วันนี้ (21 ธ.ค. 68) หลายพื้นที่ที่ทหารไทยสามารถยึดคืนได้สำเร็จ โดยพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา
ปักธงชาติไทย! ปลิวไสวเหนือเนิน 350
กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงภาพทหารไทยปักธงไตรรงค์บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ บริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควาย หลังจากสามารถเข้าควบคุมพื้นที่และผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมข้อความระบุว่า “ขอบคุณทหารทุกนาย ที่ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยชาติไทย ณ เนิน 350 ปราสาทตาควาย”
แนวรบพระวิหารยังเดือด! พื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงสนับสนุนเป็นระยะตลอดวัน
ผู้สื่อข่าว PPTV รายงานสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงดุเดือดอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ได้ยินมีเสียงปืนใหญ่จากฝั่งไทยยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น
แนวรบเขาพระวิหาร ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงดุเดือดอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ได้ยินมีเสียงปืนใหญ่จากฝั่งไทยยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงเย็น
ทีมข่าวเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้ยินเสียงเครื่องบินรบบินเหนือฟ้า ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น และในจุดที่ทีมเขาเฝ้าสังเกตการณ์นั้น บริเวณสันเขา พบว่ามีแสงไฟ และกลุ่มควันพวยพุ่งอยู่หลายครั้ง
ขณะที่ในพื้นที่ชุมชน วันนี้ยังคงเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่ผู้นำชุมชน และ ชรบ. ออกมาตั้งด่านสกัดเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากว่าทั้งหมดต้องอพยพเข้าไปอยู่ในบังเกอร์ และยังไม่อนุญาตให้ชาวบ้านกลับเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด
ทร. ค้นบ้านหนองรี-กาสิโนทมอดา พบแผนผังตำแหน่งทุ่นระเบิด-อาวุธเพียบ!
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกแถลงประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน
ภายหลังจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ บ้านหนองรี และ บ้านท่าเส้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร ได้ตรวจพบวัตถุพยานจำนวนมากที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อันแสดงถึงการวางแผนและการกระทำโดยเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ได้แก่
การตรวจพบ แผนผังแสดงตำแหน่งการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและทุ่นระเบิดดัดแปลง ในพื้นที่บ้านหนองรี ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อประสงค์ต่อชีวิตทหารไทย
การตรวจพบ คลังอาวุธและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงจำนวนมาก ในพื้นที่บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) ซึ่งยืนยันถึงการที่ฝ่ายทหารกัมพูชาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ โดยมีครอบครองและการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นรายที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการคุกคามต่อชีวิตมนุษย์โดยไม่เลือกเป้าหมาย ทั้งต่อทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอยืนยันว่า การใช้ การวาง และการคงไว้ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในลักษณะดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน และเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในประชาคมระหว่างประเทศ
กองทัพเรือจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในระดับรัฐต่อไป รวมถึงการแจ้งต่อประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงการละเมิดอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา
ทั้งนี้ กองทัพเรือขอยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของกำลังพล และความมั่นคงของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้การกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ถูกเพิกเฉยหรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด
นย.ตราด ยกพลขึ้นบก ประสาน "F-16" บึ้มกาสิโนทมอดาสร้างล้ำเขตไทย
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ปฏิบัติการยกพลขึ้นบกเข้าควบคุมพื้นที่เป้าหมายบริเวณ “ทมอดา” ก่อนประสานกองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ปฏิบัติการทิ้งระเบิดจำนวน 10 ลูก ทำลายอาคารคาสิโนทมอดา รวมถึงอาคารที่พักอาศัยของ พ.ท.ตึม ยอ อดีต หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา–ไทย ซึ่งก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย
พื้นที่ปฏิบัติการดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ตรงข้ามบ้านซ็องก็อมเทมย ตำบลทมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา
ภายหลังการโจมตีทางอากาศ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดได้นำกำลังทหารรบ พร้อมยานเกราะ เคลื่อนที่เข้าตรวจค้นพื้นที่และยึดที่หมายทั้งหมดได้อย่างเรียบร้อย ถือเป็นการปิดภารกิจตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ นาวิกโยธินได้เผยแพร่ถ้อยแถลงย้ำ จิตวิญญาณของกำลังพล ระบุว่า แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน แต่จิตวิญญาณของทหารนาวิกโยธินยังคงยึดมั่นในเกียรติประวัติและความกล้าหาญที่บรรพชนได้จารึกไว้ พร้อมสืบสานปณิธานและรักษาเกียรติภูมิแห่งกองทัพเรือไว้ด้วยชีวิต
พร้อมย้ำคำขวัญอันเป็นเอกลักษณ์ “เมื่อ นย.เหยียบฝั่งพลัน เหตุคับขัน จักคลี่คลาย”
ทภ.1 ขอประชาชนพื้นที่ 4 อำเภอ จ.สระแก้ว งดเข้าที่พักอาศัย เนื่องจากมีปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายฝั่งกัมพูชา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 ธ.ค. 68 กองทัพภาคที่ 1 ออกประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เนื่องจากปัจจุบัน กกล.บูรพา มีการปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา อ.โคกสูง อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน 4 อำเภอชายแดน จ. สระแก้ว
"งดเข้าพื้นที่พักอาศัยของตน และให้อพยพไปยังศูนย์ฯ ตามที่ทางราชการจัดให้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย"
ทั้งนี้ ขอให้รับฟังข่าวสารและติดตามการแจ้งประกาศจากส่วนราชการในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ
เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ ประกาศให้ประชาชนอพยพ เนื่องจากความไม่สงบชายแดน
เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ ประกาศ เนื่องจากความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ และในพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิง หากไม่มีรถยนต์ให้เดินทางมาขึ้นรถได้ที่ อาคารกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป ขอให้รับฟังข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หรือทางราชการเท่านั้น
“F-16” หย่อนไข่บึ้มคลังอาวุธ เขตภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา
เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force รายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. เครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดใส่ตำแหน่งคลังอาวุธในเขตภูมิภาคทหารที่ 5 ของกองทัพกัมพูชา ด้านหลังภูเขาพนมพกาม ตำบลพกาม อำเภอสวายเช็ก จังหวัดบันเตียเมียนเจย (บันทายมีชัย)
ทร. ยันกัมพูชาไม่ได้ถูกไทยข่มขู่ ปมรื้อเขื่อนกันคลื่นชายแดนทางทะเล
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีมีการอ้างว่ากองทัพเรือไทย ยื่นข้อเสนอให้ฝ่ายกัมพูชารื้อถอนเขื่อนกันคลื่นในพื้นที่ชายแดนทางทะเลบริเวณหลักเขตที่ 73 ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
โดยกองทัพเรือ ไม่ได้มีการข่มขู่ หรือเจรจา แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดการปะทะตามแนวชายแดน กองทัพเรือได้มีการเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายกัมพูชารื้อถอนเขื่อนกันคลื่นดังกล่าว
ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และแสดงความกังวลต่อการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งได้มีการยื่นหนังสือแสดงความห่วงกังวล ขอให้มีการระงับการดำเนินการและพิจารณาผลกระทบในประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน
ทั้งนี้ เนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล
ทภ.2 ยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องในพื้นที่ทหาร ดัดแปลงจากทุ่น TM-57
กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยรายละเอียดการตรวจยึดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องจากพื้นที่ทางทหารซึ่งอยู่ในความควบคุมของฝ่ายกัมพูชา หลังพบการรุกล้ำเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการทางทหารและใช้เป็นพื้นที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์
จากการตรวจสอบ พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบขึ้นเอง โดยใช้ทุ่นระเบิดต่อสู้รถถังแบบ TM-57 ร่วมกับดินระเบิดคอมโพซิชัน C-4 หรือสารระเบิดแรงสูง เชื้อปะทุไฟฟ้า สายไฟ เศษโลหะ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุ่น TM-57 ถูกนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธแสวงเครื่อง เพื่อใช้เป็นระเบิดบังคับทิศทาง หรืออาจเป็นระบบสั่งระเบิดจากระยะไกล
รับร่าง 2 ทหารกล้า สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิอย่างสมเกียรติ
โดยที่ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ญาติของจ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา เดินทางเข้ามารับศพ 2 ทหารกล้า เพื่อนำร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยมีทหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการในจังหวัดสุรินทร์ ต่างก็มาตั้งขบวนรอรับศพของทหารกล้าทั้ง 2 นาย เพื่อสดุดี และส่งทหารกล้ากลับภูมิลำเนาอย่างสมเกียรติ
ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เดินทางเข้ามาร่วมพิธีส่งร่างของ 2 ทหารกล้ากลับสู่ภูมิลำเนาด้วยเช่นกัน
ด่วน! ทหารช่างนาวิกโยธิน เหยียบทุ่นระเบิดบ้านหนองรี ขณะเสริมความมั่นคงพื้นที่ เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล
เมื่อเวลา 09.14 น. วันที่ 21 ธ.ค. 2568 เกิดเหตุทหารช่างนาวิกโยธินประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจจัดทำที่มั่นเสริมความแข็งแรงในพื้นที่บ้านหนองรี ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
ผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมา จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา โดยเหตุเกิดบริเวณชุมชนที่มีบ้านเรือนประมาณ 3 หลัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา เจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ก่อนเร่งนำตัวส่งรพ.เพื่อรับการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทหารไทยปักธงเนิน 350 ยึดปราสาทตาควายสำเร็จ นำร่างวีรชน 2 นายกลับ
กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาประจำวันที่( 20 ธ.ค. 2568) ตลอดทั้งวันตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบสำคัญ คือ
ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี
พื้นที่ช่องบก ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ
พื้นที่ช่องอานม้า ยังไม่พบการรุกขนาดใหญ่จากฝ่ายกัมพูชา และฝ่ายไทยมีการปรับการยิงอาวุธสนับสนุนไปยังพื้นที่เป้าหมายตามสถานการณ์
ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่ซำแต – โดนตรวล – ภูผี – สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า เกิดการปะทะในระดับเบาบาง ไม่มีการใช้อาวุธปืนใหญ่ แต่ยังมีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิดและปืนเล็กยาวเป็นระยะ ตรวจพบเหตุระเบิดในพื้นที่ฝ่ายกัมพูชา คาดว่าเป็นคลังกระสุนของทหารกัมพูชา ทั้งนี้ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงปืนใหญ่อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่หมู่บ้านตามี และแนวทิศใต้ของภูมะเขือ
พื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรียทหารกัมพูชาพยายามเข้าตีบริเวณประตูเหล็ก ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการปะทะกันด้วยปืนเล็กยาวและเครื่องยิงลูกระเบิดกันต่อเนื่อง โดยฝ่ายไทยใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงตอบโต้ โดยเน้นเป้าหมายบนภูผีและห้วยตามาเรีย ทางฝ่ายกัมพูชาตอบโต้ด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง
โดยในช่วงบ่ายถึงเย็น ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้าตีซ้ำบริเวณประตูเหล็ก แต่ฝ่ายไทยสามารถสกัดกั้นไว้ได้ฝ่ายไทยตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV/FPV) ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะบริเวณยอดภูมะเขือ และฝ่ายไทยสามารถทำลายเสาสัญญาณต้านอากาศยานไร้คนขับของฝ่ายตรงข้าม บริเวณเนิน 333
พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์ – พลาญยาว – พลาญหินแปดก้อน ยังคงตรวจพบอากาศยานไร้คนขับแบบ FPV บินขึ้นจากบริเวณยอดภูมะเขือและทั้งสองฝ่ายมีการยิงปะทะเป็นครั้งคราว ไทยเราไม่ประมาณ ตรวจสังเกตุการณ์ตชอด 24 ชั่วโมง
ชายแดนจังหวัดสุรินทร์
พื้นที่ช่องจอม – ช่องเปรอ – ช่องระยีไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่สำคัญ
พื้นที่คนา เป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยยิงสกัดกั้นการเสริมกำลังและการลำเลียงกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ด้านลึก
พื้นที่ตาควาย ฝ่ายกัมพูชาใช้รถถังยิงโจมตีฐานทหาร โดยกำลังพลฝ่ายไทยปลอดภัยทุกนายและทำการตอบโต้ไปยังเป้าหมายทางทหารกัมพูชาทันที นอกจากนี้ยังตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับในหลายฐาน สะท้อนการลาดตระเวนด้านข่าวกรองอย่างเข้มข้น
ฝ่ายไทยสามารถยึดที่หมายได้สำเร็จ ทำการกวาดล้างพื้นที่และจัดตั้งฐานที่มั่น โดยได้มีการเคลื่อนย้ายร่างทหารที่เสียชีวิต 2 นาย ออกจากพื้นที่เนิน 350 เพื่อไปประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ
พื้นที่ช่องกร่าง ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่สำคัญ
พื้นที่ตาเมือนธม ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่สำคัญ
ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์
พื้นที่ช่องสายตะกรู ไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ
โดย กองทัพภาคที่สอง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สมรภูมิเนิน 350 ไม่ได้มีเพียงผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี "ผู้กล้า" ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ 5 วัน สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง เพื่อนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติ
ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกีรยติยศ คือหัวใจ ของคำว่า "ไม่ทิ้งกัน"
ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนาย
ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน 20 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. ระบุว่า กองกำลังบูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย - กัมพูชา เป็นวันที่ 13 โดยมีการรบปะทะเพื่อยึดครองพื้นที่ ใน 3 พื้นที่
1.พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา
2.พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง
3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง
เปิดภาพเหตุการณ์ สะพานโอรุจิก แห่งนี้ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 68 อยู่ในอำเภอจงกาล จังหวัดอุดรมีชัย ห่างจากชายแดน ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ราว 62 กิโลเมตร เปิดให้ใช้มานานกว่า 10 ปี เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด เสียมราฐและจังหวัดอุดรมีชัย ในกัมพูชา
หลังได้รับการโจมตีจาก F-16 ของกองทัพอากาศไทย เป็นการตัดเส้นทางขนส่งกำลังบำรุงของกัมพูชา หลังตรวจพบการเคลื่อนไหวของยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้าสู่พื้นที่แนวหน้า ซึ่งเป็นภัยต่ออธิปไตยไทย