ทนายผู้รับมอบอำนาจ จาก น.ส.พิชชานันท์ ศิริบำรุงพัทฒ์ นักธุรกิจชาวไทย มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับ Ms. LIM SREY PICH สัญชาติกัมพูชา โดยกล่าวหาว่า ยักยอกทรัพย์
พฤติการณ์ คือ เมื่อประมาณปี 2565 น.ส.พิชชานันท์ กับ Ms.LIM SREY PICH ได้พูดคุยตกลงกันเรื่องการผลิตและขายสินค้าประเภทครีม เพื่อนำไปขายในประเทศกัมพูชา โดย น.ส.พิชชานันท์ฯ ตกลงเป็นผู้ลงทุนผลิตสินค้า และ Ms.LIM SREY PICH ตกลงเป็นผู้นำสินค้าไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชา
โดยมีข้อตกลงว่า หากขายสินค้าได้จะแบ่งเงินในส่วนที่เป็นกำไรกันคนละกึ่งหนึ่ง
ต่อมา น.ส.พิชชานันท์ฯ จึงได้สั่งผลิตสินค้าประเภทครีมกับโรงงานผลิตเพื่อจัดส่งให้แก่ Ms.LIM SREY PICH ให้นำไปจำหน่าย ดังนี้
1. ครีม 150ml จำนวน 350 กล่อง กล่องละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 35,000 บาท
2. ครีมมีกลิตเตอร์ 150ml จำนวน 350 กล่อง กล่องละ 110 บาท รวมเป็นเงิน 38,500 บาท
3. โทนอัปกันแดด 150ml จำนวน 300 กล่อง กล่องละ 110 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท
4. การจดแจ้ง อย. จำนวน 3 รายการ รายการละ 2,500 บาท รวมเป็นเงิน 7,500 บาท
5. เพรทสกรีน (แม่พิมพ์สำหรับการจัดทำวัสดุใส่ครีม) จำนวน 6 แผ่น แผ่นละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,000 บาท
รวมมูลค่าทั้งสิ้น เป็นเงินจำนวน 123,000 บาท
และเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 67 โรงงานผลิตได้จัดส่งสินค้าที่ได้สั่งผลิตดังกล่าวข้างต้นให้แก่ Ms.LIM SREY PICH จากโรงงานผลิต ไปยังประเทศกัมพูชา โดยขนส่งผ่านบริษัทขนส่งทางเอกชน
ต่อมาวันที่ 25 มิ.ย. 67 Ms.LIM SREY PICH ได้รับสินสินค้าทั้งหมดดังกล่าว แต่กลับอ้างว่า สินค้าไม่เหมือนตัวทดลองใช้ก่อนจะสั่งผลิต และไม่ยอมนำสินค้าทั้งหมดออกไปจำหน่ายแต่อย่างใด
น.ส.พิชชานันท์ฯ จึงได้แจ้งให้ Ms.LIM SREY PICH ส่งมอบสินค้าคืน และให้รับผิดขอบค่าเสียหายจำนวน 600,000 บาท ซึ่ง น.ส.พิชชานันท์ฯ ได้ทวงถามให้ส่งสินค้าคืนเรื่อยมา
ภายหลัง Ms.LIM SREY PICH ได้โอนเงินค่าเสียหายจำนวน 60,000 บาท ให้แต่ไม่ได้ส่งมอบสินค้าคืนแต่อย่างใด จนกระทั่งในวันที่ 30 ส.ค. 68 น.ส.พิชชานันท์ฯ ได้ทวงถามให้ Ms. LIM SREY PICH ส่งสินค้าคืนอีกครั้ง แต่ Ms. LIM SREY PICH กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมส่งมอบสินค้าคืน
น.ส.พิชชานันท์ฯ จึงเชื่อว่า Ms. LIM SREY PICH มีเจตนาเบียดบังเอาสินค้าทั้งหมดดังกล่าวไปเป็นของตนเองโดยทุจริต จึงมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน