ยังคงเกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่การปะทะล่วงเข้าสู่วันที่ 15 แล้ว นับจากที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 บริเวณพื้นที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะกันขึ้นในหลายพื้นที่ และทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย
ล่าสุดวันนี้ เวลา 05:00 น. มีรายงานว่าเครื่องบินรบขับไล่ F-16 ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดต่อฐานที่มั่นทางทหารกัมพูชา ในพื้นที่ตาพระยา-บึงตะกวน
เปลี่ยนท่าที? สหรัฐฯ จี้กัมพูชาเลิกวางระเบิด
สหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์จี้ไทย - กัมพูชาหยุดยิง ถอนอาวุธหนัก ยึดข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ แต่ที่น่าสนใจคือท่าทีที่บอกให้กัมพูชาเลิกวางระเบิด
โทมัส ทอมมี่ พิกอตต์ หัวหน้ารองโฆษกสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยแถลงการณ์ระบุว่า “สหรัฐอเมริกายังคงเรียกร้องให้กัมพูชา และไทยยุติการสู้รบ ถอนอาวุธหนัก หยุดการวางกับระเบิด และดำเนินการอย่างเต็มที่ตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งรวมถึงกลไกการเร่งรัดการเก็บกู้กับระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และการแก้ไขประเด็นชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 แจงเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงฉุกเฉิน ขณะปฏิบัติภารกิจ ในพื้นที่ จ.สุรินทร์
วันนี้ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 17.19 นาฬิกา กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีเกิดเหตุอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ ฮท.212 ของกองทัพบก เสียการควบคุมจนต้องทำการลงฉุกเฉิน ณ สนามบินสุรินทร์ภักดี จ.สุรินทร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นาย ได้แก่ พ.ต.สุชาติ นาคเจริญ (นักบิน) , จ.ส.อ.กิตติพงษ์ ฉิมไทย (ช่างเครื่อง) และ จ.ส.ต.เอกรินทร์ จิตริต (ช่างเครื่อง) ปัจจุบันได้นำผู้ป่วยเจ็บเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธินเรียบร้อยแล้ว สำหรับรายละเอียดของการเกิดเหตุนั้น จะได้มีการตรวจสอบต่อไป
“กองกำลังบูรพา” ทำลายอาคารสแกมเมอร์ 2 หลัง “กัมพูชา” ใช้ตั้งเป็นฐานซุ่มยิง
เวลา 13.50 น. กองกำลังบูรพา ปฏิบัติการทำลายเป้าหมายอาคาร 2 หลัง บริเวณฝั่งปอยเปต ตรงข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ซึ่งมีการพิสูจน์ทราบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อาคารดังกล่าวเป็นที่ตั้งของเครือข่ายสแกมเมอร์ และฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งพลซุ่มยิง โดยได้ทำการยิงเข้าใส่ฝ่ายเราในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ
นอกจากนี้ได้รับการพิสูจน์ทราบว่ามีการติดตั้งระบบแอนตี้โดรนภายในอาคาร ซึ่งฝ่ายเราได้คำนึงถึงการตอบโต้แบบได้สัดส่วน จึงได้ใช้ปืนยิงโจมตีต่อเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้อง ภายหลังการโจมตี สามารถสร้างความเสียหายให้กับอาคารดังกล่าว และไม่มีการยิงตอบโต้มาจากฝ่ายกัมพูชา นอกจากนั้นยังทำให้เครือข่ายสแกมเมอร์หลบหนีออกจากอาคาร แต่ไม่มีรายงานพลเรือนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
“กองทัพภาคที่ 2” เผยพื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย – ช่องคนา กัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่โจมตีต่อเนื่อง
เวลา 13.50 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 22 ธันวาคม 2568
จังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่เบาบางในพื้นที่ มีการใช้อากาศยานไร้คนขับทั้งแบบตรวจการณ์ และโดรนพลีชีพ FPV ฝ่ายเราใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ยิงทำลายต่อที่ตามแผนเชิงรุก และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีต่อที่มั่นข้าศึก
จังหวัดสุรินทร์
พื้นที่ช่องจอม - ช่องระยี - ปลดต่าง : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยปืนเล็ก และเครื่องยิงลูกระเบิด ใส่ฝ่ายเราเป็นห้วงๆ ฝ่ายเราสถาปนาที่มั่นตั้งรับ และใช้โดรนทิ้งระเบิด ต่อที่หมายหน้าฐานเคียงเมือง
พื้นที่ช่องคนา : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ เป็นห้วงๆ ฝ่ายเราทำการเสริมความมั่นคงในพื้นที่ และใช้ปืนใหญ่ยิงที่หมาย ที่ตั้งบัญชาการ และอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชาทางทิศใต้ช่องคนา
กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่อไป
ผลประชุมรัฐมนตรีอาเซียน เห็นชอบไทย-กัมพูชาประชุม JBC วันที่ 24 ธ.ค. นี้
เวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เพื่อหารือหนทางยุติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ได้สิ้นสุดลงแล้ว
โดยเบื้องต้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุมจบลงโดยยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง แต่ตัวแทนของฝ่ายไทยและกัมพูชาจะนัดหารือในระดับคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) ในวันที่ 24 ธ.ค. นี้ โดยคาดว่าจะจัดขึ้นที่ชายแดนบริเวณ จ.จันทบุรี
โดยระหว่างการประชุม ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา เรียกร้องให้มีการหยุดยิงภายในเวลา 00.00 น. ของคืนวันที่ 22 ธ.ค.
แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่มีผู้ใดเห็นชอบ ขณะที่ต่อมาฝ่ายไทยเรียกร้องให้กัมพูชาส่งคำขอหยุดยิงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังไทย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เสนอว่า เจ้าหน้าที่ไทยและกัมพูชาจะพบกันในวันที่ 24 ธ.ค. ที่แนวชายแดนในจังหวัดจันทบุรีของไทย โดยไทยยินดีกับการกลับมาหารือเรื่องการหยุดยิงอีกครั้ง
“การหารือจะจัดขึ้นภายใต้กรอบของคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) ซึ่งมีอยู่แล้ว ... และกำหนดการประชุมคือวันที่ 24 ธ.ค. ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา” รัฐมนตรีต่างประเทศไทยกล่าว
เขาเสริมว่า “จุดยืนของเราคือ การหยุดยิงไม่ได้มาจากการป่าวประกาศ แต่ต้องมาจากการกระทำ”
นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไทยและกัมพูชาต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาส่วนจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญ แต่ปัญหาต้องได้รับการแก้ไขแบบทวิภาคี
“สำหรับการหยุดยิง เราต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน เนื่องจากการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของไทย” นายสีหศักดิ์กล่าว
รมว.ต่างประเทศไทยเสริมว่า “การหยุดยิงจะใช้เวลานานเท่าที่จำเป็น เราต้องการคำมั่นสัญญาที่แน่วแน่และแผนการดำเนินการโดยละเอียดเกี่ยวกับการหยุดยิงเบื้องต้น”
นายสีหศักดิ์ยังคงยืนกรานให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ข้อของไทยสำหรับการหยุดยิง ได้แก่ การหยุดยิงก่อน การทำให้การหยุดยิงเป็นรูปธรรมเพื่อให้คงอยู่ได้ และการร่วมมือกับไทยในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน
หลังหารประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชาและไทยกำลังประชุมไตรภาคีอีกครั้งกับรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย โมฮัมหมัด ฮาซัน เพื่อหารือเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้
สธ.เฝ้าระวังชายแดนไทย–กัมพูชา เร่งเยียวยาจิตใจผู้อพยพหลังพบเครียดสูง
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ร่วมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงสาธารณสุขยังเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ใน 7 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดสระแก้วมีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขรองรับหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นแล้ว สำหรับภาพรวมโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงกลับมาเปิดให้บริการได้บางส่วน คงเหลือปิดบริการ 10 แห่ง ได้แก่ รพ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, รพ.กันทรลักษ์ รพ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, รพ.กาบเชิง รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สุรินทร์, รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์, รพ.ตาพระยา รพ.โคกสูง รพ.คลองหาด และ รพ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่วน รพ.สต. ยังปิด 180 แห่ง
สำหรับศูนย์พักพิงลดลงเหลือ 848 จุด มีผู้เข้าพักรวม 167,395 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 52,549 คน ยังต้องเน้นเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางเดินอาหารที่มีปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากอาหารที่เตรียมไว้เป็นเวลานานและไม่ได้อุ่นร้อน รวมทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคบางแห่งมีการปนเปื้อน นอกจากนี้ ยังเร่งสำรวจเด็กอายุ 9 เดือน - ต่ำกว่า 5 ปี ในศูนย์พักพิง เพื่อทำทะเบียนเด็กที่ไม่มีประวัติหรือไม่มีหลักฐานการได้รับวัคซีน และจัดให้ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ในส่วนการดูแลด้านสุขภาพจิต มีการคัดกรองเชิงรุกต่อเนื่องในประชาชน 204,058 ราย พบเครียดสูงสะสม 1,494 ราย และเสี่ยงทำร้ายตนเองสะสม 286 ราย บุคลากรทางการแพทย์ 10,517 ราย พบเครียดสูงสะสม 595 ราย เสี่ยงทำร้ายตนเองสะสม 184 ราย ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลทางจิตใจ และมีการติดตามผู้ที่มีความเครียดสูงและเสี่ยงทำร้ายตัวเองจนกว่าอาการจะดีขึ้นเป็นปกติ รวมทั้งมีการติดตามดูแลสุขภาพจิตครอบครัวและญาติของทหารที่สละชีพทุกรายอย่างใกล้ชิด
สดุดีทหารกล้า “ส.อ.กัมปนาท ทองแสง” สละชีพปกป้องแผ่นดินไทย ชายแดน จ.สระแก้ว
“กองทัพภาคที่ 1” ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว “ส.อ.กัมปนาท ทองแสง” สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2568
กองทัพภาคที่ 1 ขอเชิดชูเกียรติในความเสียสละทำหน้าที่ชายชาติทหารปกป้องแผ่นดินไทยด้วยชีวิต ทั้งนี้จะดูแลจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ และดูแลสิทธิต่างๆให้กับครอบครัวอย่างครบถ้วนต่อไป
กัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือน
เวลา 09:10 น. เพจ "Army Military Force" แจ้งว่าทหารกัมพูชาตั้งใจใช้เครื่องยิงลูกระเบิดโจมเขตพลเรือนฝั่งไทย ลูกระเบิดตกใส่ยุ้งข้าวของชาวบ้าน จนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว
โดยผู้สื่อข่าวพีพีทีวีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากระสุนปืนจากฝั่งกัมพูชาตกใส่ยุ้งข้าวของชาวบ้านจนเกิดเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง แต่ช่วงสายเจ้าหน้าที่ได้ดับไฟเรียบร้อยแล้วและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพออกไปอยู่พื้นที่ปลอดภัย ส่วนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ช่วงเวลาเกิดเหตุได้หลบอยู่ในหลุมหลบภัย
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างตึงเครียด ช่วงกลางดึกมีรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบท่าอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนบินเหนือท้องฟ้าในพื้นที่สีแดงหลายลำ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นโดรนของฝั่งไหน ส่วนในพื้นที่สีแดงเข้มมีรายงานว่าเริ่มปะทะกันตั้งแต่ตี 3 เสียงดังต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ปลอดภัยบางจุดที่อยู่ห่างจากพื้นที่สีแดงหลาย 10 กิโลเมตร เริ่มได้ยินเสียงปะทะระยะไกลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้อัปเดตสถานการณ์ในพื้นที่ล่าสุด กัมพูชายิง BM-21 เข้ามา 2 ชุด ประมาณ 80 ลูก และเกิดการปะทะตลอดแนวใน 3 พื้นที่
สหรัฐฯ เรียกร้องอีกครั้ง
ทอมมี พิกกอตต์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ว่า สหรัฐฯ ได้เรียกร้องอีกครั้งให้ไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง โดยขอให้ทั้งสองประเทศถอนอาวุธหนัก ยุติการวางทุ่นระเบิด และปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างครบถ้วน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ขานรับการที่ผู้แทนชาติสมาชิกอาเซียนจะประชุมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างเต็มที่ในการยุติความขัดแย้งครั้งนี้
กัมพูชาชูแคมเปญ “ท่องเที่ยวปลอดภัย”
ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการเมืองเสียมเรียบของกัมพูชา รวมตัวกันออกแคมเปญ "Still Cambodia" พร้อมติดแฮชแท็ก #SafeInSiemReap เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวไปทั่วโลกว่า กัมพูชายังคงปลอดภัยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเช่นเดิม
จากข่าวประชาสัมพันธ์ของความร่วมมือ Still Cambodia ระบุว่า ตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศมักพาดหัวข่าวที่ก่อให้เกิดคำถามต่อนักท่องเที่ยว หุ้นส่วน และภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่า "เสียมเรียบ" ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยอยู่หรือไม่
ในความเป็นจริงแล้ว เสียมเรียบ แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดของกัมพูชา อันเป็นที่ตั้งของนครวัด-นครธมนั้น มีความปลอดภัย สงบ และธุรกิจต่าง ๆ ยังคงเปิดให้บริการอยู่ วิถีชีวิตประจำวันยังคงดำเนินอยู่อย่างปกติ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนอย่างปกติ
ดังนั้น ทาง Still Cambodia จึงเห็นว่า การพาดหัวข่าวถึงความไม่ปลอดภัยในเสียมเรียบนั้น จึงเป็นเรื่องที่ "เกินจริง" และแคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางคณะกรรมการการท่องเที่ยวกัมพูชา ให้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยการเชิญภาคธุรกิจ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสาธารณชน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือ
สรุปสถานการณ์วันที่ 21 ธ.ค. 68
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 รายงานสรุปสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประจำวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ตลอดทั้งวันยังคงเกิดการปะทะด้วยอาวุธหนัก โดยเฉพาะการใช้ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างหนาแน่น ในพื้นที่ผามออีแดงและภูมะเขือ
รายงานระบุว่า ฝ่ายไทยยังสามารถคุมจังหวะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง และมีการรวมอำนาจการยิงเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหลายครั้ง รวมถึงการใช้โดรนทิ้งระเบิดโจมตีที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีการใช้รถถังยิงตอบโต้ในช่วงค่ำ แต่ยังไม่สามารถผลักดันแนวรบได้สำเร็จ โดยสถานการณ์ในพื้นที่ช่องอานม้า–ช่องบกยังคงปกติ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการขยายสมรภูมิในหลายแนวพร้อมกันของฝ่ายตรงข้าม
ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี
พื้นที่ช่องบกพบการยิงอาวุธประจำกายเป็นระยะ ลักษณะยิงตรวจแนว ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายกัมพูชาถอนกำลังไปตั้งแนวรับที่สอง ห่างจากพื้นที่สู้รบราว 10 กิโลเมตร และใช้โดรนบินตรวจการณ์ฝ่ายไทย
ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่ซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ถือเป็นพื้นที่ที่มีการยิงปืนใหญ่และปืนครกตอบโต้กันรุนแรงที่สุด ฝ่ายกัมพูชายิงกดดันเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณเขาสัตตะโสมและภูผี ขณะที่ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ไปยังจุดตรวจพบการยิงหลายครั้ง พร้อมใช้โดรนทิ้งระเบิดทำลายที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนได้รับความเสียหายหนัก
บริเวณผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ทั้งสองฝ่ายปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและปืนค. ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน มีการยิงประปราย โดยฝ่ายกัมพูชายังคงเฝ้าตรวจและยิงกดดันเป็นระยะ
ชายแดนจังหวัดสุรินทร์
พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี รวมถึงพื้นที่คนา ฝ่ายไทยสถาปนาที่หมายและตรึงกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่คนา ฝ่ายกัมพูชาใช้รถถังยิงเข้ามาในฝั่งไทย แต่ไม่เกิดความสูญเสีย
พื้นที่ตาควาย ฝ่ายไทยสามารถยึดที่หมายเนิน 350 และตั้งฐานที่มั่นได้สำเร็จ ระหว่างการใช้รถ JCB เคลียร์พื้นที่ รถเหยียบกับระเบิดทำให้ยางล้อหน้าเสียหาย แต่กำลังพลปลอดภัย ต่อมาพบการยิงจากฝ่ายกัมพูชามายังยอดเนิน และในช่วงเย็นตรวจพบการเคลื่อนยานรบ จึงใช้ปืนยิงสกัดไว้
ขณะที่พื้นที่ช่องกร่าง และตาเมือนธม ฝ่ายไทยตรึงกำลังตลอดแนว โดยพื้นที่ตาเมือนธม ฝ่ายกัมพูชายิงจรวด BM-21 มายังด้านทิศใต้ของปราสาทตาเมือน
ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์
พื้นที่ช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว
นอกจากนี้ ในพื้นที่ส่วนหลัง จังหวัดสุรินทร์ ตรวจพบจรวด BM-21 จำนวน 4 ลูก ตกในพื้นที่ทิศใต้บ้านหนองจูบ หมู่ 2 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือการสูญเสีย
กองทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่า โบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การนำพื้นที่โบราณสถานไปใช้ติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ หรือระบบต่อต้านโดรน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลที่ทุกประเทศต้องเคารพ
ฝ่ายไทยยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองโดยชอบ หลังมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและเป็นจุดโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย พร้อมย้ำยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมุ่งรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน