“นาย ส.” ลั่น คลิปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเสนอ มีการตัดต่อ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“นาย ส.” ลั่น คลิปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเสนอ มีการตัดต่อ ปัดตอบเหตุการณ์วันส่งมอบทองคำสินบน

 นาย ส. พร้อมด้วย นายอมร กุศล ทนายความ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดคลิปยืนยันว่า ไม่ได้มีการบังคับให้ นาย ส. ให้การตามคำนัดแนะของตำรวจ

โดย นาย ส. ยืนยันว่า คลิปดังกล่าว มีการตัดต่อ ซึ่งขณะนั่งให้การในห้องสอบสวน ตำรวจมีการตั้งกล้องถ่ายไว้ตลอด และมีการพูดคุยกันว่า "ให้ดูภาพดีๆ เดี๋ยวเอาไปตัดต่อไม่เนียน" รวมทั้งการอ่านหมายค้นในวันดังกล่าว ชุดตรวจค้นยืนยันว่าเข้ามาตรวจค้นในเรื่องของยาเสพติดและอาวุธปืน ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการติดสินบน

บิ๊กโจ๊ก ช่างภาพพีพีทีวี
“นาย ส.” ลั่น คลิปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเสนอ มีการตัดต่อ

และในวันนั้นตนก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าอยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้เดินไปหาแฟนสาว ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ไม่ให้ตนติดต่อใคร และบังคับให้ไป สภ.ท่าฉาง พร้อมทั้ง ถอดการ์ดความจำจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในบ้านของตนไปด้วย แต่ตน ไม่ได้สอบถามว่าตำรวจถอดไปทำอะไร

เมื่อไปถึง สภ.ท่าฉาง ตนพยายามจะขอโทรศัพท์คืน เพื่อติดต่อทนายความ และญาติ แต่ตำรวจยังไม่ให้คืน พร้อมกับนำกระดาษ A4 มา 3 แผ่น บังคับให้ตนให้การตามข้อมูลที่อยู่ในกระดาษ และข่มขู่ว่าถ้าหากไม่ทำตาม จะโดนทำร้าย ตนจึงต้องยอมจำใจทำ เมื่อได้โทรศัพท์คืน ตนรีบโทรหาแฟนสาวให้มาหาตอนประมาณ 22.00 น. ได้พูดคุยกันไม่นาน จากนั้นถูกตำรวจเชิญออกจากห้องสอบสวน

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตน กับกรรมการองค์กรอิสระที่ถูกพาดพิง มีสถานะเป็นเพียงแค่นายจ้าง – ลูกจ้างเท่านั้น ซึ่งตนทำหน้าที่เป็น รปภ. พ่วงตำแหน่งคนสวน มาเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่เมื่อทีมข่าวสอบถามถึงวันส่งมอบทองคำแท่ง นาย ส.ปฏิเสธที่จะตอบประเด็นนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าว ตนขอความเห็นใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะตนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แต่คู่กรณีเป็นถึงข้าราชการตำรวจ

ด้าน นายอมร กุศล ทนายความ เปิดเผยว่า คลิปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดให้สื่อมวลชนดูมีการตัดต่อจริง ลูกความของตนถูกบังคับข่มขู่ ให้การตามที่ถูกนัดแนะ ซึ่งตนขอไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกในประเด็นนี้ เนื่องจากเกรงจะกระทบกับการต่อสู้คดีในชั้นศาลฯ แต่ยืนยันว่าตนมีหลักฐานเด็ดที่สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของลูกความ และสามารถเอาผิดตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายได้ วันนี้ขอไม่พูดอะไรเยอะ เพราะจะเป็นการเปิดช่องทางให้อีกฝ่ายเตรียมคำให้การ หรือคำชี้แจงได้

นอกจากนี้ ตนยังตั้งคำถามอีกด้วยว่า ลูกความของตนถูกเชิญไปสอบปากคำในฐานะพยาน รายละเอียดมีเพียงแค่ 3 หน้ากระดาษ A4 แต่ทำไมถึงคุมตัวสอบนานกว่า 13 ชั่วโมง ลูกความของตนไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้ หลังสอบปากคำ ทำไมต้องพาลูกความของตนไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล มีการเตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบ้างอย่างหรือไม่?

ส่วนเรื่องการลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.บุปผาราม ก็เป็นการลงบันทึกประจำวัน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจตามที่เป็นกระแสข่าว เนื่องจากขณะนั้นลูกความของตน ได้มาทำธุระในพื้นที่ดังกล่าวพอดี จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อความปลอดภัย ขณะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากนี้ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานแล้วนำไปฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติที่ชอบกลาง

ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมจาก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน ในคดีดังกล่าว ขณะนี้มีการแจ้งข้อหา ไปแล้วเพียง 2 คน คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายสมบัติ ส่วนบุคคลคนอื่นที่เหลือมีการสอบปากคำไปเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างการรวบรวมว่าจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ ส่วนคนที่เหลือตำรวจได้เรียกให้เข้ามาพบ แต่ก็ยังไม่มีใครเข้ามา บางคนทราบว่า ยังอยู่ต่างประเทศ ขณะที่ กรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ออกหมายเรียก เพราะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังได้มีการเรียกพยานบุคคลปากสำคัญเพิ่มเติมอีกหลายปาก ซึ่งคำให้การของพยานเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนกรณีที่ปรากฏข้อมูลในคลิปเสียงลับที่มีการพูดพาดพิงในลักษณะ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้เงินรายเดือนดูแล ป.ป.ช. เดือนละ 1 แสนบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เบื้องต้นพอมีพยานหลักฐานเรื่องนี้บ้างแล้ว แต่ต้องขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงให้แน่ชัดก่อน ทั้งนี้หากพบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จำเป็นต้องแยกเรื่องดังกล่าวออกมาเป็นอีกหนึ่งคดี เนื่องจากเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ

 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ต้องส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ไปก่อนหน้านี้ เพราะจะได้ทราบแนวทางทางกฎหมายของ ป.ป.ช. ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ถ้าสำนวนกลับมาที่ตำรวจ ก็จะต้องพิจารณาอีกทีว่าตัวละครคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่เหลือ จะกันไว้เป็นพยานหรือดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนวันนี้ยังไม่มีใครประสานเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ