ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตอนนี้ไทย และกัมพูชาอยู่ในภาวะดูใจกันในช่วง 72 ชั่วโมง ส่วนข้อกังวลเรื่องกัมพูชาจะใช้โอกาสนี้สะสมกำลังอีกรอบ ขอย้ำว่าเขาได้พัก เราก็ได้พัก เพราะกฎการปะทะจะต้องมีการออมเวลา การหน่วงกำลัง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติการทางทหารอยู่แล้ว และขอยืนยันว่า กองทัพนั้นมีความพร้อมรบได้ทั้งปี โดยขณะนี้ต่างฝ่ายก็ต่างตั้งการ์ดไว้ เชื่อว่าเวลาจะช่วยทำให้คลี่คลายได้
ผศ.ดร.วันวิชิต ยังระบุถึงเป้าหมายของไทยที่จะต้องคุมสถานการณ์ให้อยู่ในกรอบทวิภาคี ต้องทำให้เกมการเมืองระหว่างประเทศต้องเดินกันอย่างละเอียด และครั้งนี้ต้องรักษาสมดุลระหว่างการต่างประเทศ กับการทหาร เพื่อไม่ให้มหาอำนาจ ทั้งสหรัฐฯ และจีน รู้สึกว่า ใครได้ - ใครเสีย แต่คนที่ได้คือ ไทย ซึ่งเป็นผู้กำหนดเกมที่เริ่มชง เพื่อปิดจบเอง และไม่มีใครเสีย
ส่วนที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ว่าการหยุดยิงไม่ใช่ยอมแพ้ แต่คือการเห็นแก่ประชาชน
ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า คงเป็นการอธิบายให้กับคนในประเทศกัมพูชา และคงเป็นการหาทางลง เพราะในการรบ ต่อให้รบกันให้ตายก็ไม่มีใครมาประกาศยอมแพ้ ไม่ว่าสนามไหน ทุกสมรภูมิจะต้องมีการเจรจา
ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าไม่เคยมีการถามความรู้สึกทหารแนวหน้า ที่อยู่ตามแนวชายแดนว่าไหวหรือไม่ มีแต่จะให้ไปต่อ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้สถานการณ์ไปต่อ จากเดิมที่กัมพูชาพยายามเล่นบทเหยื่อมาโดยตลอด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เกมต่อไปก็คือ กัมพูชาจะอาศัยจังหวะนี้พลิกโอกาสกลับมาเล่นงานไทย และกล่าวหาไทยให้กลายเป็นผู้รุกรานอย่างสมบูรณ์
ซึ่งไทยก็จะมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ เหมือนที่รัสเซียถูกคว่ำบาตร กรณีรุกรานยูเครน เพราะฉะนั้นไทยจึงต้องแตะเบรก ด้วยการดึงกรอบการพูดคุยในวงทวิภาคี และเป็นคนเริ่มต้นเจรจาเอง เพื่อทำให้นานาชาติเห็นว่า ไทยไม่เป็นผู้รุกราน เพราะถ้าเป็นผู้รุกรานจริงจะไม่มีการใช้กลไกของกรอบทวิภาคีมาพูดคุย
ส่วนการสู้รบกันระหว่างไทย – กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้าไทยวางเป้าหมายไว้ว่า ต้องการให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหาร ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า อาวุธของกัมพูชาที่ไทยยึด และทำลายไป มูลค่าไม่ต่ำกว่า ล้านเหรียญ USD ขณะที่ทหารกัมพูชาสูญเสียประมาณ 2,000 – 3,000 คน ซึ่งน้อยกว่าการปะทะครั้งที่แล้วเท่าตัว เพราะครั้งนี้กัมพูชามีการขุดบังเกอร์ ทำฐานที่มั่นอย่างแข็งแรง
ทั้งนี้ กรณีพบเครื่องบินขนส่งของเบลารุส บินอ้อมไทยไปจอดที่กรุงพนมเปญ หน่วยข่าวกรองทราบดี ว่าบินเข้าไปมีวัตถุประสงค์อะไร ขนอะไรมาในเครื่อง แต่บอกรายละเอียดไม่ได้ เบื้องต้นคงต้องการปกป้องพื้นที่ชั้นใน แต่ยังไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเราในระยะสั้นนี้