กองกำลังบูรพา เดินหน้ารื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแผ่นดินไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ควบคู่กับการวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวป้องกันชายแดน
หลังจากควบคุมพื้นที่ บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว ได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 เดินหน้ารื้อทำลายบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างของชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำแผ่นดินไทย จำนวน 170 ครัวเรือน ทันที
ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีชาวกัมพูชาอาศัยแล้ว เพราะทหารกัมพูชาได้สั่งให้ชาวบ้านทั้งหมดออกพื้นที่ ก่อนที่จะเปิดฉากโจมตีฝ่ายไทยในวันที่ 8 ธันวาคม 68
ย้อนไปเมื่อ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้ส่งทหารช่างเข้ารื้อทำลายบ้านพักของ พันโท โต สริน หรือ "กำนันลี" อดีตสามีเจ๊ลัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น
สำหรับ "กำนันลี" อดีตทหารกัมพูชา ถูกระบุว่า เป็นผู้รุกล้ำเขตอธิปไตยไทย ยึดที่ดิน ที่ทำกินของชาวบ้านมาเป็นของตัวเอง และแผ่ขยายอิทธิพลจนเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้าน / หลังการปะทะรอบแรก กำนันลีได้หายสาบสูญออกจากพื้นที่ ไม่รู้ชะตากรรม
ในส่วนของเจ๊ลัด หรือ นางทองลัด อดีตภรรยากำนันลี ถูกระบุว่า เป็นตัวการสำคัญที่นำชาวกัมพูชาเข้ามาฮุบเอาที่ดินทำกินของคนไทยบริเวณดังกล่าว และยังสร้างโกดัง สร้างบ้านตัวเองทับพื้นที่ป่า ล่าสุด ฉก.12 ได้รื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของเจ๊ลัดแล้วเช่นกัน
ภาพรวมการรื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแผ่นดินไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว ตอนนี้เสร็จแล้ว 100% เหลือแค่ขั้นตอนเก็บกวาด
ระหว่างที่รื้อถอนทำลายสิ่งปลูกสร้าง กองกำลังบูรพาก็ได้ส่งทหารช่าง พร้อมทีมงานมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ และจิตอาสา เร่งวางตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อเป็นแนวป้องกันชายแดนในพื้นที่ 3 แนวรบ ก็คือ หนองจาน, หนองหญ้าแก้ว และ คลองแผง ซึ่งต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมาก
หลังจากเห็นกองทัพไทยเดินหน้ารื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแผ่นดินไทย ปรากฏว่ากระทรวงการต่างประเทศและสหปฏิบัติการนานาชาติแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประท้วงประเทศไทย อ้างว่า ไทยด้ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศและทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด
แถลงการณ์ของกัมพูชา ระบุว่า หลังจากข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มีผลบังคับใช้ กองทัพไทยได้ปฏิบัติการเชิงรุกใน 4 จังหวัดชายแดนกัมพูชา-ไทย / บางจุดล้ำเข้าไปในดินแดนของกัมพูชาอย่างชัดเจน และบางจุดก็เลยเส้นเขตแดนที่ฝ่ายไทยอ้างอิง เช่น
- จังหวัดบันเตียนเมียนเจย : บ้านเปรยจัน(หนองหญ้าแก้ว) บ้านโจกเจย(หนองจาน) และบ้านตรอกวน (บึงตะกวน)
- จังหวัดโพธิสัตว์ : พื้นที่โอร์พลุกด็อมเร็ย (บ้าน 3 หลัง) และบริเวณจุดผ่านแดนนานาชาติทมอดา (บ้านท่าเส้น)
- จังหวัดพระวิหาร : พื้นที่อาเซะ(ช่องอานม้า) ตาทวาย(ช่องตาเฒ่า) และพนมโตร๊บ(ภูมะเขือ)
-จังหวัดอุดรมีชัย : พื้นที่โอร์เสม็ด(ช่องจอม) วัดคนาร์(ปราสาทคนา) วัดตากระเบย(ปราสาทตาควาย) วัดตามวนธม (ปราสาทตาเมือนธม)
กระทรวงกต.กัมพูชา ระบุว่า ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงที่สุดต่อรัฐบาลไทย ต่อการวางกำลัง การยึดครอง และปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว / พฤติกรรมต่างๆของกองทัพไทย ฝ่าฝืนแถลงการณ์ร่วมของ GBC เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ระบุว่า ห้ามยั่วยุและห้ามการใช้กำลังทุกรูปแบบต่อประชาชนและพื้นที่พลเรือน
แถลงการณ์ยังระบุว่า กัมพูชามีหลักฐานในภาพถ่ายดาวเทียม ที่เห็นชัดว่าทหารไทยได้รื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างต่างๆของประชาชน รวมถึงโครงสร้างทางวัฒนธรรมของกัมพูชา โดยเฉพาะในหมู่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบึงตะกวน รวมถึงพื้นที่ทมอดา
การยึดครองพื้นที่หลังการหยุดยิง รวมถึงการทำลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ส่งผลให้ประชาชนกัมพูชาที่พลัดถิ่นจำนวนมาก ถูกลิดรอนสิทธิในการกลับสู่ถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม ถือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายมนุษยธรรม และกฎหมายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
ในตอนท้าย กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมทางทหารทั้งหมดทันที รวมถึงถอนกำลังและยุทโธปกรณ์ออกจากดินแดนกัมพูชา เคารพอำนาจหน้าที่ของ JBC และปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมต่าง ๆ ด้วยความสุจริตใจ