Top-SEAGames2025 Top-SEAGames2025

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ วันที่ 30 พ.ย.68 พื้นที่น้ำลด ฟื้นฟู ซ่อมแซม เยียวยา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ วันที่ 30 พ.ย.68 หลังน้ำลดเข้าภาวะ ฟื้นฟู ซ่อมแซม เยียวยา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

น้ำท่วมหาดใหญ่ กองทัพบก
ทบ. ส่งทหารช่าง ลุยน้ำช่วยชุมชนบ้านลากูน่าปลายน้ำ เพราะความเดือดร้อนไม่ได้มีแค่ในตัวเมืองหาดใหญ่

อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ผู้บริหารธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

เป็นการเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 1 สัปดาห์ (น้ำท่วมหาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.)

โดยนายกฯ เดินทางถึงสนามบิน บน.6 เวลา 12.37 น. ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯ หยุดนิ่งยืนฟังคำถาม และพยักหน้า 2 ครั้ง แต่ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ

ขณะที่นางศุภจี กล่าวว่า ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงหาดใหญ่ นายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยนายกฯ จะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา

จากนั้นลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งในพื้นที่ได้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับ กทม.

“บขส.” กลับมาเปิดให้บริการเดินรถปกติ 6 เส้นทางภาคใต้

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลาย รถโดยสารสามารถวิ่งเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร และใช้เส้นทางเดินรถได้ตามปกติ รัฐบาล โดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม  กลับมาเปิดเดินรถโดยสารตามปกติแล้ว จำนวน 6 เส้นทาง ดังนี้

1. สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล

2. สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา

3. สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล

4. สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่

5. สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี

6. สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

ส่วนรถร่วมฯ ที่ให้บริการเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ ก็ได้กลับมาเปิดบริการเป็นปกติแล้วเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ บขส. เปิดศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีพนักงานจิตอาสาให้ความช่วยเหลือและประสานงานให้กับผู้ประสบภัย ติดต่อ สถานีเดินรถหาดใหญ่ โทร. 080-079-8426

รวมทั้ง เปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ (ฟรี) ณ ศูนย์รับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป เวลา 08.30 – 16.30 น.  โดย บขส. จะเป็นผู้ประสานงาน ขนส่งสิ่งของ ไปส่งต่อให้ศูนย์อพยพในพื้นที่หาดใหญ่ หรือชุมชนโดยรอบที่มีความต้องการต่อไป สอบถามเพิ่มเติมได้ ศูนย์รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ (จตุจักร) โทร. 02-537-8480

รัฐบาลพร้อมดูแลผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายสิทธิบัตรทองที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) หรือทำการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ที่ได้รับผลกระทบ เช่น เดินทางไม่ได้ บ้านน้ำท่วม โรงพยาบาลหรือหน่วยฟอกไตถูกน้ำท่วม หรือน้ำยาล้างไตเสียหาย รัฐบาล

โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้บริการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โดยบูรณาการความร่วมมือของโรงพยาบาล สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จัดส่งน้ำยาล้างไตให้ผู้ป่วย ผ่านการดำเนินการ ดังนี้

สำหรับผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง (PD) ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น บ้านน้ำท่วมจนอยู่อาศัยไม่ได้ ต้องย้ายไปอยู่ศูนย์อพยพหรือบ้านญาติ น้ำยาล้างไตถูกน้ำท่วมเสียหาย หรือไม่สามารถเก็บรักษาได้ตามมาตรฐาน หากผู้ป่วยย้ายที่พักไปอยู่ในศูนย์อพยพหรือบ้านญาติ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จะสามารถจัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่พักใหม่ของผู้ป่วยได้ โดยขอให้ผู้ป่วยหรือญาติดำเนินโทรแจ้ง สปสช. สายด่วน 1330 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) เจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 จะประสานบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ให้จัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่อยู่ใหม่ของผู้ป่วย

นอกจากนี้ สปสช.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 โทรและส่ง SMS แจ้งผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อสอบถามผลกระทบและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยที่ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ และไปรษณีย์สามารถเข้าพื้นที่ทางเรือหรือช่องทางอื่นได้ ก็จะได้รับน้ำยาล้างไตส่งถึงบ้านตามปกติ ขณะนี้ได้เริ่มโทรประสานและส่ง SMS ผู้ป่วยไต โดยเริ่มจากพื้นที่ จ.สงขลา แล้ว จำนวน 284 ราย

สำหรับผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ที่โรงพยาบาลประจำซึ่งใช้ฟอกไตถูกน้ำท่วมหรือไม่สามารถเดินทางไปฟอกไตได้ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ปลอดภัย เช่น บริเวณสนามบิน และรถฟอกไตเคลื่อนที่ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะจัดเตรียมไว้ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับผู้ป่วยที่ไปฟอกไตตามนัดไม่ได้ ไม่ควรงดการฟอกไตเอง ขอให้รีบติดต่อหน่วยไตหรือโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือโทรสายด่วน 1330 เพื่อให้ สปสช. ช่วยประสานส่งต่อไปโรงพยาบาลที่ยังให้บริการได้ หรือไปยังหน่วยฟอกไตสำรองและรถฟอกไตเคลื่อนที่ที่จัดเตรียมไว้

“รัฐบาลห่วงใยสุขภาพของผู้ป่วย ขอผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนหน่วยฟอกไต การฟอกไตที่หน่วยสำรอง หรือการจัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังที่พักใหม่ รัฐบาล โดย สปสช.จะดูแลสิทธิประโยชน์และการเบิกจ่ายให้ตามหลักเกณฑ์กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการล้างไต–ฟอกไต การจัดส่งน้ำยาล้างไต การย้ายหน่วยบริการ หรือมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

“กสทช.” สั่งค่ายมือถือไม่คิดค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต- Wifi ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกค่ายไม่คิดค่าบริการโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และไวไฟ ให้กับประชาชนในหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน โดยที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ปักหลักอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2568

ร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ เอไอเอส ทรู และ NT และดึงไทยคมเข้ามาติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่โรงพยาบาล รวมถึงศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบาง จำนวน 2 โรงพยาบาลหลัก และ 9 โรงพยาบาลสนาม เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน ได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร และทำงาน หลังจากสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากไฟฟ้าดับ

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า วันนี้ระบบสื่อสารในพื้นที่หาดใหญ่จะสามารถกลับมาใช้งานได้ประมาณ 85% ของพื้นที่ หลังจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเริ่มทยอยจ่ายไฟ  

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าสถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่จะต้องมีการปรับมาตรฐานการทำโครงข่ายสถานีฐาน หรือ cell site ซึ่งต้องมีการปรับโครงสร้างการติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อให้การสื่อสารใช้งานได้ในสภาวะวิกฤต 

น้ำท่วมภาคใต้ กรมทางหลวงชนบท
น้ำท่วมภาคใต้ กระทบ ทางหลวงชนบท 9 จังหวัด 64 เส้นทาง พบ 23 เส้นทาง ยังไม่สามารถผ่านได้
น้ำท่วมภาคใต้ กระทบ ทางหลวงชนบท 9 จังหวัด 64 เส้นทาง

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า สำหรับสายทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม กรมทางหลวงชนบทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งข้อมูล ณ ปัจจุบัน  มีโครงข่ายทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง ปัตตานี พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ได้รับผลกระทบรวม 64 สายทาง แบ่งเป็น สัญจรผ่านได้ 41 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 23 สายทาง 

โดยขณะนี้ กรมทางหลวงชนบท ได้ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่กำลังประสบอุทกภัยและได้เริ่มเข้าฟื้นฟูในพื้นที่ที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว อาทิ สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) แขวงทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี และแขวงทางหลวงชนบทชุมพร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เข้าสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูเหตุน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเสริมกำลังในการดำเนินงานฟื้นฟูซ่อมแซมสายทางบนโครงข่ายทางหลวงชนบทของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) ให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัยโดยเร็วต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) และแขวงทางหลวงชนบทสงขลา อยู่ระหว่างการฟื้นฟูและทำความสะอาดสำนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากทำการได้ปกติจะแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง โดยประชาชนที่ต้องการแจ้งเหตุอุทกภัยและขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) และแขวงทางหลวงชนบทสงขลาได้นำถุงยังชีพลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ รวมทั้ง สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 14 (กระบี่) ยังได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ อาหารแห้ง น้ำดื่ม ให้แก่ผู้ประสบภัยที่มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณโครงข่ายทางหลวงชนบทในจังหวัดตรัง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกด้วย

ทบ. ส่งทหารช่าง ลุยน้ำช่วยชุมชนบ้านลากูน่า เพราะความเดือดร้อนไม่ได้มีแค่ในตัวเมืองหาดใหญ่

กองทัพบก ระดมกำลังทหารช่างจากกรมการทหารช่างและกองทัพภาคที่ 4 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่พื้นที่ห่างไกลเดือดร้อนและมีผู้สูงอายุที่อาการเจ็บป่วยเนื่องจากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ขาดอาหารและน้ำมาหลายวัน ได้นำอาหารและน้ำเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 40 ครัวเรือน ณ ชุมชนบ้านลากูน่า ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ห่างจากตัวเมืองไปเกือบ 30 กิโลเมตร เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ทหารก็พร้อมจะก้าวเข้าไปดูแลทุกพื้นที่

เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ รมว.สุชาติ เผย วันแรก เก็บขยะกว่า 300 ตัน

นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รายงานความคืบหน้าปฏิบัติการ “Big Cleaning คืนความสุข คนสงขลา” ซึ่งเป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังสถานการณ์น้ำท่วมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

วันแรกของการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่สามารถเก็บขยะ เศษวัสดุ โคลนตม และสิ่งปฏิกูลได้มากกว่า 300 ตัน พร้อมล้างทำความสะอาดอาคาร พื้นผิวถนน ทางเดิน และพื้นที่สาธารณะหลายจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณวัดหงส์ประดิษฐาราม (วัดคอหงส์) และโรงเรียนเทศบาล 3 โสภณพิทยาคุณนุสรณ์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 28,800 ตารางเมตร (18 ไร่) เพื่อป้องกันเชื้อโรคหลังน้ำลด

การฟื้นฟูครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังของทุกหน่วยงานใน ทส. ทั้งกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมควบคุมมลพิษ รวมกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 780 นาย, ยานพาหนะ 88 คัน, และอุปกรณ์กว่า 4,000 รายการ เข้าทำงานต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจนค่ำ

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ ช่างภาพพีพีทีวี
เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้

นอกจากนี้ยังได้จัดทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5,500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างกำลังใจ

รองโฆษกฯ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “พลังการทำงานแบบทส.หนึ่งเดียว” ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง และรัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนกว่าประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในเร็วที่สุด

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ สตริงเกอร์
เดินหน้าฟื้นฟูหาดใหญ่ รมว.สุชาติ เผย วันแรก เก็บขยะกว่า 300 ตัน ด้านง รองโฆษกฯ ย้ำเดินหน้าต่อเนื่องจนกว่าจะคืนเมืองปลอดภัยให้ประชาชน

รองปลัด สธ. ชี้แจงกรณี ตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่

ช่วงเย็นวันที่ 29 พ.ย.68 ที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีโลกโซเชียลมีการอ้างตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ สูงเกินจริง กล่าวว่า ที่ต้องออกมาพูดเนื่องจากขณะนี้มีหลายกระแสนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ทำให้ประชาชนตกใจสับสน จึงขอชี้แจงว่าข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น.

มีจำนวนศพผู้เสียชีวิตส่งเข้ามายังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 131 ราย แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นศพที่มาจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ (ศพที่ค้างอยู่เดิมในโรงพยาบาล และเสียชีวิตด้วยอาการเจ็บป่วย) จำนวน 55 ราย ส่วนที่ 2 อีก 76 ราย เเยกเป็นศพผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคทั่วไปในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 11 ราย คงเหลือ 65 ราย คือยอดผู้เสียชีวิตที่ตายผิดธรรมชาติในห้วงสถานการณ์น้ำท่วม ที่ต้องดำเนินการชันสูตรตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลก่อน

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ สตริงเกอร์
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้ 29 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ 2 ของการทำงาน ทีมแพทย์นิติเวชยังคงทำงานอย่างเต็มที่ในการชันสูตรตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล มีทั้งผู้เสียชีวิตที่ทราบชื่อ และไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 19 ราย ญาติรับศพกลับไปแล้ว 14 ราย (เฉพาะวันนี้ 6 ราย) จึงขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลจริงจากผู้ปฏิบัติงาน ไม่ได้มีการบิดเบือนหรือหมกเม็ดข้อมูลแต่อย่างใด ขอให้ท่านรับฟังข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก อย่าเชื่อข่าวลือข่าวลวงที่ไม่มีข้อมูลจริงรับรอง

รองโฆษกฯ ส่งต่อสิ่งของจำเป็นขึ้นเครื่องบิน ทส. ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้เป็นตัวแทนประชาชนจากหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ส่งมอบสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม ผ้าอ้อม เครื่องนอน และของใช้ประจำวัน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังมีหลายครอบครัวที่ต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การส่งมอบครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เครื่องบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยมีนางอริสรา สิทธิยศ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน และ นายสกล ไทยวุฒิวงค์ หัวหน้าฝ่ายแผนปฏิบัติการบิน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับมอบสิ่งของทั้งหมด ก่อนลำเลียงขึ้นอากาศยานเพื่อนำไปกระจายถึงพื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของ ทส. เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ การสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และการจัดส่งอุปกรณ์ยังชีพเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น

“แม้น้ำจะลดแล้ว แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยังไม่จบ เราจึงต้องช่วยต่อเนื่องจนกว่าทุกครอบครัวจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” รองโฆษกฯ กล่าว

ภาพรวมการช่วยเหลือวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ทส. และประชาชน ที่ร่วมกันส่งต่อความห่วงใยให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สธ. แถลงยอดเสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 8 จังหวัด รวม 170 ราย

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตสถานการณ์น้ำท่วมใต้ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 น. รวม 8 จังหวัดภาคใต้ รวม 170 ราย แบ่งเป็น

  • จังหวัดนครศรีธรรมราช 10 ราย
  • จังหวัดพัทลุง 4 ราย
  • จังหวัดสงขลา 131 ราย
  • จังหวัดตรัง 2 ราย
  • จังหวัดสตูล 5 ราย
  • จังหวัดปัตตานี 9 ราย
  • จังหวัดยะลา 5 ราย
  • จังหวัดนราธิวาส 4 ราย

ขณะที่ตัวเลขผู้บาดเจ็บรวม 102 ราย แบ่งเป็น

  • จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 ราย
  • จังหวัดพัทลุง 2 ราย
  • จังหวัดสงขลา 37 ราย
  • จังหวัดสตูล 33 ราย
  • จังหวัดปัตตานี 7 ราย
  • จังหวัดยะลา 22 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 30 พ.ย. 68 กระทรวงสาธารณสุข
ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 30 พ.ย. 68

ศป.กฉ. บูรณาการทุกภาคส่วน ฟื้นฟูทุกมิติ ระบบพื้นฐาน-ไฟฟ้า–น้ำประปา–สื่อสาร กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ครั้งที่ 5/2568 วันที่ 30 พ.ย. 68 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ และนางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญดังนี้ 

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ผู้แทน ศป.กฉ.ส่วนหน้าได้รายงานการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนหลังภัยพิบัติ ว่า ฝนตกมีปริมาณน้อยลงและปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3-4 เมตร หากมีฝนตกสามารถระบายออกได้ ขณะนี้ส่วนหน้าได้ปรับภารกิจจากการกู้ภัยเป็น “การฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน”

โดยภายใน 48 ชั่วโมงย้อนหลังได้นำระบบ Jitasa.care มาช่วยเสริมในการตรวจสอบ (double check) พบว่าได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นราย แม้ว่าน้ำลดลงแล้ว ยังมีการแจกอาหารน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้ดำเนินการตั้ง “คลินิกเยียวยาจิตใจ” ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนในศูนย์พักพิงประมาณ 14,500 คน ด้านการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคนั้น ได้ประสานและติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกระบบกลับมาใช้การได้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มจุดพักขยะใน 4 โซนที่ได้แบ่งไว้ และให้ดำเนินการขนย้ายขยะในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา ได้ดำเนินการแบ่งเครื่องจักรเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย รถ 10 ล้อ รถตัก รถน้ำ และกำลังพลลงพื้นที่ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตามเขตพื้นที่ที่ได้แบ่งไว้แล้ว และจะมีกำลังพล อส. ทหาร จากส่วนหน้ามาช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติมในแต่ละโซน

ประเด็นการย้ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ตำรวจในพื้นที่ได้รับมอบหมายจาก ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทำภารกิจย้ายรถที่กีดขวาง ปัจจุบันมีพื้นที่รองรับการขนย้ายแล้ว และจะประสานกับ สนทช. เพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยได้ประสานทำความเข้าใจกับพื้นที่เรื่องการใช้อุปกรณ์ยกรถให้ถูกวิธีแล้ว

โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจในพื้นที่ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้สามารถสัญจรได้มากขึ้น ส่วนการควบคุมอาชญากรรมได้มีการระดมกำลังตำรวจนอกพื้นที่มาช่วยควบคุม โดยจะเน้นการใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่ เนื่องจากรถสายตรวจในพื้นจมน้ำหมด สำหรับการส่งศพคืนญาตินั้น ได้ดำเนินการประสานกับคณะแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อม

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แล้ว เรื่องรถยก โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีรถยกขนาดเล็กอยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80-90 คัน กำลังประสานงานกับส่วนหน้าในเรื่องพื้นที่จอดพักรถ สำหรับการเคลมประกันภัยขณะนี้ ประชาชนผู้เอาประกันภัยทยอยแจ้งเคลมมาเป็นระยะ แต่เป็นช่วงเริ่มการติดต่อระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ซึ่งยังไม่มีเรื่องร้องเรียน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สนับสนุนยานพาหนะเพื่อขนส่งสิ่งของตามที่มีผู้บริจาค จากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมืองไปส่งหาดใหญ่ นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดรถ สำหรับรถที่ประสบภัยที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาแห่งที่1 และ แห่งที่ 2 (หาดใหญ่) และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจ ช่วยลดน้ำท่วม” เพื่อดำเนินการตรวจซ่อมสภาพรถยนต์จักรยานยนต์ที่มีความเสียหายไม่มาก โดยจะให้บริการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และจะขยายศูนย์ฯ ไปยังจังหวัดรอบ ๆ ต่อไป

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงข้อมูลทะเบียนรถ เพื่อให้เจ้าของรถสามารถค้นหาตรวจสอบรถของตนเองได้ โดยต้องทำทะเบียนคลุมไว้ทั้งหมด และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมการขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาที่ 2 แห่ง หรือโทร. สอบถาม ที่โทรสายด่วน 1584 1599 และ 191

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ เมื่อประชาชนติดต่อเข้ามา ต้องมีคนรับสายให้ข้อมูลได้แน่นอน รวมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์จุดซ่อมรถนอกจากนี้ ขอให้ส่วนหน้าดำเนินการสำรวจบ้านชั้นเดียว โดยเฉพาะเขต 8 เรื่องผู้เสียชีวิต รวมทั้งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนดังกล่าว สำหรับเรื่องรายงานผู้เสียชีวิตในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการรายงานสรุปยอดในเวลา 16.00 น.

ด้านกรมโยธาธิการและผังเมืองรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารหลังน้ำลด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สงขลาเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานสำหรับการตรวจสอบอาคาร” คาดว่าจะมีการเตรียมระบบอุปกรณ์และฐานข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหากพื้นที่ใดพร้อม ทีมงานจะสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ระดมช่างฝีมือในเครือข่ายลงพื้นที่ไปให้บริการซ่อมแซม รถจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องมือ เครื่องยนต์เล็กการเกษตร สร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในจังหวัดสงขลาจะมีจุดให้บริการอยู่ 5 จุด คือ

  1. วัดเกาะเสือ
  2. บริษัทสยามแบตเตอรี่ หาดใหญ่
  3. โรงเรียนแสงทองวิทยา
  4. โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา
  5. เทศบาลเมืองหาดใหญ่

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษาลงพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ

สำหรับการกำจัดซากสัตว์ กรมปศุสัตว์สามารถกำจัดซากสัตว์ได้แล้ว ได้แก่ ซากโคกระบือและแพะประมาณ 200 ตัว สุกร 25 ตัว และสัตว์ประเภทอื่น ๆ อีกประมาณ 20 ตัว ทั้งนี้ การกำจัดซากสัตว์ดำเนินการในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ และพื้นที่ของเอกชนที่ให้การสนับสนุน โดยพื้นที่ที่นำไปกำจัดจะอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัย คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 - 3 วัน

ส่วนเรื่องการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการแล้วประมาณ 45% ของพื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณตลาดกิมหยง และจะเพิ่มการจ่ายน้ำประปาไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามบิน และพื้นที่รอบข้าง ส่วนเมืองสงขลาจะดำเนินการจ่ายน้ำประปาไปที่สถานีโคกสูงภายในวันนี้ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำให้ครบทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ครบทั้งหาดใหญ่และสงขลาในอีก 2 - 5 วันข้างหน้า

ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือ ปภ. รายงานว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมาก และเรื่องที่ร้องขอส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสนับสนุนการเก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปภ. ได้ระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เข้ามาใช้สำหรับยืนยันข้อมูลของผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรมการปกครองจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด 

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนให้กับประชาชนพบว่า สามารถจ่ายไฟได้แล้ว 85 - 86% และเหลือผู้ใช้ไฟประมาณกว่า 23,500 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยพื้นที่สำคัญ ๆ อย่างโซนธุรกิจ ได้มีการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเกือบสมบูรณ์ 100% แล้ว

ทั้งนี้ ภายใน 1 - 2 วันข้างหน้า การไฟฟ้าฯ จะพยายามจ่ายไฟคืนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้บางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟได้นั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ปลอดภัยก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวงจะเข้าร่วมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย

ด้านกองทัพเรือรายงานว่า เรือหลวงอ่างทองได้กำหนดเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น. หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะฝากสิ่งของบริจาคเพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา กองทัพเรือพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่ามีโครงการสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างจ้างงานผู้ประกันตน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมประมาณ 500,000 ราย มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 12 เดือน  มี ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 7 แห่ง คือ ธ.ก.ส. EXIM Bank  ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ UOB ธ.ไทยเครดิต และ ธ.ทหารไทยฯ ที่จะเริ่มในธันวาคมนี้

โดยเงื่อนในการปล่อยสินเชื่อคือให้สำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนแยกตามขนาดของสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตน วงเงินจะแบ่งเป็น 15 ล้านบาท 30 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย สำนักงานประกันสังคมได้ทำเอ็มโอยูไว้กับทั้ง 7 ธนาคาร

ด้าน กสทช. รายงานว่า ในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ได้ใช้ระบบดาวเทียมเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารและติดต่อกันได้ หาก กฟภ. สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ครบทั้ง 8 จุด ระบบสื่อสารจะสามารถกลับมาครอบคลุมได้เต็ม 100% ภายในวันนี้

ส่วนมาตรการลดค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ จะปรับปรุงและวางโครงข่ายเสาสัญญาณใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าฟื้นฟู รร.บ้านคลองหวะ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนัก

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมลงพื้นที่ทำความสะอาดและฟื้นฟู โรงเรียนบ้านคลองหวะ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนไม่พร้อมต่อการจัดการเรียนการสอนและการใช้งานของนักเรียนและครู

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากโรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการดูแลเด็กและเยาวชนของชุมชน จึงช่วยลดภาระของผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งยังเป็นการคืนสภาพพื้นที่ให้กลับมาปลอดภัยและพร้อมใช้งานโดยเร็ว

การปฏิบัติของ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในวันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ ทั้งด้านการบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ และการสนับสนุนให้ชุมชนสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ตำรวจ CIB  ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเคียงข้างประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าฟื้นฟู รร.บ้านคลองหวะ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนัก สตริงเกอร์ กทม.
ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าฟื้นฟู รร.บ้านคลองหวะ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนัก

 

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ