Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

"เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา" วันที่ 11 ธ.ค.68

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา" วันที่ 11 ธ.ค.68เข้าสู่การปะทะวันที่ 4 หลายพื้นที่ยังมีการปะทะต่อเนื่อง

ยังคงเกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากกรณีทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 บริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะกันขึ้นในพลายพื้นที่ และทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย

จนถึงวันนี้ 11 ธ.ค.2568 เข้าสู่วันที่ 4 ของสถานการณ์ เกิดการปะทะอย่างดุเดือดระหว่างทหารไทยและกัมพูชาตลอดแนวรบ ตั้งแต่พื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เรื่อยไปจนถึงจังหวัดจันทบุรีและตราด

ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 2
เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 11 ธ.ค.2568

นายอำเภอบ่อไร ประกาศ "เตรียม" เคอร์ฟิวพื้นที่อำเภอบ่อไร่ เย็นนี้

เวลา 17.30 น. ที่ว่าการอำเภอบ่อไร่ ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก เตือนประชาชนชาวอำเภอบ่อไร่เตรียมพร้อม โดยจะมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ช่วงเย็น โดย นายสุเมธ ตะเพียนทอง นายอำเภอบ่อไร ระบุว่า

"ด้วยจะมีประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในเวลาที่กำหนด ในพื้นที่อำเภอบ่อไร่เย็นวันนี้ จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน เตรียมอาหาร สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้พร้อมตั้งแต่บัดนี้ และรอฟังคำสั่งต่อไป และให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป"

"F-16" หย่อนไข่ยามเย็น! บึ้มกาสิโน-บ้าน 3 หลัง แนวรบตราด

เมื่อช่วงเวลา 16.40 น. เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force รายงานว่า เครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดจำนวน 2 ลูก ต่อตำแหน่งทหารกัมพูชาที่เขตกาสิโน-บ้านสามหลังที่แนวรบจังหวัดตราด ปฏิบัติการสำเร็จลุลวง F-16 บินกลับถึงฐานอย่างปลอดภัย

คาดทหารกัมพูชาเสียชีวิต 89 ราย

เวลา 15.30 น. “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร โพสต์ข้อความแจ้งว่า รบวันที่ 4 : ทัพภาค2 แถลงยิงทำลายฐานทหาร รอบปราสาทตาควาย แล้ว เหลือเนิน 350 ยังเข้าควบคุมไม่ได้ ถูกต่อต้านอย่างหนักจากอาวุธยิงสนับสนุน โดรน กับระเบิดของฝ่ายกัมพูชาหนาแน่น

แต่เข้าควบคุมพื้นที่ช่องอานม้า ได้บางส่วน, เข้าทำลายฐานปฏิบัติการข้าศึก บริเวณพื้นที่ซำแต, ยึดคืนพื้นที่ช่องระยี, ช่องเปรอ ถึงเส้นปฏิบัติการ แต่ยังถูกต่อต้านเป็นระยะ, ยึดพื้นที่คนาแล้ว 2 ที่หมาย และถูกตีโต้ตอบจากฝ่ายตรงข้าม

คาดว่า ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 89 ราย ทำลายรถถังT-55 ได้ 3 คัน ในพื้นที่พนมประสิทธิโส-ทำลายจรวด BM-21 ได้ 1 คัน -ทำลายระบบโดรน 64 ลำ ทำลายแอนตี้โดรน 1 ระบบ ห้วยตามาเรีย

กองทัพภาคที่ 2 ยึดพื้นที่ ช่องระยี–ปลดต่าง และพื้นที่ช่องคนา

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2568 (เวลา 09.00 น.) ตามที่ได้เกิดการสู้รบตามแนวชายไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอสรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

สถานการณ์ เมื่อเวลา 22.42 น. ได้เกิดเหตุปะทะขึ้น โดยฝ่ายทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน ได้แก่ ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด ยิงเข้ามายังที่ตั้งของฝ่ายเรา พร้อมทั้งมีการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทำการตรวจการณ์ในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ช่องบก, ช่องสะงำ, ช่องอานม้า, ปราสาทคนา, ปราสาทตาควาย และบริเวณเขาพระวิหาร

กองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการ ตอบโต้ตามหลักการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุน ได้แก่ ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด เพื่อสกัดกั้นและทำลายเป้าหมายทางทหาร ที่มีความสำคัญของฝ่ายตรงข้าม สามารถสร้างความเสียหายแก่ข้าศึกได้ในหลายพื้นที่ อาทิ การทำลายรถบรรทุกของข้าศึก, การโจมตีที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุน และการโจมตีที่ตั้งทางทหารของฝ่ายกัมพูชา

พื้นที่ช่องระยี–ปลดต่าง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายเราได้เข้าควบคุม ยึดพื้นที่ และได้ดำเนินการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการโต้กลับของฝ่ายตรงข้าม

พื้นที่ช่องคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ทำการรุกคืบเข้าตีต่อที่หมายตามแผนการปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ปัจจุบันสามารถยึดครองที่หมายสำคัญได้ และยังคงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมพื้นที่ให้เป็นไปตามแผน

สำหรับการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง มณฑลทหารบกในพื้นที่ ได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันกับฝ่ายปกครอง อาสาสมัครกิจการพลเรือน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการดำเนินการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ เข้าเวรรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน ดูแลรักษาทรัพย์สินของประชาชน และเฝ้าระวังพฤติกรรมบุคคลต้องสงสัย ที่อาจแฝงตัวเข้ามาลาดตระเวนหาข่าวในพื้นที่ ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชน

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการ ทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้อง อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุด

พาสื่อต่างชาติเห็นหลักฐานกับตา! ลงพื้นที่เสียหายจาก BM-21 

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 พ.อ.สมเด็จ พวงผกา หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย–ประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พันเอก ภาสกร ปลอดในเมือง รองผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 2 ให้การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ จากสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) สื่อตะวันออกกลาง และ China Media Group (CMG) ไชน่ามีเดียกรุ๊ป ในการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์

โดยคณะได้ลงพื้นที่บริเวณที่ได้รับความเสียหายจากกระสุน BM-21 รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูลล่าสุด และเข้าเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินสถานการณ์ และวางแนวทางช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และเร่งด่วน

เวลา 09.35 น. กระสุนปืนใหญ่ ตก ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จำนวน 2 ลูก เบื้องต้นได้รับรายงานบ้านเรือนความเสียหาย 1 หลัง (80%)

ส่งกำลังใจ ตชด.แนวหน้า 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งกำลังใจให้ "ตำรวจกล้า" ทุกนาย ยกย่องความกล้าหาญ "ตชด.แนวหน้า" สู้ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ปกป้องแผ่นดินไทย ตำรวจ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง“ ปกป้องเต็มกำลัง คุ้มภัยประชา

ทหารไทยพลีชีพรายที่ 9

เวลา 08.00 น. มีรายงานว่า ทีทหารกล้าพลีชีพเป็นรายที่ 8 คือ พลทหารชาญชัย ผดุงโชค (น้องสมาร์ท) อายุ 22 ปี กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 1 สังกัดกรมทหารราบที่ 112 กองพันทหารราบที่ 3 (ร.112 พัน.3) ตำแหน่งพลยิงปืนกล พลีชีพกลางสมรภูมิบึงตะกวน-บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จากการถูกกระสุนปืน ค. ฝ่ายกัมพูชาตกใส่

ส่วนรายที่ 9 คือพลทหารธนกร สิงหาชาติ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 211 กองพันทหารราบที่ 21 ตำแหน่งพลยิงลูกระเบิด 40 มม. ปืน M203 พลีชีพกลางสรภูมิปราสาทตาเมือนธม จากการถูกสะเก็ดกระสุน ปืน ค.ของฝ่ายกัมพูชา

ขณะที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่าจากสถานการณ์สู้รบที่ผ่านมา ทหารไทย สละชีพ แล้ว 9 นาย บาดเจ็บ กว่า 120 นาย ส่วนใหญ่จากการสู้รบ ในพื้นที่ กกล.สุรนารี กองทัพภาค2 และ กองทัพภาค1 เสียชีวิตคนแรก

ตราดแจ้งอพยพออกจากพื้นที่100%

เวลา 07.30 น. เพจ "สวท.ตราด" ซึ่งเป็นเพจของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดตราด แจ้งว่า ฝ่ายความมั่นคงขอความร่วมมือพิทักษ์ชายแดน วันนี้ (11-12-68) จะมีการปะทะรุนแรงและขยายพื้นที่

-ห้ามนำสิ่งของไปมอบในพื้นที่เสี่ยง

-ห้ามใช้มือถือในพื้นที่เสี่ยง ฝ่ายตรงข้ามจับสัญญาณโจมตีได้

-ให้บุคคลออกจากพื้นที่100%

โดยพื้นที่เสี่ยงคือ อ.เมือง 4 ตำบล อ.บ่อไร่-อ.คลองใหญ่ทุกตำบล 

โดรนติด ค.82 กองทัพภาคที่ 2
ทภ.2 พบโดรนติด ค.82 บินลอบโจมตีช่องอานม้า

เปิดยุทธวิธีโดรนกัมพูชาใช้ในพื้นที่ช่องอานม้า

กองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธวิธีโดรนที่กัมพูชาใช้ในพื้นที่ช่องอานม้า

  • ลักษณะโดรนที่ใช้จะเป็น FPV ติดลูก ค.82 มม. และใช้สายไฟเบอร์ออปติกในการบังคับ
  • จะมีโดรนชี้เป้าจำนวน 1 ตัว บินคอยดูสังเกตและแจ้งที่หมาย จากการฟังเสียงจะไม่มีรวดเร็วและบินได้นาน
  • โดรนพลีชีพจะทิ้งทำลายบริเวณช่องด้านหน้า หรือด้านหลังบังเกอร์ หวังให้สะเก็ดกระเด็นเข้าด้านใน / บางจังหวะมีลงจอดที่พื้นเพื่อประหยัดแบตและรอเป้าหมาย

สังเกตลักษณะการบินจะไม่ผ่านจุดที่มีสิ่งกีดขวางเยอะและบินเลือกเป้าไปกลับไปมา (ทำให้คาดว่าใช้สายไฟเบอร์ออฟติก)

การบังคับจากการสอบถามเพื่อนชุดโดรนที่ใช้ FPV จะสามารถควบคุมได้ 2 ลักษณะ

  • ให้บินตาม gps ขึ้นได้ทีละหลายลำ แต่จะบินมั่ว ชนกิ่งไม้ หรือตาข่ายง่าย
  • 2 ใช้คนบังคับทีละลำ ลักษณะจะบินหาที่มุดเข้าบังเกอร์ (อานม้าเจอลักษณะนี้)

ข้อสังเกต

  • คนบังคับน่าจะไม่ใช่ทหาร กพช. เนื่องจากมีสัญญาณเข้ามาวิทยุทางทหารโหมด CRL คำภาษาอังกฤษลงท้ายประโยคว่า finished …. / ประกอบกับจุดตรวจการณ์ จะตรวจพบ จยย. ขับลงไปหลังจากโดรนพลีชีพเงียบไป (ทั้ง 2 วันที่อานม้าโดน)

คำแนะนำ

ตาข่าย และการปิดหลัง รวมถึงช่องยิงช่วยป้องกัน / การยิงปืนทำลายได้ยากเนื่องจากบินเร็วมาก / ปืนแอนตี้โดรนยิงไม่ตก (อยู่ในบังเกอร์ก้มตัวต่ำครับ)

 

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่าตั้งแต่เวลา 04.35 น. ยังมีการปะทะกันต่อเนื่อง ในพื้นที่ช่องบก, ช่องอานม้า, พื้นที่ตาควาย, พื้นที่ตาเมือน ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 10 ธ.ค. 2568 (เวลา 17.00 น.)

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ โดยฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทยในหลายจุดสำคัญ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดย กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยปืนใหญ่ฝ่ายเรา ยิงไปยังที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนต่างๆ ของฝ่ายข้าศึกทุกพื้นที่ ตามหลักการป้องกันตนเอง ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด

สรุปการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชาห้วงตั้งแต่ 7-10 ธ.ค.68 เวลา 15.00 น. ฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธ BM-21 จำนวน 79 ครั้ง ลูกจรวด 3,160 นัด, ใช้ปืนใหญ่  จำนวน 122 นัด และใช้โดรน ทิ้งระเบิด(FPV) ต่อ ฝ่ายเรา จำนวน 63 ครั้ง 125 ลำ

พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการปฏิบัติการโจมตีหลายครั้ง ได้แก่ การใช้อาวุธยิงสนับสนุนและการใช้ระเบิดขว้างในพื้นที่ช่องอานม้า, เนิน 677 และตลาดช่องอานม้าฝั่งไทย

พื้นที่พระวิหารฝ่ายกัมพูชาใช้เครนก่อสร้างในพื้นที่เป็นจุดตรวจการณ์ โดยมีการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์ตรวจจับด้วยสัญญาณเรดาห์ ทำให้ในห้วงที่ผ่านมาฝ่ายทหารไทย ได้รับบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิต ในวันนี้จึงได้ดำเนินการยิงทำลายเครนก่อสร้างดังกล่าว เพื่อทำให้ฝ่ายกัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางทหาร

พื้นที่ปราสาทตาควาย ฝ่ายกัมพูชามีใช้โดรนพลีชีพ FPV จำนวนมาก  และ ชุด ชป.โดรน ฝ่ายเราถูกโดรนข้าศึกทิ้งระเบิด กำลังพลฝ่ายเราปลอดภัย ฝ่ายตรงข้ามมีการยิงปืนออกมาจากตัวประสาท ฝ่ายเราใช้พลซุ่มยิงในการยิงตอบโต้ ตามเหตุการณ์  และมีกระสุน BM-21 ตกในพื้นที่ อ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ ประมาณ 20 นัด

นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชายังใช้อาวุธยิงเข้าใส่พื้นที่พลเรือนฝ่ายไทย โดยในวันนี้ตรวจพบการยิงอาวุธจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ใกล้เคียง โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ ห่างประมาณ 500 เมตร ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้ประเมินความเสี่ยงแล้ว จึงต้องรีบแจ้งเตือนให้ดำเนินการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเจ็บเข้าที่ปลอดภัย

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือกำลังพลที่บาดเจ็บ หน่วยแพทย์กองทัพภาคที่ 2 ได้เตรียมความพร้อมในการรักษาพยาบาล โดยทำการจัดตั้งที่พยาบาลพร้อมให้การรักษาพลเรือน และกำลังพลทหารเพื่อช่วยชีวิตในภาวะวิกฤต ก่อนที่จะส่งต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลในเขตหลัง โดยการส่งกลับผู้ป่วยดำเนินการด้วยรถพยาบาลเป็นหลัก และในกรณีผู้ป่วยวิกฤต ได้ประสานใช้เฮลิคอปเตอร์พยาบาล (Sky Doctor) เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ