เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force ได้เปิดเผยคลิป ที่เห็นพื้นที่บ้าน 3 หลัง บริเวณ บ.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ในระยะไกล ซึ่งแสงไฟที่เห็นคือแสงไฟจากการยิงปะทะกันในบริเวณดังกล่าว
โดยทางเพจ ระบุว่า แนวรบตราดเดือด! นาวิกโยธินระดมยิงปืนใหญ่ ยิงลูกระเบิดโจมตีต่อตำแหน่งของฝ่ายผู้รุกราน ด้านเรือหลวงระดมยิงปืนเรือสนับสนุนปฏิบัติการยึดคืนผืนแผ่นดินไทย
บ้านสามหลัง เสียงระเบิดดังสะเทือนไกลกว่าสิบกิโลเมตร ถ่ายจากทะเลท่ามกลางความมืดมิด ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยสั่งห้ามเรือเข้าใกล้พื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ซึ่งบ้าน 3 หลังบริเวณบ้านชำราก ทางกองทัพเรือ มีความพยายามที่จะตีคืนมาตลอด 6 วันที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถยึดคืนมาได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้จะร้องขอให้ F-16 มาทิ้งระเบิดแล้วก็ตาม ทางเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ก็ได้เปิดพิกัดภูมิประเทศบ้าน 3 หลังนี้
พร้อมตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า "ตามภาพที่เห็นกัมพูชาน่าจะดัดแปลงบริเวณนี้เป็นที่มั่นแข็งแรงจนต้องให้เครื่องบินมาทิ้งระเบิดใส่ ขอให้ทหารนาวิกโยธินทุกนายปลอดภัยและทำภารกิจได้สำเร็จครับ"
ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บ้านหนองรี ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านท่าเลื่อน และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายภายในสวนทุเรียนของชาวบ้านและพื้นที่โดยรอบ หลังถูกกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชายิงตกใส่ระลอกใหญ่
จากการปูพรมตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดที่ระบุพิกัดได้ชัดเจนรวม 13 หลุม แบ่งเป็นหลุมระเบิดภายในสวนผลไม้จำนวน 11 หลุม ซึ่งทำงานสมบูรณ์แล้ว สร้างความเสียหายให้ต้นทุเรียนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บเศษสะเก็ดระเบิดที่เป็นวัตถุโลหะไปตรวจพิสูจน์เพื่อระบุชนิด
โดยจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือบริเวณถนนสุขุมวิท (ตราด-คลองใหญ่) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก พบหลุมระเบิด 2 หลุม โดย 1 ในนั้นเป็นระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (Unexploded Ordnance) คาดว่าตัวระเบิดจมลึกลงไปในชั้นดินใต้ถนนประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ EOD ประเมินแล้วว่ายังไม่สามารถขุดกู้ได้ในทันที จึงต้องนำกรวยยางมาวางปิดกั้นปากหลุมเพื่อเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนน ป้องกันอันตรายจากแรงสั่นสะเทือน
นายภิญโญ ดีหลาย กำนันตำบลชำราก เปิดเผยระหว่างนำตรวจสอบว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ยืนยันพบ 13 จุดที่ชัดเจน แต่ยังมีอีกหลายจุดในป่าลึกและพื้นที่เสี่ยงที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมกล่าวตอบโต้กรณีที่มีกระแสข่าวจากฝั่งกัมพูชาอ้างว่า ภาพความเสียหายในไทยเป็น "ข่าวปลอม" (Fake News) ว่า ขอให้ฝ่ายกัมพูชายอมรับความจริง หลักฐานหลุมระเบิดและสวนชาวบ้านที่เสียหายคือประจักษ์พยานว่ามีการยิงใส่เขตพลเรือนจริง