Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” วันที่ 16 ธ.ค. 68

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” วันที่ 16 ธ.ค.68 เข้าสู่การปะทะวันที่ 9 จับตาสถานการณ์ทั้งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 1

ยังคงเกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่การปะทะล่วงเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว นับจากที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 บริเวณพื้นที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะกันขึ้นในหลายพื้นที่ และทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย

จนถึงวันนี้ 16 ธ.ค. 2568 เข้าสู่วันที่ 8 ของสถานการณ์ ยังคงเกิดการปะทะอย่างต่อเนื่องระหว่างทหารไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 1

ช่องอานม้า FB / Army Military Force
ทหารไทยยึดคืนเนิน 677 - 500 ช่องอานม้าสำเร็จ พร้อมชักธงชาติไทยเหนือสมรภูมิ

โป๊ะ! กัมพูชาใช้ AI ลบธงไทยที่ปราสาทตาควาย

หลังจากที่เมื่อวานนี้ 15 ธ.ค. 2568 ทหารไทยสามารถเข้ายึดคืนพื้นที่ปราสาทตาควายพร้อมวางลวดหนามได้สําเร็จ และได้อันเชิญธงชาติไทยขึ้นเหนือพื้นที่ตาควาย ล่าสุดมีรายงานระบุว่า พบมีการใช้เอไอ ลบธงไทยออกและใส่ธงกัมพูชาแทน

โดยทางกัมพูชานำภาพปราสาทตาควาย ที่ทหารไทยปักธงชาติไทยได้สำเร็จ ไปทำข่าวข่าวปลอม อ้างว่าทหารไทยเสียชีวิตและกัมพูชาสามารถยึดครองปราสาทตาควาย โดยการใช้ AI แอปพลิเคชันดังลบธงชาติไทยออก จากนั้นนำภาพธงชาติกัมพูชามาใส่ ขณะที่ชาวเน็ตพยายามช่วยกันตรวจสอบพบว่าไม่เนียน เพราะมีร่องรอยพยายามลบโลโก้แอปฯ ออก

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้นำภาพนี้มานำเสนอในการแถลงข่าวร่วม สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อ 16.00น. ที่ผ่านมา และชี้ให้เห็นจุดสังเกตว่ามีร่องรอยการพยายามลบโลโก้แอปฯ ดังกล่าวออก ยืนยันเป็นภาพปลอมที่สร้างขึ้นด้วน AI

ทหารไทยยึดคืน “ช่องอานม้า” ได้สำเร็จ 100%

เวลา 18:00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารไทยสามารถเข้ายึดคืนพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ได้สำเร็จ 100% พร้อมเชิญธงชาติไทย ปักบนดินแดนอธิปไตยไทย และเจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าเคลียร์พื้นที่อนุสาวรีย์ตาอม และตลาดช่องอานม้า โดยทหารไทยร้องเพลงชาติ เสียงดังกึกก้อง ภายหลังควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด สำหรับช่องอานม้า เป็นสมรภูมิหนึ่งที่ทหารไทยกับทหารกัมพูชาปะทะกันหนัก จนสุดท้ายทหารไทยสามารถยึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทยกลับมาได้

“บิ๊กเล็ก” ยันหยุดยิงเมื่อกัมพูชาหยุดเติมกำลัง-ถอนอาวุธ-หยุดท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ 

พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว หารือสถานการณ์ชายแดนกับกองกำลังบูรพา และเยี่ยมชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่มาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้าน และพูดคุยไถ่ถามถึงความเป็นอยู่ที่ศูนย์พักพิง

ภายหลังการตรวจเยี่ยม พลเอกณัฐพลให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามสถานการณ์จากการนำเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพยายามคลี่คลายสถานการณ์โดยใช้เวลาไม่มากและจะทำให้ดีที่สุด แต่ไม่อยากกำหนดเวลาเพราะจะทำให้เป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ ส่วนการหยุดยิง จะหยุดเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจนและเปิดเผย นั่นเป็นจุดตัดสินใจของเรา

ส่วนอุปสรรคสำคัญคือกัมพูชาเติมกำลังเรื่อย ๆ และยังมีท่าทีคุกคามและเป็นปฏิปักษ์ แต่เมื่อใดหยุดเติมกำลังหรือถอนกำลังที่เผชิญหน้าออกไปทั้งหมด ก็จะถือว่าสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์

ส่วนท่าทีของกัมพูชาขณะนี้ยังไม่มีท่าทีอ่อนลง ยังยิงเข้ามาฝ่ายไทยทุกวัน และสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจคือรัฐบาลกัมพูชาบอกว่าต้องการแก้ปัญหาด้วยวิธีสันติ อยากหยุดยิง แต่ยังเติมกำลังและยิงปะทะกับฝ่ายไทย ท่าทีนี้ทำให้ไม่สามารถวางใจได้ว่ากัมพูชามีความตั้งใจจริงที่จะหยุดยิงหรือไม่

และขณะนี้เริ่มมีประเทศที่ 3-4 เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา พลเอกณัฐพลระบุว่า ตอนนี้เราไม่มองประเทศอื่น ไม่ได้ห่วงว่าประเทศนั้น ประเทศนี้จะเป็นอย่างไร ตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มองเฉพาะกองทัพ ฟังเสียงกองทัพและฟังเสียงประชาชน ส่วนวันนี้ที่มาเยี่ยมเยียนประชาชน เพราะเป็นห่วงว่าต้องออกจากบ้าน ซึ่งชาวบ้านเป็นห่วงสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ จึงอยากมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชน

ส่วนอาวุธจากจีนที่ตรวจยึดได้ ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ส่งคืน เพราะแนวทางปกติของอาวุธสงครามที่ตรวจยึดได้คือนำไปใช้ประโยชน์หรือทำลาย แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกองทัพ

ส่วนกระแสข่าวอาวุธรับจ้างมีการคุมเข้มหรือมีสายข่าวอย่างไรบ้าง ประเด็นนี้มีการตรวจอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว อาจยังไม่มีความชัดเจน แต่ไม่ได้วางใจและไม่ประมาท ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนให้คอยสอดส่องดูแล หากตรวจพบว่ามีจริงก็จะดำเนินการ

ส่วนที่เชิญผู้นำชุมชนใน จ.สระแก้ว ไปพูดคุยหารือกัน ได้กำชับอะไรหรือไม่ พลเอกณัฐพลบอกว่า จริง ๆ เรื่องนี้กำชับและกวดขันตั้งแต่เริ่มปะทะเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ออกมาตรการปิดด่านเพื่อไม่ให้คนที่เป็นสายลับของฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย หากจะเข้ามาก็ต้องมีมาตรการตรวจสอบ ซึ่งมาตรการปิดด่านก็เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและกำลังพลของกองทัพที่ปฏิบัติงาน

 

เครื่องบิน F – 16 ทิ้งไข่  ทำลายคลังกระสุนปืนใหญ่กัมพูชา

เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force รายงานว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทิ้งระเบิดใส่ตำแหน่งฐานที่มั่นและคลังกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา ในพื้นที่แนวหน้าติดกับจังหวัดอุดรมีชัย เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

ครม. อนุมัติงบกลางฯ กว่า 2,000 ล้านบาท ให้ “กองทัพบก – กองทัพเรือ” บำรุงกองทัพ รองรับอริราชศัตรูยามฉุกเฉิน

นายสิริ​พงศ์​ อังค​สกุล​เกียรติ​ โฆษก​ประจำ​สำนักนายก​รัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบงบกลางตามคำขอของกระทรวงกลาโหม ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก

ซึ่งครั้งนี้เป็นการขอมาจากกองทัพบกและกองทัพเรือ รัฐบาลยินดีให้การสนับสนุนและได้อนุมัติไป 2,444,061,516  บาท แต่ขอไม่เปิดเผยในรายละเอียดว่าใช้ในกิจกรรมใดบ้าง โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการดูแลขวัญ และกำลังใจบำรุงกองทัพให้รองรับอริราชศัตรูในยามฉุกเฉินได้

ทภ.2 เตือน! พบซากโดรน-วัตถุจากโดรน ดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง พื้นที่พลเรือนไทย

เวลา 13.51 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ขณะนี้ พบวัตถุต้องสงสัยจากซากโดรนและวัตถุที่ตกจากโดรนในพื้นที่พลเรือนไทย มีการดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง อาจทำงานได้ทั้งจากถูกแรงกระทบและระบบการสั่งระเบิดจากระยะไกล รวมทั้งระบบไฟฟ้าสถิตจนทำให้เกิดการระเบิด ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด ให้รีบออกห่างจากจุดพบเห็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สรุปสถานการณ์ชายแดนหลายจุดยังดุเดือด!

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เวลา 11.00 น.)

จากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวมในห้วง 8 วันที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากการปฏิบัติของฝ่ายเราในหลายพื้นที่สำคัญ โดยมีแนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายเราในห้วงเวลา ดังนี้

พื้นที่ช่องบก : ฝ่ายกัมพูชาเร่งเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ปรับกำลังเข้าสู่การตั้งรับเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายชัดเจนในการยึดตรึงกำลังฝ่ายเรา และชะลอการรุกให้ได้นานที่สุด

พื้นที่ช่องอานม้า : ฝ่ายกัมพูชาประสบปัญหาการบังคับบัญชาอย่างรุนแรง สถานการณ์บีบคั้นจนมีแนวโน้มต้องถอนตัวไปยังแนวต้านทานที่ 2 มิฉะนั้นอาจถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์

พื้นที่สัตตะโสม – โดนตรวล – ซำแต : ฝ่ายกัมพูชาใช้การยิงสนับสนุนแบบ “ยิงแล้วย้ายฐาน” เพื่อลดความเสี่ยงจากการยิงโต้ตอบของฝ่ายเรา สะท้อนถึงความพยายามเอาตัวรอดท่ามกลางการครองอำนาจการยิงของฝ่ายเรา

พื้นที่พระวิหาร – ห้วยตามาเรีย : ฝ่ายกัมพูชาจำกัดการเคลื่อนไหว ซ่อนพรางกำลังและยุทโธปกรณ์อย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับและการทำลายจากอำนาจการยิงของฝ่ายเรา

พื้นที่ภูมะเขือ : จุดตรวจการณ์สำคัญแห่งนี้ถูกฝ่ายกัมพูชาระดมยิงกดดันอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการตรวจการณ์และการชี้เป้าของฝ่ายเรา

พื้นที่ช่องจอม – ช่องระยี – ปลดต่าง : เส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชาถูกตัดขาดอย่างมีนัยสำคัญ พื้นที่ส่วนหลังเริ่มมีความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นปัจจัยวิกฤตต่อการดำรงกำลังในพื้นที่แนวหน้า

พื้นที่ช่องคนา : ฝ่ายกัมพูชาพยายามรวมอำนาจการยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เพื่อยิงรบกวน แต่การปฏิบัติดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกตรวจจับและทำลาย ของฝ่ายเรา

พื้นที่ปราสาทตาควาย – เนิน 350 : ฝ่ายกัมพูชามีแนวโน้มดำรงการรบแบบหน่วงเวลา ใช้ที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงและยุทธวิธีซุ่มโจมตี เพื่อยึดตรึงกำลังฝ่ายเราและซื้อเวลา

พื้นที่ช่องกร่าง : ฝ่ายกัมพูชายิงฉากป้องกันตามคำขอ เพื่อขัดขวางการรุกของฝ่ายเรา เมื่อเข้าสู่พื้นที่สังหาร ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาฝ่ายเราได้รับความสูญเสีย

พื้นที่ปราสาทตาเมือน : ฝ่ายกัมพูชาสูญเสียขีดความสามารถในการรบอย่างชัดเจน จากการขาดแคลนอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด และยานเกราะ มีแนวโน้มต้องถอนตัว หรืออาจเลือกต้านทานเป็นระลอกสุดท้าย เพื่อรักษาเกียรติภูมิของหน่วย

กองทัพภาคที่ 2 สรุปแนวรบชายแดนไทย–กัมพูชา

วันที่ 16 ธ.ค.2568 รายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์แนวรบชายแดนไทย – กัมพูชาท วันที่ 15 ธ.ค.68 โดยกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามายังฝ่ายไทย ตั้งแต่เวลา  02.13 น.- 22.00 น.

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี

แนวรบช่องบก สถานการณ์ส่วนใหญ่ปกติ ตลอดทั้งวัน มีเพียงการตรวจพบโดรนของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะในช่วงเย็นและค่ำ ซึ่งฝ่ายเราใช้การลาดตระเวนทางอากาศและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่พบการปะทะขนาดใหญ่

แนวรบช่องอานม้า เป็นพื้นที่การรบเข้มข้นอีกจุดหนึ่ง ฝ่ายเราเปิดปฏิบัติการเชิงรุกต่อเนื่อง โดยเฉพาะ การเข้าตีและเคลียร์ที่หมาย ทั้งสองฝ่ายมีการปะทะด้วยปืนเล็กยาว /ปืนใหญ่ /ปืนทค. อย่างต่อเนื่อง ฝ่ายเราสามารถเข้าควบคุมที่หมายได้ตามแผน และวางกำลังเสริมความมั่นคง

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ

แนวรบพื้นที่ซำแต – โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม - พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า มีการข่าวรายงานว่า ฝ่ายกัมพูชา อนุมัติให้ยิง RM-70 โดยเป้าหมาย คือ ผามออีแดง สระตราว ตามาเรีย ภูมะเขือ

ฝ่ายเราได้ทำลายโรงจอดรถ 12 คัน ของกัมพูชา บริเวณแยกสวายจรุม ทำให้ไฟลุกไหม้และมีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง นอกจากนี้ฝ่ายเราได้ใช้ F-16 ทิ้งระเบิด ที่ทำหารกองพันสนันสนุน371 (พัน.สสน.371) และยิงทำลาย ที่ทำการ ตำรวจตระเวนชายแดน 795 ของฝากกัมพูชา (ทก.พัน.ตชด.795) ได้รับความเสียหาย 80%

แนวรบพื้นที่ ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย ทั้งสองฝ่ายมีการปะทะเป็นระยะๆ ด้วยปืนเล็กยางประปราย

แนวรบ ภูมะเขือ – โดนเอาว์ ไทยสามารถทำลายเสาสัญญาณของฝ่ายทหารกัมพูชา บริเวณช่องโดนเอาว์ และยังคงมีการปะทะด้วย ปืนเล็กยาว ประปราย ฝ่ายไทยใช้ ปืนใหญ่ยิงต่อต้าน ปืนใหญ่กัมพูชา เป็นห้วงๆ

โดยช่วงเย็นไทยได้ตรวจพบโดรนจำนวนมากบินหลายพื้นที่ สะท้อนถึงความพยายามของ กัมพูชาในการลาดตระเวนและกดดันทางอากาศ

แนวรบช่องสะงำ ไม่มีการสู้รบ สถานการณ์เฝ้าระวัง

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์

แนวรบ ช่องจอม - ช่องเปรอ - ช่องระยะฝ่ายไทยดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก ใช้การยิงข่มและการยิงทำลายเป้าหมายสำคัญของ กพช.อย่างต่อเนื่อง เข้าควบคุมที่หมายในพื้นที่ช่องระยีได้สมบูรณ์ พร้อมเสริมความมั่นคงที่ตั้ง

ไทยมีการใช้โดรนทิ้งระเบิด และยิง ปืนใหญ่ทำลายที่ตั้ง ทหารกัมพูชาและจุดต้องสงสัยหลายแห่ง โดยประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามได้รับความเสียหายสูง

แนวรบพื้นที่คนา ฝ่ายไทยสามารถทำการ ยึดที่หมาย และควบคุมพื้นที่ พร้อมทั้งทำการเสริมความมั่นคง ได้แล้ว

แนวรบพื้นที่ตาควาย ทหารกัมูชามีการยิงปืนกล และ BM-21 อย่างต่อเนื่องและหนาแน่น

นอกจากนี้ทหารกัมพูชา ยังได้ยิง BM-21 โจมตีพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 และยิง BM-21 ใส่ฐานทหาร และทหารกัมพูชายังคงใช้ โดรน FPV บินโจมตี ฐานทหารและบริเวณปราสาทตาควายหลายครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยสามารถยึดที่หมายสำคัญ และควบคุมพื้นที่ได้ พร้อมทำการเสริมความมั่นคงอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้มีข้อสังเกตสำคัญ คือ ทุกครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามยิง BM-21 จะมีโดรน FPV บินติดตามเข้ามาหลายลำ แสดงถึงการประสานการยิงกับอากาศยานไร้คนขับอย่างเป็นระบบ

แนวรบช่องกร่าง ทั้งสองฝ่ายมีการยิง ปืนใหญ่เป็นห้วงๆ มีกระสุน BM-21 ตกในพื้นที่ช่องกร่าง และพื้นที่ 255 นอกจากนี้ ทหารกัมพูชายิงได้ BM-21 ขึ้นมาจากด้านทิศใต้ช่องกร่าง ลงพื้นที่ช่องเสม็ดและปราสาทตาเมือน ซึ่งฝ่ายไทยได้เข้ารุกยึดครองปราสาทตาควาย และสถาปนาความมั่นคง (แม้จะมีการยึดครอง แต่ปราสาทตาควาย ยังคงมีการสู้รบและถูกโจมตีอย่างหนักจากกัมพูชาด้วยอาวุธหนัก BM-21 อย่างต่อเนื่องและหนาแน่น

แนวรบพื้นที่ตาเมือนธม ช่วงเช้ามืดตรวจพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์ฝ่ายตรงข้ามและมีการใช้อาวุธวิถีโค้งยิงใส่ฝ่ายเรา ฝ่ายเราทำการยิงโต้ตอบจน กพช.หยุดยิง

ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์

แนวรบช่องสายตะกู ปรากฏมีการยิงตอบโต้กันด้วยปืน ค. และปืนเล็กยาว ประปราย มีการยิงตอบโต้ด้วย ปืน ค. และ ปืนใหญ่ อย่างหนาแน่นเวลา

โดยสรุป สถานการณ์ตามแนวชายแดนมีลักษณะ การปะทะเป็นช่วงๆ ในพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ตาควายและช่องอานม้า ฝ่ายตรงข้ามพึ่งพา จลก. BM-21, ปืนใหญ่ , เครื่องยิงลูกระเบิด และโดรน FPV อย่างชัดเจน

ขณะที่ฝ่ายไทยเน้นการรุกเชิงระบบ ใช้ ปืนใหญ่ และการเข้าตีภาคพื้น ใช้โดรนทิ้งระเบิด เพื่อทำลายที่ตั้งและโครงสร้างการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม

ผลการปฏิบัติภาพรวมถือว่า ฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่เป้าหมายสำคัญได้หลายจุด , ลดขีดความสามารถในการสั่งการและการยิงของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีนัยสำคัญ ขวัญกำลังพลโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี สถานการณ์ช่วงค่ำหลายพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังภัยจากโดรนและการยิงระยะไกลอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไป

ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 ธ.ค. 2568 มีรายงานว่า กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 17 (ร.17 พัน 2) บ้านกระทิงดำ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง แห่งกองทัพบกไทย ได้ปฏิบัติการเข้ายึดคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณ เนิน 677 และเนิน 500 ในพื้นที่ช่องอานม้าได้สำเร็จ

หลังการยึดคืนพื้นที่ ทหารกล้าได้ดำเนินการอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาเหนือเนินทั้งสองแห่ง เพื่อประกาศอธิปไตยของประเทศไทยเหนือดินแดนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ทหารไทยได้ส่งโดรนติดธงชาติไทยขึ้นบินเหนือช่องอานม้า เพื่อเป็นการ "เทิดเกียรติวีรบุรุษผู้สละชีพ" ในสมรภูมินี้ด้วย

ทหารกล้าพลีชีพเพิ่มอีก 1 นาย

มีรายงานว่า เมื่อช่วงคํ่าเวลา 19:00 น. ของวันที่ 15 ธ.ค. 2568 จ.ส.อ กฤษฎา หาญสุโพธิ์ (จ่าดูไบ) กองกำลังรบพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ร.3 พัน 3) ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ได้พลีชีพระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ