Top-SEAGames2025 Top-SEAGames2025

เจ้าหน้าที่เทศบาลเปิดใจ ปัญหาใหญ่เยียวยาน้ำท่วม "ไม่จบที่ระบบออนไลน์"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจ้าหน้าที่เทศบาลสิงหนคร เปิดใจ ปัญหาใหญ่เยียวยาน้ำท่วม คือ "ไม่จบที่ระบบออนไลน์" แนะทางการโอนเงินให้เจ้าบ้านทันที วอนผู้กำหนดนโยบายคิดถึงผู้ประสบภัยเป็นอันดับแรก

จากกรณีน้ำท่วมภาคใต้ จนท.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายหนึ่ง เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงชัดเจนเกี่ยวกับการลดขั้นตอนและแบบฟอร์มต่าง ๆ หลังถูกตำหนิว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยย้ำว่าระเบียบของ ปภ. ตั้งแต่ปี 2550 กำหนดให้เก็บหลักฐานการช่วยเหลือไว้ตรวจสอบ พร้อมตั้งคำถามว่าหลักเกณฑ์ใดที่ลดขั้นตอนได้จริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญปัญหาระบบคีย์ข้อมูลล่ม และบ้านน้ำท่วม ทำให้การปฏิบัติงานล่าช้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมอบหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสั่งหรือคำพูดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง นั้น

เจ้าหน้าที่เทศบาลเปิดใจ ปัญหาใหญ่เยียวยาน้ำท่วม "ไม่จบที่ออนไลน์" รายการเที่ยงทันข่าว
เจ้าหน้าที่เทศบาลเปิดใจ ปัญหาใหญ่เยียวยาน้ำท่วม "ไม่จบที่ออนไลน์"

ล่าสุด ชลบงกช รอดส่งศรี เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสิงหนคร ผู้ไลฟ์สดเฟซบุ๊ก เปิดใจกับ PPTV ในรายการเปิดโต๊ะข่าว ว่า หลังจากที่ไลฟ์สดไป ก็ไม่ได้มีกระแสจากเบื้องบน มีแค่บอกว่า เราเป็นเหมือนวัวที่ชน เป็น “ด่านหน้า” เพราะประชาชนเราไม่มีความเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เทศบาลต้องมาทำ มันเกิดเพราะอะไร และความยุ่งยากที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเพราะเทศบาล

ชลบงกช กล่าวต่อว่า แม้ภาครัฐจะประกาศลดขั้นตอน แต่ในทางปฏิบัติยังเต็มไปด้วยข้อจำกัด บ้านที่มีเลขที่อาจลดเอกสารได้บ้าง แต่บ้านเช่าหรือบ้านไม่มีเลขที่ยังต้องใช้ใบรับรองจากผู้นำชุมชน และต้องผ่านกรรมการรับรองถึง 2 ใน 3 เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้อาศัยอยู่จริง ขณะที่ในพื้นที่สิงหนครมีบ้านไม่มีเลขที่กว่า 3,700 หลัง แต่มีเพียงราว 800 หลังที่สามารถจัดทำเป็นบ้านเลขที่ชั่วคราวได้

ชลบงกช มองว่า ปัญหาใหญ่ที่สุด คือ ระบบออนไลน์ที่ประชาชนถูกขอให้ลงทะเบียน กลับ “ไม่จบที่ออนไลน์” เพราะทุกคำร้องต้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าไปยืนยันในระบบอีกครั้ง ตอนนี้มีผู้มายื่นกว่า 11,000 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ 100 คน กลับคีย์ข้อมูลได้เพียง 6,436 ราย เพราะระบบล่มแทบตลอดเวลา ทำให้เทศบาลต้องประกาศให้ประชาชนหยุดเข้าระบบเยียวยา เนื่องจากคนเข้าระบบเยอะคีย์ข้อมูลไม่ได้

กรณีบ้านเช่ายิ่งซับซ้อนกว่าเดิม เพราะผู้เช่าต้องใช้เอกสารจากเจ้าของบ้าน แต่เจ้าของบ้านบางรายไม่ยอมให้เอกสาร หวังจะรับเงิน 9,000 บาทแทนผู้เช่าที่เดือดร้อนจริง ขณะที่หลักเกณฑ์เงินเยียวยาก็ระบุชัดว่าเป็นการให้ผู้ที่ “อาศัยอยู่จริง” ในช่วงวันที่ 22–29 พฤศจิกายน ไม่ใช่ให้เจ้าของบ้าน

จึงทำให้นายกเทศมนตรีกอง จันทร์สว่าง ต้องหาวิธีแก้ไข เช่น ให้ผู้เช่าทำคำร้องคัดค้าน หากมีผู้อื่นสวมสิทธิ์ และให้กรรมการชุมชนรับรอง 2 ใน 3 ว่าเป็นผู้อาศัยจริง

แต่ปัญหาคือทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เองต่างไม่แน่ใจว่าควรเขียนเอกสารอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องปรับเป็นแบบหนังสือรับรองการอาศัยอยู่จริงแทน หากหลังจากนี้มีการฟ้องร้องเพิ่มเติมยังมองไม่ออกว่าจะช่วยผู้ประสบภัยจริง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร คือมันต้องยืนยันว่าเขาเป็นผู้เช่า

ชลบงกช สะท้อนตรง ๆ ว่า หากภาครัฐต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจริง ๆ วิธีที่เร็วที่สุดคือ “โอนเงินให้เจ้าบ้านทันที” โดยใช้ข้อมูลปี 67 ทะเบียนราษฎร เลขบ้าน และพร้อมเพย์ที่รัฐมีอยู่แล้ว เพราะเขตภัยพิบัติถูกประกาศชัดเจนว่าครอบคลุมพื้นที่ใด การโอนให้เจ้าบ้านในพื้นที่ภัยพิบัติจะช่วยประชาชนได้เป็นแสนเป็นล้านทันที และท้องถิ่นจะเหลือภาระแค่จัดการเคสพิเศษ เช่น บ้านเช่า บ้านไม่มีเลขที่ หรือบ้านที่มีปัญหาข้อมูล

ชลบงกช เล่าว่า ปี 2567 เทศบาลได้ส่งข้อมูลเก่ามาแล้วกว่า 17,001 ราย ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนกว่า 40,000 คนเข้ามาลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด เพราะตอนนี้เป็นเพียงเฟสแรกของเงินเยียวยา 9,000 บาท ยังมีอีกหลายส่วน เช่น บ้านเสียหาย ประมง และปศุสัตว์ ที่กำลังจะตามมา ซึ่งทุกส่วนต้องใช้เอกสารคนละชุด ทำให้ท้องถิ่นแทบจะรับมือไม่ไหว

ชลบงกช ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่อยากบอกผู้กำหนดนโยบายคือ ขอให้คิดถึงผู้ประสบภัยเป็นอันดับแรก ระบบควรช่วยให้คนได้รับเงินเร็วที่สุด หากโอนตรงให้เจ้าบ้านตามข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว ปัญหาก็จะลดลง และเทศบาลพร้อมดูแลเคสที่เหลือทั้งหมด

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ