
ศรัทธาคนไทยหล่อเลี้ยงวัด เงินทำบุญช่วงโควิด-19 สะพัดทะลุหมื่นล้าน

เปิดโมเดลบริหารเงินวัด ควรปฏิรูปทั้งระบบ?

ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยในรายการ คิดยกกำลังสอง ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เกี่ยวกับการรับผิดชอบดูแลเงิน และการบริหารบัญชีภายในวัด อ้างอิงข้อมูลจาก ผศ.ดร. ณดา จันทร์สม คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า ระบุว่า วัดในประเทศไทยที่มีพระอยู่มีประมาณเกือบ 4 หมื่นวัด และพบว่าแต่ละวัดโดยเฉลี่ยมีรายได้ปีละ 3.2 ล้านบาท รายจ่ายปีละ 2.8 ล้านบาท เมื่อคำนวณจากรายได้ของวัดคูณกับจำนวนของวัดแล้ว คาดว่าแต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในวัด 1 – 1.2 แสนล้านบาท

ดร. สมเกียรติ กล่าวว่า วัดส่วนใหญ่จะแบ่งการจัดการออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือจะตั้งชาวบ้านที่ไปช่วยงานของวัด หรือที่เรียกว่า ไวยาวัจกร ให้เข้ามาช่วยในส่วนนี้ คิดเป็น 92.4% และผ่านการแต่งตั้งโดยเจ้าอาวาส 68.8%

ขณะเดียวกัน มีวัดกว่า 91.7% มีคณะกรรมการวัด แต่งตั้งโดยเจ้าอาวาสราว 51.2% และมีเพียง 11.7% เท่านั้นที่ได้ดูแลด้านการเงินของวัด เรียกได้ว่าวัดส่วนใหญ่ไม่มีโครงสร้างบริหารการเงินแบบเป็นระบบ ชาวบ้านไม่ค่อยมาเกี่ยวข้องเท่าไร พระจะดูแลการเงินกันเอง

ในส่วนของบัญชี 74.3% วัดส่วนใหญ่บันทึกรายรับรายจ่ายทุกวัน แสดงให้เห็นว่าวัดส่วนใหญ่มีระบบบัญชีอยู่ แต่อีกประมาณ 1 ใน 4 ไม่มีการบันทึกรายรับรายจ่าย มี 25.6% ทำรายงานการเงินทุกเดือน 59.8% มีการตรวจบัญชีโดยผู้ตรวจบัญชี แสดงให้เห็นว่าที่เหลือไม่มีการตรวจบัญชี ขณะเดียวกันการทำบัญชีตามหลักสำนักพุทธศาสนาพบเพียง 3.7% เท่านั้น

ทำให้เห็นว่าวัดทำบัญชีไม่มีมาตรฐาน ตรวจบัญชีไม่ทั่วถึง และไม่มีระบบบริหารทรัพย์สินอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ตัวอย่างวัดที่มีการบริหารจัดการเรื่องเงินที่ดี เช่น วัดปทุมวนาราม มีการแยกปัจจัยชัดเจนว่าจะถวายวัดเหรือถวายพระ หรือวัดสวนแก้ว ที่เมื่อบริจาคเงินให้ในนามวัด ต้องเข้าวัดเป็นส่วนกลาง 100% ขณะที่วัดญาณเวศกวัน สั่งห้ามพระยุ่งเรื่องเงิน มีการทำบัญชีเป็นระบบ และการเบิกจ่ายเกิน 5,000 บาท ต้องเข้าที่ประชุม

ดร. สมเกียรติ กล่าวต่อว่า วัดควรจะเรียนรู้จากวัดที่บริหารจัดการดี ๆ ส่วนตัวมองว่าต้องมีการปฏิรูปทั้งระบบ วัดไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี เพราะฉะนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรให้วัดรายงานการเงินตามที่กำหนด มหาเถรสมาคม ควรออกกฎตั้งกรรมการวัดให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม และรัฐ สังคม ควรช่วยฝึกผู้บริหารเงินวัด และประชาชน ควรมีส่วนร่วมเป็นกรรมการวัดด้วย

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ