เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 69 ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) หรือ NARIT เปิดเผยเหตุการณ์น่าตื่นเต้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศที่กำลังจะเกิดในปี 2569 นี้ โดยจะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของแวดวงดาราศาสตร์ไทย
เหตุการณ์นั้นคือ อุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์ (payload) ที่ออกแบบ ประกอบ ทดสอบ สร้าง โดยฝีมือคนไทย กำลังจะเดินทางไปดวงจันทร์ร่วมกับยานฉางเอ๋อ-7 (Chang-e 7) ของจีน
โดยอุปกรณ์ที่จะไปกับยานฉางเอ๋อ-7 ชื่อว่า “Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope” เรียกย่อ ๆ ว่า “MATCH”
ดร.วิภูอธิบายว่า “นี่จะเป็นอุปกรณ์ที่จะติดไปกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ (orbiter) คือฉางเอ๋อจะไปลงดวงจันทร์ แต่จะมีส่วน orbiter โคจรรอบดวงจันทร์หลายปี ซึ่งอุปกรณ์ของเราอยู่ในส่วนนั้น”
MATCH จะทำหน้าที่ตรวจวัดสภาะอวกาศที่เรียกว่า “Space Vector” ซึ่งเป็นสภาวะที่มีอนุภาคพลังงานสูงจากพายุสุริยะ (Solar Storm) และเปลวสุริยะ (Solar Flare) เดินทางเข้ามาในเขตโลกของเรา แต่เราไม่สามารถวัดสภาวะอวกาศได้จากวงโคจรโลก เพราะบนโลกมีสนามแม่เหล็กโลก ทำใหัวัดไม่ได้ การจะศึกษาจึงต้องไปตรวจวัดที่ดวงจันทร์
MATCH จะขึ้นไปกับยานฉางเอ๋อ-7 ระหว่างวันที่ 10-20 ส.ค. นี้ ดร.วิภูบอกว่า “นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของไทยไปปฏิบัติภารกิจอยู่รอบดวงจันทร์ ไม่เคยเกิดภาพนี้มาก่อน”
เขาเสริมว่า “อุปกรณ์เล็กนี้ออกแบบโดยคนไทยร่วมกับคณะผู้วิจัยจีน ด้วยกันตั้งแต่โมเมนต์แรกบนกระดาษร่างแผ่นแรก”
MATCH ตัวจริงถูกขึ้นรูปชิ้นงานที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นการขึ้นรูปอุปกรณ์จากแมกนีเซียม 92% ไทเทเนียมอีกบางส่วน เพราะต้องมีน้ำหนักเบามาก ใช้อะลูมิเนียมยังไม่ได้ ต้องแมกนีเซียม โดยขณะนี้ไปประกอบกับยานแม่ที่ปักกิ่งเรียบร้อยแล้ว
สำหรับข้อมูลที่ศึกษาได้ จะถูกส่งผ่านดาวเทียมทวนสัญญาณไปยังจีน แล้วรีเลย์มาไทย คาดว่า ต.ค. น่าจะได้รับข้อมูลชุดแรก
ผอ. NARIT บอกว่า การที่ไทยสามารถพัฒนาอุปกรณ์ไปดวงจันทร์ได้สำเร็จนั้น จะเป็นเทคโนโลยีชั้นนำ (Frontier Technology) ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ในอนาคตของประเทศไทยได้อีก
ดร.วิภูบอกว่า นอกจากจะเป็นการยกระดับความเป็นมหาอำนาจทางดาราศาสตร์ของไทยในภูมิภาคและระดับโลกแล้ว ไทยยังได้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคนในประเทศจากองค์ความรู้จากจีนด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2572 ประเทศไทยจะก้าวล้ำไปอีกขั้น เพราะจะมีอุปกรณ์ไทยไปลงจอดบนผิวดวงจันทร์กับยานฉางเอ๋อ-8 ของจีน เป็นอุปกรณ์วัดนิวตรอนที่แผ่จากผิวดวงจันทร์ โดยได้รับการตอบรับแล้ว นับเป็นความพยายามที่ยากไปอีกขั้น
ทั้งนี้ ดร.วิภูย้ำว่า “เรื่องที่สำคัญกว่าการอุปกรณ์ไปดวงจันทร์และได้ข้อมูลกลับมายังโลกคือ เราสามารถบอกเด็ก ๆ ได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่า บนดวงจันทร์นั้นมีอุปกรณ์คนไทยโคจรอยู่ เป็นก้าวสำคัญมาก ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะทำให้เด็กไทยมีแรงบันดาลใจในการเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้น”