จากกรณีที่ฝั่งกัมพูชา แถลงผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนและกำหนดเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม เพื่อปักปันเขตแดน ก่อนที่ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ จะออกมาตอบโต้ว่าไม่มีการกล่าวถึงกรณีดังกล่าวในวง JBC นั้น
ทำให้ประชาชนบางส่วนตั้งคำถามว่า “แผนที่มาตราส่วน 1:200,000” คืออะไร มีความแตกต่างจากแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่ไทยยึดถืออย่างไร
รู้จักแผนที่มาตราส่วน 1:200,000
จาก เอกสารข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารและการเจรจาเขตแดนไทย - กัมพูชา โดยกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2554 ได้อธิบายเกี่ยวกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ไว้ว่า
แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่กัมพูชายึดถือ ใช้ระบบ Sinusoidal Projection ซึ่งมีลักษณะเหมือนการหั่นเปลือกส้มแล้วแผ่ออกบนพื้นผิวเรียบ หรือบางคนเปรียบเทียบว่าเหมือนรูปหัวหอม
โดยระบบ Sinusoidal Projection เป็นผลงานของนักสำรวจฝรั่งเศส มีจุดเด่นในการแสดงขนาดและพื้นที่ของภูมิประเทศได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทุกช่องสี่เหลี่ยมบนแผนที่จะมีพื้นที่เท่ากันเมื่อเปรียบเทียบกับความเป็นจริง
คุณสมบัติของแผนที่ Sinusoidal Projection ทำให้เหมาะสำหรับการคำนวณพื้นที่ การวางแผนการใช้ที่ดิน หรือการประเมินทรัพยากรธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือระยะทางที่วัดได้จากแผนที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะเมื่อวัดระยะทางแนวทแยงหรือในพื้นที่ที่อยู่ห่างจากเส้นกึ่งกลางของแผนที่
ต่างจากแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 อย่างไร?
ขณะที่ฝั่งไทย ยึดตามแผนที่ L7017/L7018 หรือแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 โดยแผนที่รูปแบบนี้ เป็นระบบ Mercator Projection ซึ่งเป็นระบบที่ใช้พื้นผิวของรูปทรงกระบอก ในการแปลงจากโลกทรงกลมมาเป็นแผนที่เรียบ ได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา และมีคุณสมบัติเด่นในการแสดงระยะทางและทิศทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
หากต้องการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบนแผนที่ Mercator Projection เราสามารถวัดระยะทางและกำหนดทิศทางได้อย่างแม่นยำ แต่ข้อจำกัดของระบบนี้คือขนาดของภูมิประเทศอาจมีการผิดเพี้ยนไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากเส้นศูนย์สูตร ยิ่งไปทางขั้วโลกเหนือหรือใต้ การผิดเพี้ยนจะยิ่งมากขึ้น
1:50,000 vs 1:200,000
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 กับ 1:200,000 มาทาบกัน จะพบว่า ไม่สามารถทาบได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากความแตกต่างพื้นฐานของระบบการฉายภาพและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน
เมื่อนักสำรวจพยายามใช้แผนที่ Mercator Projection ของไทยมาทาบกับแผนที่ Sinusoidal Projection ของกัมพูชา จะพบว่าเส้นเขตแดนที่ปรากฏบนแผนที่ทั้งสองชุดไม่ตรงกัน แม้จะอ้างอิงข้อมูลจากพื้นที่เดียวกันก็ตาม
ความไม่ตรงกันนี้เกิดจากการที่แผนที่แต่ละชุดมีวิธีการแปลงข้อมูลจากโลกทรงกลมมาเป็นพื้นผิวเรียบที่แตกต่างกัน
โดยแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่ไทยใช้อ้างอิง หมายความว่า 1 เซนติเมตรบนแผนที่จะเท่ากับ 50,000 เซนติเมตร หรือ 500 เมตร
ในความเป็นจริง การมีมาตราส่วนที่ละเอียดเช่นนี้ ทำให้แผนที่แสดงรายละเอียดของภูมิประเทศได้อย่างชัดเจน เห็นถึงเนินเขา ลำธาร แม้กระทั่งเส้นทางเล็ก ๆ ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเหมาะสำหรับการกำหนดเขตแดนที่ต้องการความแม่นยำสูง
ในทางตรงข้าม แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่กัมพูชายืนยันใช้ หมายความว่า 1 เซนติเมตรบนแผนที่เท่ากับ 200,000 เซนติเมตร หรือ 2 กิโลเมตร
แผนที่ชุดนี้มีรายละเอียดน้อยกว่าแผนที่ไทยถึง 4 เท่า แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางกว่า ทำให้เหมาะสำหรับการมองภาพรวมของบริเวณกว้าง