Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

เกาะติดน้ำท่วมหาดใหญ่! วันที่ 26 พ.ย. 68 รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกาะติดน้ำท่วมหาดใหญ่! วันที่ 26 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 26 พ.ย. 2568 ยังคงทวีความรุนแรง หลังจากที่ได้มีการแจ้งเตือนสั่งอพยพประชาชนทั่วเมือง แต่มีประชาชนบางส่วนยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน อาคาร และยังไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอดหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อวานนี้ (25 พ.ย. 2568) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัดแล้ว

น้ำท่วมหาดใหญ่ FB/weerapong narongkul
เกาะติดน้ำท่วมหาดใหญ่! วันที่ 26 พ.ย. 68

"โฆษก ศป.กฉ." เผย น้ำท่วมหาดใหญ่ อพยพกว่า 8 พันคน สั่ง​ อส.​เสริมทัพ​รุดช่วย 

นายสิริพงศ์​ อังคสกุลเกียรติ​ โฆษกประจำสำนักนายก​รัฐมนตรี​ แถลงภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย​ หรือ​ ศป.กฉ.​ ประจำวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน​ 2568​  ในรอบเย็น ว่า​ ในส่วนของส่วนหลังจากการรวบรวมข้อมูล ที่ได้รับการร้องขอทั้ง​ ทราฟฟี่ฟองดูว์  หาดใหญ่ฟลัด​ จิตอาสาแคร์​ มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 40,000 เคส จำนวนประชาชนทั้งสิ้นประมาณ 77,000 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 2,000 คน​ เด็กเล็ก 1,000 คน แต่ยอมรับว่าเป็นข้อมูลจากการถอด AI ซึ่งอาจยังไม่ครบถ้วน​เพียงพอ​ เนื่องจากในขณะที่ลงทะเบียนการใช้ชื่ออาจจะมีลักษณะที่แตกต่างกันและข้อมูลที่ให้อาจจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งทางทีมจะพยายามใส่อัลกอริทึมใหม่ๆต่อไปเพื่อให้ได้ข้อมูลให้ได้มากที่สุด​ เพื่อที่จะส่งไปให้ส่วนหน้าในทุก 1 ชั่วโมง​ และจะส่งผลของการดำเนินการรวมผลในเวลา 19.00 น ของทุกวัน และจะรายงานให้ทราบในวันต่อไป

ส่วนการแบ่งผู้ตกค้างเป็นกลุ่มสีต่างๆพบว่ากลุ่มสีแดงส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็ก ที่ต้องการความช่วยเหลือและต้องอพยพออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3,000 กว่ากรณี

ขณะที่รายงานสถานการณ์น้ำในวันนี้ ณ  เวลา 15.00 น 5 ลำดับปริมาณน้ำฝนใน 24 ชั่วโมงสูงสุด เวลา 15.00 น.​ ของวันที่​ 24  ถึงเวลา 15.00 น ของวันที่ 26 พฤศจิกายนอำเภอนาหม่อม ปริมาณฝนปัจจุบัน 208 มิลลิเมตร อำเภอสิงหนคร​ ปริมาณน้ำฝน 159 มิลลิเมตร​ อำเภอจะนะ​ ปริมาณน้ำฝน 151 มิลลิเมตร อำเภอเทพา​ ปริมาณน้ำฝน 148 มิลลิเมตร​ อำเภอสะบ้าย้อย​ ปริมาณน้ำฝน 119 มิลลิเมตร

และจากการคาดการณ์ว่าแนวโน้มในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 3 จุด คือคลองอู่ตะเภา​ อำเภอสะเดา​ ปริมาณน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.33 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดการณ์ว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในคืนนี้เวลา 20.00 น ถึงเวลา 22.00 น จุดที่ 2 คลองอู่ตะเภา  อำเภอหาดใหญ่ปริมาณน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร มีแนวโน้มลดลง​ คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในคืนนี้ เวลา 24.00 น ถึง 02.00 น คลองหวะอำเภอหาดใหญ่ สูงกว่าตลิ่ง 1.43 เมตร มีแนวโน้มที่จะลดลง​ และคาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 15.00 -​17.00 นซึ่งมีการคาดการณ์ของสถานการณ์โดยใช้ข้อมูลจากอัตราการระบายน้ำทั้งระบบ

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการเพิ่มเติมให้นำกำลังพลของอาสาสมัครรักษาดินแดน เข้าไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มเติมตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ขณะที่กองทัพอากาศจะจัดเครื่องบิน C 130 อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จะว่าออกเดินทางในเวลา 8.00 น.​ 9.00 น และ 11.00  น 3 เที่ยวบิน

ด้านพลโทวันชนะ สวัสดี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ.ส่วนหน้า แถลงอัปเดตข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ว่า ขอขยายความการแบ่งพื้นที่ในการลงช่วยเหลือในอำเภอหาดใหญ่ ที่แบ่งออกเป็น 4 เขตพื้นที่ โดยเขตที่ 1 จะรับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เขตที่ 2 จะรับผิดชอบโดยกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 เขตที่ 3 จะรับผิดชอบโดยกองพันที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และเขตที่ 4 จะรับผิดชอบโดยกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 42

ส่วนกองทัพเรือและกองทัพอากาศรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะช่วยส่วนรวม 

และปัจจุบันมีศูนย์อพยพ 9 แห่งคือ 1. มหาลัยมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ รับผู้อพยพได้ 3,000 คน ปัจจุบันมีผู้อพยพ 5,000 คน 2. สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ รับผู้อพยพได้ 100 คน ปัจจุบันมีผู้อพยพ 600 คน 3. วัดเทพชุมนุม รับผู้อพยพได้ 600 คน ปัจจุบันมีผู้อพยพ 1,500 คน 4. โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ รับผู้อพยพได้ 200 คน ปัจจุบันมีผู้อพยพ 800 คน (กลุ่มเปราะบาง 8 )

5. วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ รับผู้อพยพได้ 400 คน ปัจจุบันมีผู้อพยพ 100 คน 6. วัดภูผาเบิก รับได้ไม่จำกัด ปัจจุบันมีผู้อพยพ 200 คน 7. บริษัทหาดทิพย์ รับได้ไม่จำกัดปัจจุบันมีผู้อพยพ 200 คน 8. ศูนย์บริการ เน้นผู้ป่วยติดเตียง ปัจจุบันมีผู้อพยพ 15 คนและ9. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 รับผู้อพยพได้ 200 คน  ปัจจุบันมีผู้อพยพ 200 คน รวมอพยพทั้งสิ้นมีจำนวน 8,515 คน

ส่วนยอดกำลังพลในการลงไปช่วยเหลือครั้งนี้มีทั้งหมด 3,091 นาย โดยมีรถสัมภาระ 180 คันเรือ 85 ลำ อากาศยานปีกหมุน 12 ลำ อุปกรณ์ชุดเพิ่มเติมประกอบด้วยชุดแพทย์เคลื่อนที่จำนวน 3 ชุด ชุดสื่อสารดาวเทียม 2 ชุด รถครัวสนาม 2 คัน รถประปาสนาม 3 คัน เครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง เครื่องตรวจชีพจร 1 เครื่องอากาศยานC130 5 ลำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศร 

ในส่วนของพลเรือนที่เข้ามาช่วย 444 นาย รถยกสูง 24 คัน มีเรือทั้งหมด 107 ลำ เจ็ตสกี 81 ลำ โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงของการรวบรวมเคสที่ส่วนหน้ารับจากส่วนกลางไป ซึ่งจะมีการสรุป ยอดอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องปรับแผนการอพยพหรือค้นหาผู้ติดค้างหรือไม่ เพราะขณะนี้เริ่มมีผู้เสียชีวิตและศพลอยน้ำให้เห็นแล้ว นายสิริพงศ์ กล่าวว่าวันนี้ข้อมูลหลังบ้าน  ก็จะเป็นข้อมูลให้ส่วนหน้าไปจัดการให้ตรงจุด แน่นอนว่ายังคงใช้วิธีการลาดตระเวนหา แต่ในวันนี้ก็นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย อย่างเช่นเรื่องของโดรนที่นำมาส่งอาหาร ขณะเดียวกันทางสตาร์ลิ้งค์ได้ติดต่อเข้ามา เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยค้นหาด้วย ยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนทุกวัน และนำเทคโนโลยีใหม่ มาใช้เพื่อประสิทธิภาพให้สามารถทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น 

เมื่อถามว่ารัฐบาลยืนยันว่า การบริหารสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ได้ผิดพลาด หรือล้มเหลว แต่เป็นเรื่องของท้องถิ่นใข่หรือไม่เพราะนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่า เป็นความผิดพลาดของท้องถิ่น นายภราดร กล่าวว่า วันนี้อย่าไปโทษใคร หน้าที่หลักของรัฐบาลและ ศูนย์ส่วนหน้าและส่วนหลังของพวกเรามีหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนความผิดพลาดบทเรียนจะเป็นอย่างไร คิดว่ารัฐบาลหลังจากเกิดเหตุเรียบร้อย เราจะมาศึกษาบทเรียนและสิ่งที่จะเป็นบทเรียนต่อไปในอนาคต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นบทเรียนสำหรับทุกฝ่ายทั้งประชาชน รัฐบาลและฝ่ายปฏิบัติทุกคน จะมีบทเรียนไปพร้อมๆกัน เราต้องมาศึกษาบทเรียนนั้นหลังเหตุการณ์นี้สิ้นสุดลง

นายภราดร กล่าวด้วยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อหามาตรการในการที่จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่กระทรวงการคลัง เวลา 10.30 น.

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านออกมาระบุว่า รัฐบาลควรประสานความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพราะมองว่า เวลานี้ เกินมือรัฐบาลแล้ว นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ เราไม่ได้ปิดรับการช่วยเหลือ แต่วันนี้เราคิดว่าความร่วมมือของเรายังดีพอ และยังสามารถดำเนินการได้

เมื่อถามว่ายังไม่เกินมือรัฐบาลในการแก้ปัญหาใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่เกินมือ

เมื่อถามว่า เอาอยู่ใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องไปถามปี 54 ไม่ใช่ปีนี้

วิกฤตหาดใหญ่!  นายกฯ ลงพื้นที่เอง เตรียมออกมาตรการช่วยทันที 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนั่งรถทหารตระเวนดูพื้นที่โดยรอบพร้อมแจกข้าวกล่องให้กับประชาชน ตั้งแต่บริเวณสะพานโคกพระ ก่อนเดินทางต่อไปที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กองทัพภาคที่ 4 เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังจากทุกภาคส่วนผนึกกำลังช่วยกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับ แม่ทัพภาคที่ 4 และสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชน 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชนที่เข้ามาพักในศูนย์พักพิง โดยระหว่างทางนางสาวณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือ เจ๊เอ๋ เจ้าแม่เงินกู้ จิตอาสา ที่มาบริจาคของให้กับประชาชน ได้ตะโกนว่า “นายกฯ เอ๋อยู่นี่ ช่วยเอ๋หน่อย เอ๋ไม่ไหวแล้ว นายกฯ ยังไหวอยู่ไหม” กล่าวด้วยว่า ดีใจจังเลยได้เจอนายกฯ ตัวเป็น ๆ แล้ว ขอให้กำลังใจนายกฯ แก้ไขให้ได้นะ และนายกฯ ตอบกลับว่า ยังไหว และอวยพรให้คนที่มาบริจาคเจริญ ๆ ยิ่งขึ้น

ภายหลังนายกรัฐมนตรี เดินไปเยี่ยมโรงครัวของกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย และได้พูดคุยให้กำลังใจกับจิตอาสาที่เข้ามาทำงานภายในโรงครัวของศูนย์พักพิงด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการที่หลายฝ่ายมองว่าล่าช้า ว่า ตอนนี้เราดูแลคนจำนวนหลายหมื่นคน มีศูนย์พักพิง และศูนย์อพยพอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ซึ่งในวันนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาก็ได้สั่งการ และดูแลพื้นที่ ซึ่งงบประมาณมี เพราะได้ประกาศ พื้นที่ประสบภัยสามารถใช้เงินได้เลย โดยวันนี้ที่ลงมากับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างสั่งการภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ดำเนินการทุกอย่างโดยทันที ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ พล.อ. อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รัฐบาลก็ได้มอบอำนาจให้ และให้การสนับสนุนทุกอย่าง วันนี้ตนก็ลงมาเพื่อที่จะช่วยท่านด้วย

นายอนุทิน ยอมรับว่า กดดันมาก ๆ และเป็นห่วงประชาชน หลังมีเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อดทนมานานกว่า 5 วันแล้ว 

ส่วนเรื่องเงินเยียวยา ครอบครัวละ 9,000 บาทที่อาจจะไม่เพียงพอนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในขณะนี้ และเมื่อตนกลับไป ก็จะเร่งเรียกประชุมด่วนสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้โดยเฉพาะ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู เพราะตอนนี้ความเสียหายเยอะมาก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับผู้ป่วยตามโรงพยาบาล มีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ ทยอยลำเลียงผู้ป่วยที่อยู่ไอซียู และ ผู้ป่วยที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ได้ลำเลียงมาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลสงขลา ส่วนโรงพยาบาลหาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟู 

ส่วนที่มีแพทย์ และพยาบาลโพสต์ว่าขาดอาหาร และขาดออกซิเจน จะช่วยอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ลำเลียงผู้ป่วยทั้งหมดไปที่โรงพยาบาลที่สามารถให้บริการได้ เพราะน้ำเข้ามาท่วม เมื่อท่วมก็ท่วมห้องเครื่องต่างๆ ด้วย

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีประกาศในห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ว่าจะไม่กลับจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อบัญชาการทุกอย่างร่วมกัน โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด บัญชาการในพื้นที่ ส่วนตนเองจะไปๆ มาๆ เพราะศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.ฉก.) อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีหลายคนวิจารณ์ว่า รัฐบาลตั้งศูนย์ต่าง ๆ ทับซ้อนกัน นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามก่อนจะขอตัวเข้าไปประชุม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำ ว่าปริมาณฝนลดลงแล้ว แต่ก็ยังตกทั้งวัน ส่วนที่มีการสั่งอพยพ ที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ตนมอบให้ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ดำเนินการอย่างเต็มที่ และถ้าจังหวัดไหนประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย ก็จะมีงบประมาณในการจัดการ 

 

นายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ชาวบ้านโวยโบกรถ ปภ. 2 รอบไม่จอด แต่พอผู้นำมา รถถึงหยุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 

ในช่วงหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน บ้านบางแฟบพัฒนา ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า บางส่วนได้เข้ามาร้องเรียนว่า วานนี้พยายามโบกรถขอความช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) 2 คัน แต่ไม่มีใครจอด จนวันนี้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ ถึงจะจอดเจอประชาชน ทำให้นายกรัฐมนตรีจึงหันไปพูดกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จากนั้นได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค และทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง 

รพ.หาดใหญ่ทยอยส่งต่อผู้ป่วยไปรพ.เครือข่าย

โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ Bangkok Hospital Hatyai โพสต์เรียนผู้รับบริการทุกท่าน ด้วยสถาณการณ์น้ำที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อความปลอดภัยของคนไข้

ขณะนี้ทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ ได้ดำเนินการทยอยส่งต่อผู้ป่วยไปดูแลยังรพ.เครือข่าย และจะดำเนินการรับกลับเมื่อสถานการณ์น้ำลดลง ขอให้ญาติและครอบครัวไม่ต้องกังวลใจ ทีมรพ.จะดูแลคนไข้ และผู้รับบริการให้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพและผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

สยบลือ! ฮ.ช่วยน้ำท่วมตก ที่หาดใหญ่ ทภ.4 แจง ไม่เป็นความจริง พบ ฮ.กระทรวงเกษตรฯ บินต่ำหลบกระแสลมแรง หย่อนสิ่งของโดนหลังคาบ้านประชาชน มีเสียงดัง 

กรณีที่มีรายงานแจ้งว่ามี เฮลิคอปเตอร์ตกขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ไม่ทราบว่าเป็นของหน่วยไหน สำหรับจุดที่ตก เป็นจุดน้ำท่วมสูง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่

ทั้งนี้ ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่ในส่วนของ กองทัพบก กองทัพอากาศและของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
 
ล่าสุด ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันไม่มี ฮ.ตก จากกรณีโพสต์ในสังคมออนไลน์ ที่มีการแชร์ข่าว เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ตก ขณะออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่นั้น ไม่เป็นความจริง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดแชร์ข้อมูลไม่เป็นความจริง หรือข้อมูลที่บิดเบือน หากมีข้อมูลที่สงสัยสามารถสอบถามได้ทางเพจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ทุกหน่วยบินของกองทัพ ยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์อยู่ครบทุกลํา แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ได้นําสิ่งของอุปโภคบริโภคไป มอบไปกับประชาชน บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ และมีลักษณะบินต่ํา เนื่องจากว่ามีลมแรง ตอบกลับมีการส่งสิ่งของ บนหลังคาบ้านประชาชนมีเสียงดังทําให้เกิดความเข้าใจผิด 

"เสธ.เบิร์ด" แจงปฏิบัติการ ช่วยเหลือน้ำท่วมหาดใหญ่

พล.ท.วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ. แถลงข่าวภายหลังกองบัญชาการกองทัพไทย จัดส่งกำลังพล และทีมแพทย์ ตลอดจนสิ่งอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจภาคสนาม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ เสริมทัพช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า ปัจจุบันได้มีการแบ่งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่วิกฤตหนัก เพราะเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมตัวกัน โดยในส่วนพื้นที่รอบอำเภอหาดใหญ่ จะมีกองพันประจำอำเภอของกองทัพบกในการดูแล และมีกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยร่วมด้วย โดยจะมีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 เขต ประกอบด้วย

  • เขตที่ 1  กรม.พัฒนาที่ 4 และกองพันพัฒนาที่ 4
  • เขตที่ 2 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 (ร.5 พัน.1)
  • เขตที่ 3 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 (ป.5 พัน.5)
  • เขตที่ 4 กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42 (พัน.ร.มทบ.42)

โดยแต่ละเขตจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และจะมีการบริหารจัดการ 4 ลักษณะ คือ

1. การบริหารจัดการคน ซึ่งจะเร่งอพยพคนมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย คือ ศูนย์พักพิง ในขณะที่ประชาชนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะมาอยู่ในศูนย์พักพิง และยังอยู่บ้านจะมีการสำรวจว่า อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง

2.การบริหารจัดการสิ่งของ และการส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชน โดยมีการบูรณาการจากสิ่งของที่รับบริจาคมาทั้งหมด ซึ่งจะมีการจัดการปรุงอาหารสุก และกระจายส่งไปให้ประชาชนทั้งศูนย์อพยพ และที่ยังอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ตลอดจนถึงจุดแพทย์ และจิตอาสา ที่จะมาแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่รัฐบาลได้ตั้งศูนย์บริจาคที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ เช่นเดียวกับกองบัญชาการของเหล่าทัพทั้งหมด จะเป็นพื้นที่รับบริจาคสิ่งของจากประชาชน เพื่อส่งต่อไปให้ผู้เดือดร้อน ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด สามารถบริจาคสิ่งของได้ที่มณฑลทหารบกทั่วประเทศ

3.การบริหารจัดการน้ำ ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะน้ำท่วมเหมือนกันทุกพื้นที่ และปัจจุบันนี้ยังมีฝนตกอยู่ มีการเพิ่มเติมน้ำเข้ามาในพื้นที่ จึงต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไรให้น้ำลดเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องพูดคุยกันต่อไป

4.การบริหารจัดการเรื่องข้อมูลข่าวสาร ทั้งการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน การเผยแพร่ช่องทางขอความช่วยเหลือ เช่น ช่องทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย โทร.1784 หรือช่องทางสายด่วนของรัฐบาล โทร.1111 ซึ่งจะมีการจัดระบบความเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นระดับสีเขียว, สีเหลือง และสีแดง เพื่อส่งข้อมูลไปยังพื้นที่ส่วนหน้า ให้หน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ลงไปช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ส่วนอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในการควบคุมกำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ที่กองบิน 56 จ.สงขลา คือ การบูรณาการให้งานทุกอย่างมีความกระชับมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถทำงานได้ดีขึ้น และ ผบ.ทสส.จะรายงานตรงไปที่นายกรัฐมนตรี ในเรื่องของความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งหากวิกฤตเร่งด่วน ผบ.ทสส. สามารถตัดสินใจในหน้างานได้เลย

ส่วนข้อกังวลยอมรับว่า มีเรื่องความสับสนวุ่นวาย แม้ยุทธโธปกรณ์ในการช่วยเหลือจะมีการนำมารวม และการช่วยเหลือยังไม่ทันทันท่วงที กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พล.ท.วันชนะ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พิสูจน์แล้ว น้ำใจของคนไทยมีมากกว่าน้ำที่ท่วม จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมช่วยเหลือกัน ส่วนข้อผิดพลาดที่ผ่านมาจะเป็นข้อแก้ไข และปรับปรุงในอนาคต เช่นเดียวกับกรณีที่มีกู้ภัยถูกยิงขู่ ขณะเข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทราบข่าวว่า เป็นการยิงย้อนหลังเข้ามา คาดว่า น่าจะเกิดจากความไม่พอใจ ทั้งในเรื่องของความล่าช้าในการช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่สาเหตุจากการกระทบกระทั่ง ซึ่งขณะนี้รู้แล้วว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่พื้นที่ใด คงจะให้ทหารไปอำนวยการเอง และไปทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่มีใครที่มีเจตนาที่ไม่ดี โดยกองทัพจะทำหน้าที่การบูรณาการในเรื่องของความปลอดภัยทั้งหมด แต่ปัจจุบันนี้ขอโฟกัสที่หน้างาน ในขณะที่ศูนย์พักพิงจัดอยู่ใน 5 พื้นที่

สำหรับในส่วนของกองทัพอากาศ มีการจัดเที่ยวบินไม่น้อยกว่าวันละ 3 เที่ยวบิน ส่วนกองทัพเรือ มีเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่กำลังจะถึงพื้นที่ ขณะที่กองทัพบกก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยจะใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือขนถ่ายผู้ป่วยเป็นหลัก

ส่วนการสื่อสารกับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ทางหน่วยงานราชการจะดำเนินการอย่างไร พล.ท.วันชนะ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง ศป.กฉ. ได้เตรียมการไว้แล้ว สิ่งที่เราต้องการเพื่อลดภาระงานในหน้างาน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ย้ายออกมาจากที่พัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดมากที่สุด แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เป็นไร เราจะมีหน่วยงานของกองทัพเข้าไปสื่อสารกับประชาชน โดยใช้เรือท้องแบนติดลำโพง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วเบื้องต้น คาดว่า จะทำเช่นนี้ในการแบ่งสายงานทั้ง 4 เขต

กอ.รมน.ฯ ยืนยันไม่เป็นความจริง ปมข่าวสะพัดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

เวลา 11.29 น.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันไม่มี ฮ.ตก จากกรณีโพสต์ในสังคมออนไลน์ ที่มีการแชร์ข่าว เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ตก ขณะออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่นั้น ไม่เป็นความจริง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดแชร์ข้อมูลไม่เป็นความจริง หรือข้อมูลที่บิดเบือน หากมีข้อมูลที่สงสัยสามารถสอบถามได้ทางเพจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ฮ.ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ บินตกที่สงขลา

11.00 น. สภ.หาดใหญ่รายงาน รับแจ้งมีเหตุเฮลิคอปเตอร์ (ยังไม่ทราบหน่วย) ตกที่บริเวณ รพ.ศิครินทร์ หากมีรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

พ.ต.อ. ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.หาดใหญ่ รายงานว่า ได้รับแจ้งจาก ทอ. มีเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกจริง แต่ไม่ทราบว่าหน่วยไหน จุดที่ตก เป็นจุดน้ำท่วมสูง ขณะนี้กำลังประสานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่

เร่งด่วน! ขอความช่วยเหลือน้ำท่วม ติดค้าง 30 ชีวิต พ้อ “ไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านี้แล้ว”

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Boonsri Kame โพสต์ร้องขอความช่วยเหลือหลังน้ำท่วมหนักในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เผยว่าขณะนี้ยังมีผู้ติดค้างอยู่ภายในบ้านกว่า 30 คน พร้อมข้อความสะท้อนความสิ้นหวังว่า “ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้ว…พวกเรายังติดอยู่ที่นี่ 30 ชีวิต” โดยเจ้าตัวยังติดแฮชแท็กแจ้งเหตุ #น้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GMFHuB8Sas2v2ESS6?g_st=ipc

แจ้งเคสด่วน Boonsri Kame
แจ้งเคสด่วน

สธ.เผยภารกิจเร่งด่วนวันนี้ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก-สับเปลี่ยนบุคลากร

สธ.เผยภารกิจเร่งด่วนวันนี้! (26 พ.ย. 68) ใช้ ฮ.3 ลำเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก รพ. หาดใหญ่ 51 ราย ขาเข้านำอาหารและสับเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ผู้ป่วยไม่วิกฤต รพ.หาดใหญ่ 510 ราย ประสาน มทภ. 4 ดูความเป็นไปได้ ที่จะเคลื่อนย้ายทางเรือและรถ พร้อมนำอาหารและกำลังคนแรงงานเข้าช่วยขนย้าย 
.
11.30 น. สธ. รายงานระดับน้ำ รพ.สงขลาเพิ่มสูงกระทบจัดส่งอาหาร รพ. หาดใหญ่ ย้ายจุดจัดเตรียมไปที่ รพ.พัทลุงและรพ.ตรังแทน!

ภารกิจเร่งด่วน สธ. กระทรวงสาธารณสุข
ภารกิจเร่งด่วน สธ.

กองทัพภาคที่ 4 ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงอาหาร–ออกซิเจน ช่วยโรงพยาบาลหาดใหญ่และประชาชนประสบภัย

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กองทัพภาคที่ 4 ได้ระดมกำลังพร้อมจัดอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ลำเลียงอาหารและน้ำดื่มเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา

ในช่วงเช้าได้รับรายงานว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่ประสบปัญหาถังออกซิเจนใกล้หมด และมีความต้องการอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก กองทัพภาคที่ 4 จึงสั่งการให้เร่งลำเลียงถังออกซิเจน อาหาร และน้ำดื่มโดยด่วน เพื่อให้การรักษาพยาบาลดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงลงพื้นที่นำส่งอาหารและน้ำให้แก่ประชาชนในจุดที่ถูกตัดขาดจากการสัญจร พร้อมประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกพื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต

กองทัพบกยังคงมุ่งมั่นให้การช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤติและครอบครัว ด้วยมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รองรับตามนโยบายในการนำยุทโธปกรณ์ที่ว่างจากภารกิจทางทหารมาใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามฉุกเฉินอย่างเต็มความสามารถ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเดือดร้อนสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ 074-586685 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงอาหาร–ออกซิเจน กองทัพภาคที่ 4
ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงอาหาร–ออกซิเจน

"อนุทิน" ไปหาดใหญ่รอบ 3

เวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล​ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​ (อว.), นายชาดา​ ไทยเศรษฐ์​ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)​ และ น.ส.ไตร​ศุลี​ ไตร​สร​ณ​กุล​ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดสงขลา​ เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์วิกฤติ​น้ำท่วม​

โดยการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ของนายกฯ นอกจากนี้นายกฯ ยังได้นำทีมกู้ชีพจากหลายหน่วยงาน คนขับเจ็ตสกี ร่วมคณะลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย และนำสิ่งของอุปโภคบริโภคเจ็ตสกีใส่เครื่อง​บิน C-130 ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการ​เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลาของนายกฯ และคณะ ออกเดินทางจากบน.6 ไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ ก่อนจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) เพื่อประชุมติดตามและบัญชาการสถานการณ์อุทกภัย ก่อนลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทานและครัวสนาม

จากนั้นนายกฯ และคณะ จะออกเดินทางด้วยรถยนต์ จากมณฑลทหารบกที่ 42 ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่อาคารศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย​ ก่อนลงพื้นที่ชุมชน​ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็น

“ธรรมนัส” ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่ 8 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา เวลา 22.20 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ระดมทุกกำลังจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเรือตำรวจ เรือกรมประมง ทีมอาสาภาคเอกชน รวมถึงเจ็ตสกีจากทั่วประเทศ ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมภายใต้พายุฝน เพื่ออพยพประชาชนจากพื้นที่น้ำท่วมสูง ตั้งแต่เวลา 13.30 – 21.30 น. สามารถช่วยชีวิตประชาชนได้กว่า 500 คน

ต่อมาเวลา 22.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากศูนย์พักพิงโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ หลังพบว่าศูนย์ขาดแคลนแพทย์ประจำ ยาสามัญ เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน และอาหารไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ประสบภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ร.อ.ธรรมนัสจึงลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า และเวชภัณฑ์เพิ่มเติมทันที โดยกำชับให้มีแพทย์ประจำศูนย์อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้เจ็บป่วย ซึ่งภายหลังคำสั่งการ คณะแพทย์–พยาบาล รถฉุกเฉิน รวมถึงสิ่งของจำเป็นถูกส่งถึงศูนย์พักพิงทันเวลา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ

“เรือหลวงจักรีนฤเบศ” เตรียมทอดสมอหาดสมิหลา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูในพื้นที่ต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ออกจากฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมนำสิ่งของอุปโภค บริโภค ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาเวชภัณฑ์ พร้อมโรงครัวที่สามารถทำอาหารกุ้งสดได้วันละ 3,000 ชุด มุ่งหน้าสู่หาดสมิหลา โดยคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งทันทีที่ไปถึงก็จะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที

จากรายงานระบุว่า ยังคงมีประชาชนจำนวนมาก ที่ติดค้างในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำยังคงวิกฤตและรอความช่วยเหลืออยู่ โดยมีภารกิจเร่งด่วน ได้แก่

1. การลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชน ที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก

2. เคลื่อนย้าย – อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤต ที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

3. สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น

4. ตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ หน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย จะประกอบกำลังด้วย ร.ล.จักรีนฤเบศร พร้อมเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ

แห่ส่งกำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย โพสต์ "เจ็บใจที่มาช้า ช่วยคุณยายไม่ทัน"

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้หลายจังหวัดที่ยังวิกฤต โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพและติดค้างอยู่ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ อาสากู้ภัย ที่ระดมลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ด้วยอุปสรรคต่างๆ อาจทำให้การทำงานล่าช้า และบางครั้งอาจไม่ทันกาล

ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ว่าที่ร้อยตรีวัลลภ บุญจันทร์ ทีมกู้ภัยโพสต์คลิปขณะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งภายในบ้านระดับน้ำสูงเกือบติดเพดาน ทราบว่าสูงประมาณ 1.8 เมตร พบข้าวของลอยกระจัดกระจาย มีหญิงคนหนึ่งลอยอยู่บนตู้ที่พยุงล่าง และบอกว่า คุณยายอีกคนเกาะไม่ไหวและล่างอยู่ในตู้เย็น

โดยเจ้าของโพสต์ระบุแคปชันว่า “เจ็บใจที่กูมาช้า เขาจมน้ำไปแล้ว”

พล.อ.อุกฤษฎ์” สั่งจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ช่วยภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

“กองบัญชาการกองทัพไทย” เผยแพร่ประกาศระบุว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568 ถึงวันที่ 25 ก.พ. 2569 เนื่องจากอุทกภัยรุนแรงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้มีประกาศจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า ขึ้น เพื่อบูรณาการกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรจากทุกเหล่าทัพ รวมทั้งส่วนราชการและภาคเอกชนต่างๆ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสงขลาอย่างเร่งด่วนและเป็นเอกภาพ โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า  (ศป.กฉ.ส่วนหน้า) มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

1.ติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง 

2. ประสานความร่วมมือ และประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ

3. อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแลและให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมทั้งดำเนินการอื่นใดในเรื่องที่เหมาะสมและเกื้อกูลในการป้องกันและแก้ใขปัญหาอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว และทันเวลาเพื่อมิให้ขยายขอบเขตหรือส่งผลกระทบในวงกว้าง

4. รายงานผลการปฏิบัติให้นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีทราบ

5. ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

โดย ศป.กฉ.ส่วนหน้า มีที่ตั้ง ณ กองบิน 56 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หรือสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยมีภารกิจสำคัญในการอำนวยการ ควบคุม และประสานการปฏิบัติด้านบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหาร ส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) เมื่อมีการจัดตั้ง โดยมีกำลังสนับสนุนจาก กรมการสื่อสารทหาร ในการจัดตั้งเสาสัญญาณ กรมแผนที่ทหาร ในการจัดอากาศยาน กรมส่งกำลังบำรุงทหาร และ กรมยุทธบริการทหาร ในการสนับสนุนการเคลื่อนย้าย รวมทั้งทีมแพทย์ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกเหล่าทัพ และส่วนราชการในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยรับคำสั่งให้สนับสนุนภารกิจของ ศป.กฉ.ส่วนหน้า โดยทันทีเมื่อได้รับการประสาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดและเพื่อให้การสื่อสารข้อมูลสำคัญเป็นไปอย่างครบถ้วน ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์ จึงได้แต่งตั้ง พลโทวันชนะ สวัสดี ทำหน้าที่ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (โฆษก ศป.กฉ.)  เพื่อทำหน้าที่ในการแถลงข่าว สื่อสารสถานการณ์ และเผยแพร่มาตรการต่าง ๆ ที่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยยืนยันเจตนารมณ์ ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ด้วยการจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ แพทย์ทหาร  ระบบสื่อสาร และเครื่องมือกู้ภัยลงพื้นที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลัก “ทหารอยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์” โดย ศป.กฉ.ส่วนหน้า ได้เข้าปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และจะจบภารกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายอย่างสมบูรณ์

กฟภ.ส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่

วันที่ 26 พ.ย. 68 เวลา 06.58 น. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เปิดเผยว่า ได้จ่ายไฟให้พื้นที่ศูนย์พักพิงและโรงพยาบาลมีไฟฟ้าใช้ตามปกติ และล่าสุดได้ส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพิ่มเติมไว้ใช้กรณีฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสำรองระบบไฟฟ้านอกเหนือจากระบบหลักที่จ่ายไฟได้ตามปกติ

โดยส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจำนวน 3 เครื่อง (ขนาด 5 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง และขนาด 3 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง) ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงจากกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ภาค 2 ไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่แล้ว

กฟภ.ส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ FB/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA
กฟภ.ส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่

ปัตตานีจัดส่งถังออกซิเจน ช่วยเหลือผู้ป่วยโรงพยาบาลสงขลา

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 เวลา 18.00 น. ที่โรงพยาบาลปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมกับ นายแพทย์ รุซตา สาและ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี ร่วมกันจัดหาและนำส่งถังออกซิเจนสำหรับการแพทย์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายแพทย์รุซตา สาและ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากภาวะวิกฤตของโรงพยาบาลหาดใหญ่มีคนไข้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ประมาณ 100 ราย แต่จากสถานการณ์ที่ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเติมออกซิเจนเข้าไปทดแทนได้

กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ใน 7 จังหวัดภาคใต้ ให้รวบรวมถังออกซิเจนจากทุกโรงพยาบาลไปสนับสนุน ซึ่งทราบว่าขณะนี้ จังหวัดในตอนบนได้ส่งไปสนับสนุนแล้ว 50 ถัง ส่วนของภาคใต้ตอนล่างรวบรวมได้แล้วประมาณ 70 ถัง ทั้งของโรงพยาบาลปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสุไหงโกลก

โดยเคลื่อนย้ายนำไปส่งที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ตั้งแต่คืนวันที่ 25 พ.ย. ก่อนจำนวน 60 ถัง โดยขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี ได้ประสานจัดหารถบรรทุก 10 ล้อเพื่อนำส่งให้โรงพยาบาลหาดใหญ่

ทางด้านนายไชยพร  นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า จากความเดือดร้อนของชาวหาดใหญ่ครั้งนี้ จังหวัดปัตตานีก็เจอวิกฤตเช่นเดียวกัน แต่หากสามารถให้การช่วยเหลือชาวหาดใหญ่ได้ ก็ยินดี

รพ.หาดใหญ่ ชี้แจงกรณีศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ออกประกาศชี้แจงกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตตุการณ์น้ำท่วม ระบุว่า วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.50 น. ทางโรงพยาบาลมีศพผู้ป่วยที่ฝากแช่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลก่อนน้ำท่วม จำนวน 27 ศพ ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตขณะเกิดน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 22 - 25 พย.2568 มี 14 ศพ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเป็นอัตราตายเทียบเท่าภาวะปกติของโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ขณะนี้มีศพที่ทางโรงพยาบาลเก็บรักษาให้ทั้งสิ้น 41 ศพ ทางโรงพยาบาลเก็บรักษาศพเหล่านี้ในห้องแช่เย็นอย่างดี ด้วยหัวใจชาวโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยโรงพยาบาลหาดใหญ่ทิ้งท้ายระบุว่า ตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า บางครั้งไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก

น้ำท่วม FB/โรงพยาบาลหาดใหญ่
โรงพยาบาลหาดใหญ่ ออกประกาศชี้แจง

ทภ. 4 เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต จาก รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ สู่ รพ.สงขลานครินทร์ปลอดภัย

เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับการประสานงานเพื่อขอรับการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อทำการรักษาต่อไป

การเข้าให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อรับผู้ป่วยสูงอายุ เพศหญิง มีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งรับตัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ตลอดการเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และส่งถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันท่วงทีและปลอดภัย ภารกิจนี้ เป็นการปฏิบัติการจาก ชุดปฏิบัติการบินทหารบก กองกำลังเทพสตรี (ชปบ.ทบ.กกล.เทพสตรี) ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความพร้อมของหน่วยทหารในการสนับสนุนการแพทย์ฉุกเฉินและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง

ขณะนี้ กองทัพระดมกำลังพลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกภาคที่ 4 ส่วนหน้า เดินหน้าขยายการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า จึงได้ยกระดับการช่วยเหลือ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยลงพื้นที่เร่งด่วน โดยนำกำลังพล พร้อมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ทภ. 4 เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต จาก รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ สู่ รพ.สงขลานครินทร์ปลอดภัย กองทัพภาคที่ 4
ทภ. 4 เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต จาก รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ สู่ รพ.สงขลานครินทร์ปลอดภัย

ทุกนาทีมีค่า! ทหารเร่งเข้าช่วยน้ำท่วมสงขลา พาประชาชนผ่านวิกฤติ

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 (ศบภ.มทบ.42) โดย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 ได้จัดกำลังพลพร้อมยานพาหนะ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดสงขลา อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

ในการนี้ ได้จัดกำลังพลพร้อมรถยนต์บรรทุก จำนวน 2 คัน เข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ และอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือด้านการขนย้ายสิ่งของ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมในพื้นที่เสี่ยงภัย

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ ยังคงมีฝนตกหนักสลับกับฝนตกประปราย ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย โดยหน่วยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ทุกนาทีมีค่า! ทหารเร่งเข้าช่วยน้ำท่วมสงขลา พาประชาชนผ่านวิกฤติ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42
ทุกนาทีมีค่า! ทหารเร่งเข้าช่วยน้ำท่วมสงขลา พาประชาชนผ่านวิกฤติ

อบจ.สงขลา ตั้งจุดกระจายอาหารหลัก ส่งต่อผู้ประสบอุทกภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์และหน่วยกู้ภัย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จัดตั้งโรงครัวกลางเพื่อผลิตอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา วันละกว่า 15,000 – 20,000 กล่อง พร้อมทำหน้าที่เป็นจุดกระจายอาหารหลัก โดยมีจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ร่วมกันปรุงอาหาร บรรจุภาชนะ และลำเลียงส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ทั้งอำเภอเมืองสงขลาและอำเภอหาดใหญ่

พื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้ถูกกำหนดเป็นจุดรับ-ส่งลำเลียงอาหารอย่างสำคัญ โดยมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อขนส่งทางอากาศสู่พื้นที่ที่การสัญจรถูกตัดขาด ขณะที่หน่วยกู้ภัยทั้งในและนอกจังหวัดได้เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการอย่างเต็มที่ ทั้งการนำเรือ รถสูง และยานพาหนะเฉพาะกิจเข้าไปส่งต่อถึงมือประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในบ้าน

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การดำเนินงานโรงครัวกลางเกิดจากการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนวัตถุดิบ อาหารสด และเครื่องปรุงจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย พร้อมระบุว่าทุกกำลังพร้อมเคียงข้างประชาชนในยามยากลำบากครั้งนี้

ชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพเรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.) ของกองทัพเรือ รวม 15 ชุด จากหน่วยซีล หน่วยลาดตระเวน นาวิกโยธิน และหน่วย EOD ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

กองทัพเรือเริ่มดูแลพื้นที่ อ.เมือง อ.จะนะ อ.ระโนด และ อ.สิงหนคร ก่อนจะได้รับกำลังสนับสนุนจากส่วนกลางเพิ่มอีก 13 ชุด ทำให้สามารถขยายการช่วยเหลือเข้าสู่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤติ โดยจัดกำลัง 10 ชุด เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นลำดับแรก

ภารกิจเร่งด่วนประกอบด้วย การอพยพผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยง และการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่เข้าถึงยาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงระดมกำลังทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพเรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง กองทัพเรือ
ชุดปฏิบัติการพิเศษกองทัพเรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ