จากกรณีมีข้อห่วงใยโดยมีนักวิจารณ์ และนักวิชาการเปิดเผยผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ว่าอาจมีคนต่างชาติที่เป็นนักรบรับจ้าง บินเข้าไทยเพื่อปฏิบัติการเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของกำลังฝ่ายไทยทุกรูปแบบ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 68 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพชร ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้มีความห่วงใยในเรื่องนี้ นับแต่เริ่มมีการปะทะระหว่างไทย และกัมพูชาอีกระลอกอย่างรุนแรง
ในขณะที่ยังมีสายการบินพานิชย์บินระหว่างประเทศทั้งสองตามปกติ รวมถึงอาจมีกลุ่มนักรบต่างชาติ อาศัยโอกาสฟรีวีซ่าเข้าไทย เพื่อปฏิบัติการใด ๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหลังแนวรบทั้งในเขตไทย และการลักลอบผ่านแดนเข้าทางกัมพูชา
เมื่อ 11 ธ.ค. 68 ทาง สตม.ได้มีการประชุมผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าด่าน ตม.สนามบิน 5 สนามบิน ในสังกัด ตม.สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดกับคนสัญชาติที่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการเป็นภัยความมั่นคงหลังแนวรบ เช่น แอบผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าช่วยเหลือกัมพูชา หรือเป็นสายลับ หรือกระทำการอื่นใด โดยพุ่งเป้าหมายไปที่คนต่างชาติ 2 กลุ่ม ที่ใช้ฟรีวีซ่า เดินทางเข้าไทย ได้แก่
- กลุ่มนักรบรับจ้างในแถบยุโรปตะวันออก และเอเซียตอนบน
- กลุ่มคนกัมพูชา ที่บินไปเข้าไทย โดยใช้สิทธิฟรีวีซ่า ซึ่งช่วงเวลานี้ ทั้งสองฝ่ายยกระดับความขัดแย้งถึงขั้นการปะทะ จึงดูผิดวิสัยวิญญูชนปกติจะเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งหากมีธุรกิจตามกฏหมายในไทย ก็ให้กลับไปขอวีซ่าจากสถานทูตไทยมาให้ถูกต้องทุกราย เพื่อให้มีการคัดกรองจากต้นทางมาก่อน
โดยนับตั้งแต่มีเหตุการปะทะรุนแรง มีการปฏิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว ตั้งแต่ต้น ธ.ค. ถึง 13 ธ.ค. 68 รวม 185 ราย
อย่างไรก็ดี ทาง สตม.จะประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานข่าวความมั่นคง เพื่อหาข้อมูลข่าวเพิ่มเติมว่า มีข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างชาติที่เป็นนักรบรับจ้างหรือไม่ ซึ่งหากมีข้อมูลข่าวที่สามารถชี้เป็นตัวบุคคลได้ ก็จะช่วยโฟกัสกลุ่มต้องห้ามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบกับชาวต่างชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยโดยภาพรวม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไม่น้อยกว่าวันละ 75,000 ถึง 80,000 คน และเจ้าหน้าที่ ตม.หน้าด่าน มีเวลาตรวจหนังสือเดินทางไม่เกินรายละ 45 วินาที เท่านั้น
ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มความเข้มในการคัดกรองดังกล่าว อาจมีภาพความหนาแน่นของผู้โดยสารที่รอคิวเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง โดยเฉพาะ สุวรรณภูมิ ในช่วงชั่วโมงเที่ยวบินหนาแน่น แต่ทาง จนท.ตม.ได้มีการจัดกำลังพลทุกช่องตรวจ แม้มาตรการความมั่นคงจะส่งผลให้การรอคิวนานกว่าปกติจากเดิมไม่เกิน 20 นาที แต่ก็รอไม่เกินราว 45 นาทีเท่านั้น โดยยืนยันว่า ไม่กระทบกับการเดินทางเข้าออกของคนไทยแต่อย่างใด