เกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 26 ธ.ค. 68 เข้าสู่วันที่ 19 ประเด็นที่ยังคงต้องจับตาในวันนี้คือ การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 3
ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 9 ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่ปราสาทตาควาย ปรากฏว่า ยังพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มเติมใกล้กับจุดที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ
ปอยเปตเปิดฉาก! ทหารไทยยิงกระสุนส่องสว่าง เปิดปฏิบัติการทหาร
เมื่อเวลา 21.49 น. เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force โพสต์ภาพพร้อมรายงานสถานการณ์บริเวณปอยเปต ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ทหารไทยได้ยิงกระสุนส่องสว่างไปยังบริเวณดังกล่าว เพื่อเปิดปฏิบัติการ หลังพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชาสะสมกำลังพลและอาวุธบริเวณดังกล่าว
ทภ.1 เสริมกำลังเข้าปอยเปต หลังพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา
กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา รายงานการตรวจพบความเคลื่อนไหวของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา พื้นที่ปอยเปต ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และฐานที่มั่นสำคัญของฝั่งกัมพูชา โดยพบการจัดตั้งที่มั่นทางทหาร รวมถึงการเตรียมความพร้อมของอาวุธสนับสนุน และการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเก็บและสะสมยุทโธปกรณ์
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมนำกำลังทหารฝ่ายไทยเข้าพื้นที่เช่นกัน เพื่อทำลายเป้าหมายทางทหารฝ่ายกัมพูชา กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า การดำเนินการใด ๆ จะอยู่ภายใต้กรอบของการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ โดยคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
"กัมพูชา" ระดมยิง BM-21 บ้านหนองจาน ทหารไทยพลีชีพ 3 นาย
เมื่อเวลา 18.42 น. วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร รายงานว่า กัมพูชา ทำการระดมยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีใส่พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เบื้องต้นได้รับรายงาน ทหารไทยพลีชีพ 3 นาย แบ่งเป็นทหารชั้นประทวน 1 นาย พลทหาร 2 นาย บาดเจ็บ 17 นาย
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว
- จ.ส.อ.พงศกร นาคทองดี
- พลทหาร ปฏิพัทธิ์ ศรประดิษฐ์
- พลทหาร ทิวตะวัน พลเยี่ยม
สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อ 26 ธ.ค.68 กองทัพภาคที่ 1 ขอเชิดชูเกียรติในความเสียสละทำหน้าที่ชายชาติทหารปกป้องแผ่นดินไทยด้วยชีวิต ทั้งนี้จะดูแลจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ และดูแลสิทธิต่าง ๆ ให้กับครอบครัวอย่างครบถ้วนต่อไป
นายกฯ เผย GBC ไทยเสนอหยุดยิง 72 ชม. หากกัมพูชาทำได้ จ่อปล่อย 18 เชลย
เมื่อเวลา 15.10 น. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม สมช. โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
จากนั้นเมื่อเวลา 17.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า การประชุมวันนี้นอกจากประชุม สมช.แล้ว ยังเป็นการประชุม คณะรัฐมนตรีตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน
โดยที่ประชุมมีมติให้ รมว.กลาโหมไปร่วมประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) กับ รมว.กลาโหมกัมพูชา วันที่ 27 ธ.ค. ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งจะยังคงอยู่ในกรอบของปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใน 4 ข้อหลัก ถ้า รมว.กลาโหลม ตกลงกันที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนที่จะลงนามก็จะอยู่ในซึ่งจะเรียกอะไรไม่สำคัญ
แต่ความสำคัญคือต้องไม่รุกรานยั่วยุและลดความเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่ง พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะเลขา จีบีซี ได้หารือมาสองวันแล้ว และได้รายงานให้ทราบถึงแนวโน้มที่ดีถ้าเป็นไปอย่างที่ท่านว่าก็น่าจะหาข้อยุติที่ดี ที่ทำให้ประเทศไทยยังดำรงอธิปไตยและสถาปนาบูรภาพแห่งดินแดนตามจุดที่เป็นเป้าหมาย ที่กองทัพกำหนดไว้ได้
เมื่อถามว่าข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงเรารับได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อกำหนดที่ประเทศไทยขอให้เขายอมรับ และถ้าทำได้เราก็จะพิจารณาปล่อยทหารที่เราควบคุมไว้
เมื่อถามว่ามีคนตั้งคำถามว่าไว้ใจกัมพูชาได้มากแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีความพร้อม ถ้าจะไปบอกคุณต้องรักษาสัญญาเราทำมากี่รอบแล้ว แต่ในวันนี้เราต้องถามว่าประเทศไทยได้สิ่งที่ตัวเองต้องการในเบื้องต้นแล้วหรือยัง ซึ่งกองทัพได้รายงานว่าบรรลุเป้าหมายการประกาศบูรณภาพแห่งดินแดนแล้ว
เมื่อเราควบคุมดินแดนต่าง ๆ ที่เคยไม่ใช่ของเราได้ก็สามารถที่คุยกับเขาได้ และสิ่งที่ร่างมาครั้งนี้ตนได้สอบถามว่ากัมพูชาเห็นและยอมรับแล้วใช่หรือไม่ก็ได้รับรายงานว่านี้คือของล่าสุดที่เพิ่งออกมาเห็นตรงกันแล้วก็นับจากวันนี้
เมื่อถามว่า นายฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชา โอเคในร่างที่จะลงนามนี้แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ถือเป็นการพูดคุยในระดับตัวแทนรัฐบาล ไม่ทราบว่ากัมพูชาได้รับความเห็นชอบนี้จากไหน แต่ถ้ามีการลงนามโดยตัวแทนรัฐบาลในวันที่ 27 ธ.ค. ไว้ใจไทยได้แน่นอนว่ารักษาข้อตกลงเสมอ และขอให้การลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งสุดท้าย จะได้เกิดสันติภาพในทันที่ประชาชนจะได้กลับบ้าน
เมื่อถามว่าระหว่าง 72 ชม.ที่หยุดยิงหากมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก นายอนุทิน กล่าวว่า กองทัพต้องรักษาอธิปไตย เรื่องการเจรจาก็ต้องเจรจา หากการเจรจามีข้อตกลงมันก็มีไทม์ไลน์ของมันอยู่
ที่ผ่านมาเมื่อลงนามแล้วหยุดยิงหลังจากนั้น 6 ชั่วโมงตนไม่ยอม ครั้งนี้หากลงนามแล้วก็ต้องหยุดยิง ณ เวลานั้นต่างคนต่างฝ่ายต้องหันไปสั่งการว่าให้ดำเนินการตามนั้นเราก็ต้องเริ่มจากจุดนี้ก่อน เมื่อถามว่าเราเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวไม่ตอบคำถามดังกล่าว
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ ฮุน มาเนต บ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ตั้งแต่มีเหตุระลอกล่าสุดยังไม่ได้คุย เพราะผมไม่ยอมคุยแล้วเนื่องจากคุยแล้วไม่เห็นอย่างที่พูด ผมคุยล่าสุดตอนที่เราเซ็นปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ วันที่ 26 ต.ค. ก็พยายามพูดคุยกันว่าจะไปทำให้ทุกอย่างให้เป็นไปตามปฏิญญา แต่พอมันเกิดเบรกขึ้นมาเราก็ต้องมาว่ากันใหม่ ตัวผมไม่ได้คุยแต่มีคณะกรรมการจีบีซีและเจบีซีพูดคุยอยู่”
เมื่อถามว่าระยะเวลา 72 ชั่วโมง หากมีการยิงมาจากกัมพูชา เราตอบโต้ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอนเราใช้กฎแห่งการปะทะเป็นกติกาที่เราต้องดำเนินการฉะนั้นมันยังมีกลไกที่ยังทำให้เราสามารถรักษาธิปไตยและปกป้องดินแดนของเราได้อย่างเต็มที่ประชาชนไม่ต้องกังวล
เริ่มประชุม สมช. จับตาผลเจรจาหยุดยิงไทย–กัมพูชา
เวลา 15.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล
โดยบรรยากาศก่อนการประชุม มีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านความมั่นคงเข้าร่วมหารือ อาทิ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
สำหรับวาระสำคัญ คือ การพิจารณาผลการเจรจาหยุดยิง ผ่านกรอบการประชุมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่จ.จันทบุรี ซึ่งจะมี 2 แนวทาง คือ 1. หากที่ประชุม GBC ได้ข้อยุติ จะนำไปสู่การพิจารณาแนวทางต่อไป โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปลงนามที่จังหวัดจันทบุรี ส่วนแนวทางที่ 2 หากที่ประชุม GBC ไม่ได้ข้อยุติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม จะไม่เดินทางไปลงนามข้อตกลงใดๆ
อย่างไรก็ตาม “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวสายทหาร อาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “72ชม. สมช.ถก ข้อตกลงหยุดยิง 27ธค. รมว.กห.เตรียมลงนาม วัดใจ 72 ชม. เขมรทำได้จริงหรือไม่ คาดจบ ก่อนปีใหม่”
เวลา 14.30 น.ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหาร ยึดและควบคุมแนวรบในพื้นที่บ้านหนองจานเป็นที่เรียบร้อย เตรียมสถาปนาที่มั่นตามแนว และดำเนินการยิงด้วยอาวุธสนับสนุน ตอบโต้เพื่อควบคุมพื้นที่และรักษาที่มั่น
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 โดย กกล.บูรพา สามารถยึดและควบคุมพื้นที่ทั้ง 3 แนวรบ : บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง และบ้านหนองจาน อ.โคกสูง
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ขอขอบคุณเหล่าทหารที่มุ่งมั่น ยืดหยัดต่อสู้กับภัยคุกคามอย่างถึงที่สุด ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทหารพราน, ตำรวจตะเวนชายแดน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการจังหวัด, ส่วนราชการในพื้นที่, ประชาชนจิตอาสาทุกหมู่เหล่า และประชาชนคนไทยที่ส่งกำลังใจสนับสนุนภารกิจนี้มาโดยตลอด
ที่สำคัญขอขอบคุณพี่น้องประชาชน 4 อำเภอชายแดน ที่เข้าใจสถานการณ์ อดทนเสียสละ อพยพจากบ้านเรือนของตน เพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ
กัมพูชารับข้อเสนอฝ่ายไทยหลังถกร่างข้อตกลงถึง 5 ครั้ง
เวลา 14.15 น. การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ระดับเลขานุการวันสุดท้ายเสร็จสิ้นลงแล้ว หลังฝ่ายกัมพูชาขอพักการประชุมและเดินทางกลับประเทศไปตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่าไม่ได้เดินทางกลับเข้ามาร่วมประชุมที่ด่านถาวรบ้านผักกาด
ด้าน พลเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนเดินทางกลับที่พักว่าการเจรจาระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชามีการแลกเปลี่ยนร่างข้อเสนออย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยได้รับร่างข้อเสนอฉบับที่ 5 จากกัมพูชาช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ก่อนที่เช้าวันนี้จะมีการประชุมเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทยและการหารือแบบทวิภาคีในลักษณะ “โฟร์อาย” เพื่อย้ำจุดยืนของแต่ละฝ่าย
ในการประชุมฝ่ายไทยได้ชี้แจงประเด็นในร่างฉบับที่ 5 ที่ยังไม่เห็นด้วยและส่งข้อสังเกตกลับไปให้กัมพูชาพิจารณา จากนั้นกัมพูชาได้ส่งร่างข้อเสนอฉบับที่ 6 กลับมาให้ฝ่ายไทยแล้ว
ทั้งนี้ฝ่ายไทยเตรียมนำร่างข้อเสนอฉบับล่าสุดเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เพื่อพิจารณาตามกระบวนการ หากการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คาดว่าวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมในระดับรัฐมนตรี โดยจะเดินทางมาถึงพื้นที่ในเวลาประมาณ 09.00 น. และเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการในเวลา 10.00 น. ที่ ด่านถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ส่วนสถานการณ์ทั้งหมดยังต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลการพิจารณาร่างข้อเสนอฉบับที่ 6 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเจรจาครั้งนี้
โดยจากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมโดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด พบการติดตั้งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 อีกจำนวน 4 ทุ่น วางเรียงต่อเนื่องตามเส้นทางเคลื่อนที่ของกำลังพล โดยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงประมาณ 30 เซนติเมตร ลักษณะการวางทุ่นดังกล่าวสะท้อนถึงการจงใจมุ่งหมายให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่สัญจรผ่านพื้นที่อย่างชัดเจน
กองทัพบกขอยืนยันว่า หลักฐานเชิงประจักษ์ดังกล่าวบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากล
ทั้งนี้ กองทัพบกจะรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และรายละเอียดทั้งหมด ส่งมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูต และยกระดับการชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศในเวทีนานาชาติอย่างเป็นทางการต่อไป โดยกองทัพบกขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และขอย้ำว่าการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี เป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมโลก
ประชุม GBC ระดับเลขานุการวันสุดท้าย
09.05 น. ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ระดับเลขานุการ วันสุดท้าย ฝ่ายกัมพูชาเดินทางถึงด่านผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยใช้ประตูเล็กด้านข้าง
โดยมี พันเอกกรวรานนท์ กลั่นพรมสุวรรณ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงพนมเปญ เดินไปรับ พลตรีแญม โบราเดน รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และคณะ
จากนั้นได้เดินผ่านด่านไปประชุมที่อาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.จันทบุรี และเริ่มประชุมทันทีในเวลา 09.10 น. โดยใช้ห้องประชุมชั้น 3 และอนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพก่อนเริ่มประชุมเพียง 3 นาที
10.24 น. การประชุม GBC ระดับเลขานุการวันสุดท้าย เป็นไปด้วยความเคร่งเครียดหลังเริ่มประชุมได้เพียง 24 นาที ซึ่งมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาขอพักการประชุมและเดินทางกลับประเทศกัมพูชา แต่ไม่ระบุเวลาชัดเจนว่าจะเดินทางกลับมาร่วมหารืออีกหรือไม่
และจากการสังเกตพบว่า พลตรีแญม โบราเดน รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา มีสีหน้าเคร่งเครียด
รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ คุย “ฮุน มาเนต”
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ธ.ค. 68 ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าและแนวทางในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพต่อไป เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย
รัฐมนตรีรูบิโอระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย และจะทำงานเพื่อช่วยให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยเร็วที่สุด
รัฐมนตรีรูบิโอยังเน้นย้ำถึงความปรารถนาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะให้เกิดสันติภาพและความจำเป็นในการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ รัฐมนตรีรูบิโอยังยืนยันว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างกัมพูชาและไทย
ด้าน ฮุน มาเนต กล่าวว่า “ข้าพเจ้ายังได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาในการยึดมั่นในเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ และแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงทำงานร่วมกันต่อไปตามข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมด”
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเสริมว่า “กัมพูชายังคงยืนหยัดในจุดยืนที่จะแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ ตามหลักการและกลไกที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ”
สรุปสถานการณ์วันที่ 25 ธ.ค.
พื้นที่กองทัพภาคที่ 2
กองทัพภาคที่ 2 ยึดเนิน 225 สำเร็จ ตัดช่องทางลำเลียงของฝ่ายกัมพูชา
ขณะเดียวกัน เกิดเหตุกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งฝ่ายเราได้เข้ายึดพื้นที่ได้ตั้งแต่ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสริมความมั่นคง ณ ที่หมาย, ทำการกวาดล้างและตรวจค้นทุ่นระเบิดซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก
โดยในเวลา 14.25 น. ชุดทหารช่าง สังกัด พัน.ร.22 ได้ทำการกวาดล้างทุ่นระเบิดบริเวณรอบปราสาท ขณะที่ชุดปฏิบัติการกำลังตรวจค้น ได้เกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย ดังนี้
1. ส.อ.นิติธรรม ศรีคำแซง ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณขาข้างซ้าย
2. จ.ส.อ.อำนาจ ทัศสมบัติ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ จากแรงอัด
พื้นที่กองทัพภาคที่ 1
พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา : ฝ่ายกัมพูชายังคงมีความพยายามเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และต้านทานด้วยการยิงปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิด และ BM- 21 มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายเราสถาปนาที่มั่นวางแนวเครื่องกีดขวางและได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน ทำการยิงตอบโต้ตามสถานการณ์เพื่อควบคุมพื้นที่ และดำรงความมุ่งหมายรักษาที่มั่น
พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และต้านทานด้วยการยิงปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายเราสถาปนาที่มั่นวางแนวเครื่องกีดขวาง และได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนตอบโต้ตามสถานการณ์เพื่อควบคุมพื้นที่ และดำรงความมุ่งหมายรักษาที่มั่น
พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาเสริมความแข็งแรงของที่มั่น เป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง และใช้อาวุธยิงสนับสนุนด้วยปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิดมายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายเราใช้อาวุธยิงสนับสนุนเพื่อควบคุมพื้นที่ และจำกัดการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม