สถานการณ์การปะทะพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา เข้าสู่วันที่ 11 นอกจากทหารกัมพูชา จะใช้จรวด BM-21 โจมตีใส่ฝั่งไทยแล้ว ยังมีการใช้จรวด RM-70 โจมตีใส่ฝั่งไทย ในพื้นที่บ้านหนองจาน – บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว อีกด้วย โดยเพจ Army Military Force ได้โพสต์คลิปทหารกัมพูชายิงจรวด RM-70 ใส่ฝั่งไทย พร้อมระบุข้อความว่า ทหารกัมพูชาปล่อยคลิประดมยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 โจมตีบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว เมื่อคืนวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่เพจ thaiarmedforce.com โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์การสู้รบฝนพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 โดยระบุว่า กองทัพภาคที่ 1 เหมือนกลับมาจุดที่ต้องพยายามใหม่อีกครั้ง เท่าที่กองทัพภาคที่ 1 รายงาน ฝ่ายไทยไม่สามารถควบคุมพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วได้แล้ว เท่ากับว่าเมื่อรวมกับอีกสองจุดคือ บ้านคลองแผง และบ้านหนองจาน ทุกอย่างต้องพยายามใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้พื้นที่สระแก้วเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้ตั้งแต่ช่วงสงครามเย็นแล้วว่า เป็นพื้นที่เหมาะสมจุดเดียวในการใช้รถถัง และยานเกราะเข้าปะทะกัน กองทัพไทยคาดการณ์ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้วว่า ถ้ากองกำลังต่างชาติจะรุกรานไทย จังหวัดสระแก้วคือพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด
ดังนั้นหน่วยทหารในกองทัพภาคที่ 1 ที่รับผิดชอบพื้นที่นี้ จึงมีหน่วยยานเกราะอยู่ค่อนข้างมาก ทั้งหน่วยทหารม้าและทหารราบ ซึ่งเมื่อเกิดการปะทะชายแดนไทยกัมพูชา ขึ้นมาจริง ๆ ก็ทำให้เราเห็นสงครามรถถังระหว่างรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่รถถังไม่สามารถทำงานได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องทำงานร่วมกับทหารราบ การยึดครองพื้นที่ให้ได้จึงต้องประสานงานกันหลายส่วน ในภูมิประเทศที่มีความเฉพาะ แม้ไม่ใช่งานที่ควรจะยาก แต่คาดว่าอาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้งานที่ จ.สระแก้ว ยากกว่าที่ควรจะเป็น
อย่างแรกคือภูมิประเทศกองทัพภาคที่ 1 เป็นที่โล่ง ทำให้ไม่มีภูมิประเทศเป็นที่กำบังหรือเครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ ไม่เหมือนกับพื้นที่ในกองทัพภาคที่ 2 ที่ถ้าใครยึดเขาหรือหน้าผาได้ จะเป็นเครื่องกีดขวาง แต่ในพื้นที่ จ.สระแก้วเป็นที่ราบโล่ง ดังนั้นปกติแล้วไทยเราต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อป้องกันตนเอง เช่นบังเกอร์ ที่มั่นดัดแปลงต่าง ๆ
ประเด็นที่สอง ในพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เลย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ชาวกัมพูชาเข้ามาตั้งบ้านเรือนมานานหลายสิบปี การยึดพื้นที่ได้ก็คือการเข้าไปในที่โล่ง ๆ มีแต่บ้านคน ซึ่งไม่สามารถรับมือการโจมตีอะไรได้มากนัก เมื่อกัมพูชายิงใส่บ้านเรือนของคนกัมพูชาเอง ทำให้เราอยู่ลำบาก
ส่วนประเด็นสุดท้าย คือเมื่อยึดพื้นที่ได้แล้ว ปกติต้องสถาปนาแนวรับ ซึ่งคือการวางกำลังเพื่อตั้งรับ เตรียมตัวดัดแปลงที่มั่นต่าง ๆ หรือส่งหน่วยในแนวหน้า ดันกำลังของอีกฝ่ายออกไปให้ไกลขึ้น และสร้างแนวระวังป้องกันจนไม่สามารถใช้อาวุธยิงเข้ามาในพื้นที่ ที่เราจะยึดครองได้ เมื่อสถาปนาแนวรับเสร็จก็จะกลับมาตั้งรับ
แต่เนื่องจากเราไม่สามารถรุกออกนอกเส้นปฏิบัติการตามแผนที่ 1 : 50,000 ได้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตรงนี้ได้ ซึ่งหมายถึงเราไม่มีช่องว่างและพื้นที่ให้หน่วยที่ยึดครองให้สถาปนาแนวรับ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามยิงอาวุธสนับสนุน หรือแม้แต่อาวุธเล็งตรงเข้ามา ฝ่ายเราก็จำเป็นต้องถอนตัว
โดยการจำกัดการรุก ตามแนวจำกัดการรุกที่ทับพื้นที่ที่เราต้องการยึดครองแบบนี้ ยังลดขีดความสามารถของหน่วยทหารราบยานเกราะ ซึ่งมีความคล่องแคล่วในการปฏิบัติงาน ทำให้เราเสียฉากหน้าในการกำบังให้กับกำลังที่ยึดครองพื้นที่ เมื่อถูกยิงอาวุธสนับสนุนเข้ามา ทำให้เราไม่สามารถสถาปนาแนวรับได้และต้องถอนตัว จากนั้นต้องดำเนินกลยุทธ์เพื่อเข้าไปใหม่นั่นเอง