ที่กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แถลงผลการตรวจสอบทุ่นระเบิดบริเวณเนิน 481 จ.อุบลราชธานี โดยพันเอกสมโชค จันทาสี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ระบุว่า หลังจากกองกำลังสุรนารีขอความช่วยเหลือไปยัง ศูนย์กู้ระเบิดแห่งชาติ แล้วเมื่อ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดที่ได้จัดกำลังพลเข้าพิสูจท์ทราบจำนวน 7 นาย จุดแรกที่เข้าไปเจอมี 3 ทุ่น ด้วยกัน ลักษณะการวางผิวดิน รัศมีห่างกัน 40 เซนซิเมตร มีใบไม้ปกคลุม จุดที่ 2 เจอ 5 ทุ่น รัศมีการวางกระจัดกระจาย
พลโทบุญสิน กล่าวต่อว่า สรุปแล้วเป็นทุ่นระเบิดใหม่ จุดที่วางก็เลยแนวการวางกำลังของกัมพูชา มาข้างหน้าประมาณ 100-150 เมตร เป็นทั้งแนว หลังจากนี้กองกำลังสุรนารีจะดำเนินการเก็บกู้ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ในแผ่นดินไทย โดยจะต้องใช้ความระมัดระวัง และปรับสภาพให้อยู่ในความปลอดภัย
เมื่อถามถึงมาตรการในการตอบโต้ของกองทัพหลังจากนี้ พลโทบุญสิน กล่าวว่า ตอนนี้มีอยู่ 2 กรณี กรณีแรกที่ต้องทำคือ รายงานไปยังกองทัพบก จากนั้นกองทัพบกจะส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาล
พลโทบุญสิน กล่าวต่อว่า ส่วนการตอบโต้เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่จะดำเนินการต่อไป และเป็นเรื่องการทางทหาร ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาล ถือเป็นยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการตอบโต้ได้เลย
พลโทบุญสิน ยังกล่าวถึง กรณีกัมพูชา ตั้งข้อสังเกตว่า กับระเบิดถูกวางในพื้นที่ของประเทศไทย อาจเป็นไทยที่เป็นคนวางหรือไม่นั้น ในความเป็นจริงโดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม เป็นไปไม่ได้ การวางกับระเบิดหน้าแนว ผู้ที่วาง จะต้องผ่านทหารฝ่ายเดียวกันก็คือทหารไทย และต้องได้รับการอนุมัติ ผู้บังคับหน่วยทหารของฝ่ายไทยเท่านั้นที่จะไปหน้าแนวได้
ดังนั้น ต้องวางมาจากด้านฝั่งตรงข้าม ส่วนที่กัมพูชาปฏิเสธ ถือเป็นคำพูดที่เขาสามารถชี้แจงได้ เขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว และการวางกับระเบิดเกิดในห้วงก่อนปรับกำลังช่องบก 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ยืนยันว่า “กับระเบิดที่พบไม่มีใช้ในกองทัพไทย”
เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ฝ่ายตรงข้ามจะเล่นรุนแรงและสกปรก พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ไม่คาดคิด เพราะสองประเทศเป็นคู่ อนุสัญญาออตาวา ไม่ให้ใช้ระเบิดสังหารบุคคลร่วมกัน ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่เราต้องเฝ้าระวัง และต้องระวังลูกน้องเราด้วย