Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

เปิดหนทางกำจัด “สินบนใบอนุญาต” ภัยร้ายทำลายชาติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ป.ป.ช. เปิดแนวทางการป้องกันและปราบปราม “สินบนใบอนุญาต” ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ไปจนถึงเศรษฐกิจของชาติ

ช่วงที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวการจับกุมนายช่างโยธาหรือข้าราชการที่มีความเกี่ยวข้องกับกองช่าง ในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน จากการเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับการเปิดทางให้การก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ลื่นไหลและสะดวกสบายมากขึ้น

การทุจริตในลักษณะนี้คือ เวลาผู้ประกอบการจะสร้างอะไร ต้องไปขออนุญาต ต้องไปยื่นแบบ เจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในตำแหน่งโยธาก็จะบอกว่า ถ้าอยากให้เซ็นอนุมัติ ขอค่าน้ำหมึก ค่าปากกา หรือให้ไปจ้างผู้รับเหมาที่เป็นพรรคพวกตัวเอง เพื่อหาประโยชน์ส่วนตน

คอนเทนต์แนะนำ
ความคืบหน้าคดีทุจริตเงินทอนวัด 10 ปียังไม่จบ รอนำตัว “นพรัตน์” กลับมารับโทษ

เปิดหนทางกำจัด “สินบนใบอนุญาต” ภัยร้ายทำลายชาติ รายการเปิดโต๊ะข่าว
เปิดหนทางกำจัด “สินบนใบอนุญาต” ภัยร้ายทำลายชาติ

กระบวนการนี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่มีต้นทุนสูงขึ้น จึงต้องไปตัดต้นทุนอย่างอื่น ไปกระทบสเปกเหล็กปูนหรือโครงสร้างอาคารที่ลดหลั่นลงไปเพื่อแบ่งไปจ่ายใต้โต๊ะ และอาจนำไปสู่ปัญหาความปลอดภัยได้

นี่เป็นภัยคุกคามต่อสังคมไทยที่ไม่อาจมองข้ามได้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงพยายามหามาตรการลดการเรียกรับสินบนในลักษณะนี้

คุณลัดดา เดือนสว่าง ผอ.สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ได้มีมาตรการป้องกันเรียกรับสินบนใบอนุญาตก่อสร้าง ปลายปี 2567 ได้เสนอนโยบายหลายประการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นโยบายแรกคือ เสนอลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะอำนาจหน้าที่ดุลยพินิจในการอนุมัติก่อสร้างมีขอบเขตกว้างมาก เจ้าหน้าที่สามารถบอกให้ไปทำเอกสารใหม่ ไปทำแบบแปลนใหม่ เกิดลักษณะประวิงเวลาเพื่อเรียกรับเงิน

ใช้เทคโนโลยีในการป้องกัน

คุณลัดดาบอกว่า ป.ป.ช.จึงเสนอให้กรมโยธาและผังเมืองนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการขออนุญาตก่อสร้าง สามารถขอใบรับรองทางออนไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยลดทั้งเวลาและการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

รวมถึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยปรับระบบการอนุมัติอนุญาตต่าง ๆ ในท้องถิ่นให้เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือวันสต็อปเซอร์วิส เพราะตามปกติ อย่างการขอสร้างคอนโดมิเนียม อาจต้องทำเอกสารหลายอย่าง ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน แต่ละที่ขั้นตอนก็แตกต่างกัน ทำให้เกิดภาระต่อผู้ไปยื่น

“ระบบออนไลน์จะช่วยลดการเผชิญหน้า ซึ่งทำให้เสี่ยงเกิดการเรียกรับเงินน้อยลง เหมือนเวลาเราเสียภาษี ทุกวันนี้หลายคนไม่ต้องไปเจอเจ้าหน้าที่สรรพากร ใช้ระบบแทน เราจึงพยายามผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้ระบบแบบนั้นมากขึ้น” คุณลัดดากล่าว

ผอ.สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเสริมว่า “ครม.รับทราบเมื่อ ก.ย. 2567 และเริ่มมีการดำเนินการแล้ว โดยกรมโยธาฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมเพื่อกำหนดแนวทางทำระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วเมื่อต้นปีนี้ ส่วนมหาดไทยก็ตั้งคณะกรรมทำงานกำหนดแนวทางป้องกันการทุจริตตามที่ ป.ป.ช. เสนอแล้วเช่นกัน”

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังจับมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) การใช้ระบบขออนุญาตออนไลน์ โดย กทม. กำลังใช้ระบบขออนุมัติการก่อสร้างออนไลน์ในเขต กทม. ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บางที่อาจมีปัญหาในเรื่องเจ้าหน้าที่ไอทีไม่เพียงพอ หรือโครงสร้างทางเทคโนโลยีอาจยังไม่ครอบคลุมมากพอ

“แต่ในหัวเมืองใหญ่ ๆ หรือจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เขามีงบประมาณเพียงพอ ก็เริ่มที่จะทำแล้ว ซึ่ง ป.ป.ช. ก็จะติดตาม ช่วยประสานงาน ช่วยขับเคลื่อนกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เห็นผลต่อไป” คุณลัดดากล่าว

การปลูกฝังและปกป้องผู้แจ้งเบาะแส

ในประเด็นที่มีเจ้าหน้าที่รัฐถูกจับกุมมากขึ้นนั้น คุณลัดดาบอกว่า ในการเรียกรับสินบนนั้น มี 2 ฝ่าย คือผู้เรียกรับ และผู้ให้

สำหรับฝั่งผู้ให้นั้น บางส่วนเกิดผลประโยชน์ที่ลงตัวกัน วิน-วิน ทั้งคู่ จึงไม่มีการมาร้องเรียนอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ก็ได้เงิน ผู้ให้เงินที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจก็ได้ความสะดวกสบาย

ดังนั้น ในเรื่องของการปลูกฝัง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ต้องทำให้พวกเขาไม่ทนต่อการทุจริต โดยในกลุ่มผู้ใหญ่ ป.ป.ช. ได้ทำงานในการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ เช่น โครงการ STRONG

รวมถึง ป.ป.ช. ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น CAC หรือเครือข่ายต่อต้าน คอร์รัปชันของภาคเอกชนซึ่งมีบริษัทเข้าร่วมกว่า 100 แห่ง ที่ ป.ป.ช. จะเข้าไปให้ความรู้ ว่าจะแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัยได้อย่างไร ทำให้พวกเขารู้ว่า ไม่จำเป็นจะต้องให้ทรัพย์สินหรือเวลาถูกเรียกรับสินบน เป็นกระตุ้นให้สังคมเนี่ยไม่ทนต่อการทุจริต

คุณลัดดากล่าวว่า “เครือข่ายที่ ป.ป.ช. สร้างร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มได้ผล โดยเมื่อเกิดระบบนิเวศที่ทำให้การทุจริตการเรียกรับสินบนมันยากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะไม่รู้แล้ว่า สิ่งที่เสนอไป จะได้เงินจริง หรือเขาจะมาแจ้ง ป.ป.ช. ให้อยู่กันแบบหวาดระแวงกันไป ทำให้ความเสี่ยงการทุจริตลดลงได้

ป.ป.ช. ยืนยันว่า ทางหน่วยงานเก็บข้อมูลที่ได้จากผู้ร้องเรียนเป็นความลับ เพราะมีกฎหมายบังคับคุ้มครอง ดังนั้นผู้แจ้งเบาะแสสามารถสบายใจได้ และช่วยกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างเต็มที่

การเรียกรับสินบนในไทยเยอะแค่ไหน?

คุณลัดดาบอกว่า การเรียกรับสินบนในการก่อสร้างส่วนใหญ่ความเสี่ยงจะไปอยู่ในพื้นที่ที่มีการขยายของเขตเมืองหรือเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรม หรือการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว ก็อาจจะมีความเสี่ยง

ผอ.สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมบอกว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้วงกว้างไปถึงภาคเศรษฐกิจ เนื่องจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยวอาจเกิดความไม่มั่นใจในการมาลงทุนในไทย เพราะกลัวว่าจะถูกเรียกรับสินบน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจของพวกเจา

คุณลัดดาบอกว่า เมื่อดูดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ปีล่าสุด ประเทศไทยได้ 34 คะแนน เต็ม 100 คะแนน ตกลงมามากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การทุจริตในบ้านเรา

เมื่อเจาะลึกลงไปว่า การคอร์รัปชันมาจากลักษณะไหนมากสุด พบว่า คะแนนที่ตกลงส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการติดสินบน เช่น ถามกลุ่มตัวอย่างที่มีนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญอยู่ว่า ภาคธุรกิจต้องจ่ายเงินสินบนในกระบวนการต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน หรือในการดำเนินธุรกิจพบเจอการทุจริตมากนน้อยแค่ไหน คำตอบที่ได้คือคะแนนยังแย่อยู่

“คะแนนที่เราเห็นปีล่าสุด หมวดที่คะแนนเราตกหนัก ๆ แบบฮวบฮาบเลยคือหมวดสินบน เงินใต้โต๊ะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เร่งแก้ตรงนี้ อาจจะอันนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพใหญ่” คุณลัดดาบอก

เธออธิบายว่า ในแง่โอกาสในการดึงนักลงทุนเข้ามา ถ้าเขายังรู้สึกว่า โอ้โห จะไปติดต่อขออนุญาตต้องมีใต้โต๊ะทุกขั้นตอน ใครจะกล้ามาลงทุนที่ประเทศไทย

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ