สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ตรวจสอบเครื่องมือแพทย์(คอนแทคเลนส์) ยี่ห้อ “Kilala” ที่มีการวางจำหน่ายตามแพลตฟอร์มออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนทราบสถานที่จับเก็บและกระจายสินค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหากผลิตโดยไม่ได้มาตรฐานการผลิต และไม่ทราบถึงแหล่งที่มาแล้วมีการนำไปใช้กับดวงตา อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และเกิดความเสี่ยงติดเชื้อจากการใช้งานได้
16 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายศาลจังหวัดจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าภายในโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดและอายัดของกลาง จำนวน 385,070 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี รายละเอียดดังนี้
- ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ประเภท คอนเทคเลนส์ จำนวน 322,500 ชิ้นมูลค่า 16,825,000 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ได้แก่ยาประเภท เจลทาลดไข้ ยาฆ่าเชื้อสำหรับทาบริเวณผิวหนัง จำนวน 1,500 ชิ้น มูลค่าประมาณ 120,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ไม่มี อย. และไม่แสดงฉลากภาษาไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไบโอติน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแมกนีเซียม อาหารในภาชนะบรรจุปิดสนิท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 10,000 ชิ้น มูลค่า 800,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่ไม่มีเลขจดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทย ได้แก่ ยาย้อมผม ครีมทาหน้า สบู่ จำนวน 500 ชิ้น ราคาประมาณ 50,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ที่ไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ จำนวน 1,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 50,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับ ได้แก่ ยาทารักษาโรคสะเก็ดเงิน และยาพ่นสำหรับรักษาอาการคัดจมูก จำนวน 570 ชิ้น มูลค่าประมาณ 28,500 บาท
จากการตรวจสอบ พบว่าไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียดนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว มีการบริหารจัดการในลักษณะ “เก็บ แพ็ค ส่ง” หรือ Fulfillment โดยสินค้าจะมี Ms.MENGฯ (สงวนนามสกุล) นายทุนชาวจีนเป็นผู้สั่ง และนำเข้ามาจากประเทศจีน จากนั้นนำมาเก็บไว้โกดัง เพื่อรอแพ็คส่งให้ลูกค้าชาวไทย โดยจะรับออเดอร์-ที่อยู่การจัดส่ง จากนั้นทำการแพ็คบรรจุ และส่งให้กับลูกค้าชาวไทย ตามคำสั่งของนายจ้างชาวจีน โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายดังนี้
- พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตฯ” ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา และขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ฐาน “จำหน่ายอาหาร ที่ไม่ขอ อย. ไม่แสดงฉลากภาษาไทย และแสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง” ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
- พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง และไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2551 ฐาน “ขายวัตถุอันตรายที่ไม่มีฉลาก” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 ฐาน “ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการปราบปรามสินค้านำเข้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศอย่างเด็ดขาด กระทรวงสาธารณสุขจึงออกนโยบาย “ปราบปราม โปร่งใส ปลอดภัย เพื่อสุขภาพคนไทยทุกมิติ” เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ และขยายผลการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่ผ่อนปรนต่อ
ผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย เราจะดำเนินการตรวจสอบและติดตามอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินคดีในสถานหนักที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาโกดังจนสามารถตรวจยึดเครื่องสำอาง, อาหาร, วัตถุอันตราย และเครื่องมือแพทย์ที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก ขอเตือนโกดังทุกแห่ง หากลักลอบขายและบริการจัดส่ง เสี่ยงมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ อย.และ ปคบ. จะดำเนินการ ร่วมตรวจสอบโกดังลักษณะแบบนี้อย่างต่อเนื่อง
นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, อาหาร, วัตถุอันตราย และเครื่องมือแพทย์ทางสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกกว่าปกติ หรือโฆษณาโปรโมชั่นการตลาดที่ราคาลดลงจนไม่น่าเป็นไปได้ ให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านกำลังเสี่ยงต่อการได้รับของไม่มีคุณภาพ และในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น เครื่องสำอาง อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ จะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนจำหน่าย โดยสามารถดูได้ที่ฉลากผลิตภัณฑ์หรือที่บรรจุภัณฑ์ ควรซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน กรณีซื้อออนไลน์ให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่ และ ควรไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี อย. ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี อย. และไม่อยู่เฉยหาก ได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี อย. ให้ส่งคืนพร้อมแจ้งเบาะแสได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line: @FDAThai หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
พล.ต.ต คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา หรือร้านขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือร้านค้าที่เชื่อถือได้ ก่อนซื้อขอให้ตรวจสอบการได้รับอนุญาตกับเว็บไซต์ อย. ก่อน โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์ซึ่งนำมาใช้กับดวงตาโดยตรง อาจเกิดอาการแพ้ ติดเชื้อ ส่งผลกระทบต่อดวงตาได้ และขอเตือนผู้ที่ลักลอบขายผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะท่านกำลังทำให้ประชาชนได้รับความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จนอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ เจ็บป่วย และต้องเยียวยารักษาโรค ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค