กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ปฏิบัติการตรวจค้นห้องเย็นในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 3 จุด ตามมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายหนึ่งในจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบซากเนื้อสัตว์ต้องสงสัยจำนวนมากในห้องเย็นแห่งหนึ่ง
ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารแหล่งที่มาได้ โดยรายการซากสัตว์ที่ตรวจยึดได้ มีน้ำหนักรวม 190,478 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจสูงถึง 15,238,400 บาท แบ่งเป็น เนื้อโค จำนวน 3,550 กิโลกรัม, เนื้อกระบือ จำนวน 140 กิโลกรัม และ เครื่องในโค จำนวน 186,788.07 กิโลกรัม จากน้ำหนักซากสัตว์ที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ประเมินว่า หากมีการกระจายเข้าสู่ระบบบริโภคโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดผลกระทบวงกว้างทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความเสี่ยง ในการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์สู่คน และความเสียหายต่อผู้ประกอบการภายในประเทศที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการรายที่ถูกตรวจสอบดังกล่าว ยังเคยมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายกระทำผิดในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2566 ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงมีคำสั่ง อายัดซากสัตว์ทั้งหมดไว้ชั่วคราว และให้เวลาผู้ประกอบการ 15 วัน ในการแสดงหลักฐานหรือเอกสารชี้แจงแหล่งที่มา หากไม่สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน จะดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติ
โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทันทีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ให้ระมัดระวังการซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่ไม่ผ่านการรับรอง โดยเฉพาะกรณีที่ขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากผิดปกติ เนื่องจากซากสัตว์เหล่านี้ อาจปนเปื้อนเชื้อโรคอันตราย อาทิ โรคลัมปี สกิน, โรคปากและเท้าเปื่อย, หรือโรคจากสารเคมีที่ใช้ในการเก็บรักษา ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
การนำเข้าสัตว์หรือผลิตภัณฑ์สัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ ถือเป็นความผิดร้ายแรง ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยของผู้บริโภคและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศทุกซากเนื้อที่ผิดกฎหมายไม่เพียงทำลายเศรษฐกิจภายในประเทศแต่ยังอาจทำลายชีวิตผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัว